อุทาหรณ์! ขนมเข่งติดคอ เป็นตายเท่ากัน

อุทาหรณ์สารทจีน! กินขนมเข่งไหว้เจ้า "ติดคอ" เป็นตายเท่ากัน แนะควรให้ผู้สูงอายุทานขนมที่นิ่ม กลืนง่าย
วันที่ 6 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีน สารทจีน หรือการไหว้เจ้าต่างๆของชาวไทยเชื้อสายจีน มักให้ผู้สูงอายุ ทานขนมไหว้ที่มีความเหนียว เคี้ยวยาก เพราะเชื่อว่าเป็นสิริมงคล เช่น ขนมเข่ง , ขนมเทียน หรือ ขนมจันอับ ที่ล้วนแล้วแต่เคี้ยวยาก ฝืดคอ และมักเกิดเหตุขนมหรืออาหารติดคอ จึงมีคำแนะนำจากแพทย์ ที่สำคัญคือ ลูกหลานหรือตัวผู้สูงอายุเอง ไม่ควรฝืนให้กินขนมที่มีลักษณะเหนียวหนืด เคี้ยวและกลืนยาก ขอให้เลือกทานแต่ขนมที่นิ่ม เปื่อยยุ่ยง่าย เพราะน้ำที่ดื่มตามลงไป ยังพอช่วยให้กลืนง่าย
และในวันนี้เอง (6 ก.ย.68) เป็นวันสารทจีน ชาวไทยเชื้อสายจีนทั่วทั้งจังหวัดอุทัยธานี ได้ออกมาไหว้เจ้าตามศาลเจ้าต่างๆ และไหว้บรรพบุรุษของตัวเองที่บ้าน โดยนางเสนาะ (สงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี ชาวตำบลเขาขี้ฝอย อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี หนึ่งในชาวไทยเชื้อสายจีน ที่มีพิธีไหว้เจ้าและไหว้บรรพบุรุษที่บ้าน เล่าว่าช่วงเช้าวันนี้ได้ทำพิธีไหว้วันสารทจีนเหมือนทุกๆ ปี หลังไหว้แล้ว นำของเซ่นไหว้มากินในครอบครัว และได้ปลอกขนมเข่งจำนวน 4 ชิ้น ใส่จานไว้ให้นายจวน (สงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี สามีของตน ซึ่งสามีป่วยเป็นอัมพาต จากอุบัติเหตุรถชน และเป็นผู้ป่วยติดเตียงมาเป็นเวลาถึง 17 ปี

จากนั้น สามีของตนได้หยิบขนมเข่งที่ตนเตรียมไว้มากิน อยู่ดีๆสามีก็หายใจไม่ออก เหมือนมีอะไรติดอยู่ในลำคอ คาดว่าจะเป็นขนมเข่ง ตนและลูกๆ คนในครอบครัว พยายามล้วงคอเอาขนมเข่งออก แต่ไม่เป็นผล สามีตนยิ่งหายใจไม่ออก จนหน้าเขียว จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทัพทัน ซึ่งห่างจากบ้านประมาณ 5 กม.เมื่อถึงโรงพยาบาล แพทย์พยาบาลได้เร่งช่วยชีวิต ด้วยการนำเครื่องมือแพทย์ จึงสามารถนำขนมเข่งออกมาจากลำคอได้
แต่เนื่องจาก สามีของตนขาดออกซิเจนเป็นเวลานาน จนไม่สามารถจับชีพจรได้ แพทย์จึงได้พยายามทำ CPR ใช้เวลาไปประมาณ 10 นาที จนชีพพจรกลับมาอีกครั้ง แต่อาการยังเป็นตายเท่ากัน และแพทย์โรงพยาบาลทัพทัน ได้ทำการส่งตัวต่อไปรักษาและช่วยชีวิตที่โรงพยาบาลอุทัยธานี - ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน





