Les Misérables กับฝรั่งเศสที่ลุกเป็นไฟ
-01_0.jpg)
Les Misérables กับฝรั่งเศสที่ลุกเป็นไฟ ใครเรียกร้องความยุติธรรม ใครฉวยโอกาส?
โต๊ะ เก้าอี้ และเศษไม้ถูกนำมากองขวางถนนปารีส นักศึกษาหนุ่มกลุ่มหนึ่งยืนหยัดอยู่หลังเครื่องกีดขวาง เตรียมเผชิญหน้ากับกองกำลังของรัฐ แม้รู้ดีว่าโอกาสชนะมีเพียงน้อยนิด
นี่คือภาพการลุกฮือเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1832 ที่ปรากฏใน Les Misérables หรือ เหยื่ออธรรม วรรณกรรมอมตะของวิกตอร์ อูโก (Victor Hugo)
เกือบสองศตวรรษต่อมา ภาพเครื่องกีดขวาง ควันไฟ และการเผชิญหน้ากับตำรวจ กลับปรากฏบนท้องถนนฝรั่งเศสอีกครั้ง
ท่ามกลางการประท้วงเดือนตุลาคม 2026 ซึ่งมีทั้งนักเรียน นักศึกษา แรงงาน และประชาชนที่ไม่พอใจปัญหาการศึกษา ค่าครองชีพ และบริการสาธารณะ การชุมนุมบางพื้นที่กลับบานปลายเป็นเหตุรุนแรง มีการปล้นร้านค้า เผาทำลายทรัพย์สิน และปะทะกับเจ้าหน้าที่
เหตุการณ์สองยุคไม่ได้มีเป้าหมายเหมือนกัน แต่ชวนให้ตั้งคำถามว่า เหตุใดประเทศที่ผ่านการปฏิวัติและยึดถือเสรีภาพเป็นคุณค่าทางการเมือง จึงยังต้องเผชิญความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับรัฐอยู่ครั้งแล้วครั้งเล่า?
ยิ่งเมื่อฝรั่งเศสกำลังเข้าสู่การเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2027 คำถามนี้ก็ยิ่งน่าสนใจ เพราะความไม่พอใจบนท้องถนนอาจส่งผลต่อทิศทางการเมืองของประเทศในอนาคต
“อองฌอลราส” กับความหวังของคนรุ่นใหม่
ใน Les Misérables อองฌอลราส (Enjolras) เป็นนักศึกษาหนุ่มผู้ยึดมั่นในอุดมการณ์สาธารณรัฐ เขาและเพื่อนร่วมอุดมการณ์เชื่อว่าการเสียสละสามารถนำพาสังคมไปสู่ความเปลี่ยนแปลง
นักเรียนและนักศึกษาฝรั่งเศสในปี 2026 อาจไม่ได้ต้องการเปลี่ยนระบอบการปกครองเช่นเดียวกับคนหนุ่มสาวในปี 1832 แต่ความไม่พอใจเรื่องการศึกษาและอนาคตสะท้อนคำถามคล้ายกันว่า สังคมที่พวกเขากำลังเติบโตขึ้นไปนั้น ยังมอบความหวังให้คนรุ่นใหม่ได้มากเพียงใด
ฝรั่งเศสมีวัฒนธรรมการเคลื่อนไหวบนท้องถนนมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่การประท้วงของนักศึกษาและแรงงานในเดือนพฤษภาคม 1968 จนถึงขบวนการเสื้อกั๊กเหลืองในปี 2018
การมีประชาธิปไตยและสิทธิเลือกตั้งจึงไม่ได้หมายความว่าความขัดแย้งจะหมดไป เพราะประชาชนอาจยังรู้สึกว่าเสียงของตนไม่ได้รับการรับฟังผ่านระบบการเมืองตามปกติ
ขณะที่เรื่องราวของ “ฌอง วัลฌอง” (Jean Valjean) ชายผู้ถูกลงโทษจากการขโมยขนมปังเพื่อช่วยครอบครัวที่อดอยาก ก็ชวนให้มองความไม่พอใจอีกด้านหนึ่ง
อูโกไม่ได้เขียนเพื่อบอกว่าการขโมยเป็นสิ่งถูกต้อง แต่ตั้งคำถามว่า กฎหมายกับความยุติธรรมจำเป็นต้องเป็นเรื่องเดียวกันเสมอไปหรือไม่ และสังคมควรรับผิดชอบต่อความยากจนที่ผลักมนุษย์ให้ตกอยู่ในความสิ้นหวังเพียงใด
คำถามนี้เชื่อมโยงกับฝรั่งเศสปัจจุบัน ซึ่งรัฐบาลต้องรับมือทั้งปัญหาค่าครองชีพ ความเหลื่อมล้ำ และข้อจำกัดด้านงบประมาณ ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ความขัดแย้งทางเศรษฐกิจยังซ้อนทับกับความเปราะบางทางการเมือง หลังการเลือกตั้งสภาปี 2024 ไม่สามารถสร้างเสียงข้างมากที่มั่นคงให้ฝ่ายใด
เมื่อประชาชนบางส่วนรู้สึกว่าระบบไม่สามารถตอบสนองความต้องการของตน ความไม่พอใจทางเศรษฐกิจก็อาจกลายเป็นวิกฤตความไว้วางใจต่อรัฐบาลได้
“เตนาร์ดิเยร์กับฌาแวร์” เมื่อความยุติธรรมเผชิญความวุ่นวาย
แต่โลกของ Les Misérables ไม่ได้มีเพียงผู้เสียสละเพื่ออุดมการณ์
อูโกยังสร้างเตนาร์ดิเยร์ (Thénardier) ตัวละครที่ฉวยโอกาสจากความทุกข์ของผู้อื่น หลอกลวง และแสวงหาประโยชน์เพื่อตนเอง
เขาชวนให้นึกถึงอีกด้านหนึ่งของเหตุการณ์ประท้วง เมื่อความวุ่นวายเปิดช่องให้บางคนก่อเหตุปล้นสะดมและทำลายทรัพย์สิน โดยไม่ได้หมายความว่าผู้ก่อเหตุทุกคนมีแรงจูงใจแบบเดียวกัน
การเรียกร้องความยุติธรรมกับการใช้ความรุนแรงจึงต้องแยกพิจารณา
ข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมอาจมีเหตุผล แต่ไม่ได้ทำให้การปล้นร้านค้าหรือทำร้ายผู้อื่นกลายเป็นสิ่งชอบธรรม ขณะเดียวกัน การกระทำผิดของคนบางกลุ่มก็ไม่ควรถูกนำมาเหมารวมผู้ชุมนุมทั้งหมด
ส่วนสารวัตรฌาแวร์ (Javert) ผู้ยึดมั่นในกฎหมายและระเบียบอย่างเคร่งครัด สะท้อนความขัดแย้งอีกด้านหนึ่ง
รัฐมีหน้าที่ปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจากความรุนแรง แต่ก็ต้องคุ้มครองสิทธิในการชุมนุมโดยสงบ และใช้กำลังอย่างได้สัดส่วน
ฌาแวร์จึงไม่ได้เป็นเพียงภาพของตำรวจหรืออำนาจรัฐ หากเป็นคำถามว่า การรักษากฎหมายจะเดินไปพร้อมกับความยุติธรรมและความเมตตาได้อย่างไร
การลุกฮือหรือจลาจล ใครเป็นผู้กำหนดความหมาย?
ประเด็นที่น่าสนใจคือ อูโกอภิปรายความแตกต่างระหว่าง Insurrection หรือการลุกฮือ กับ Émeute หรือการจลาจลไว้ใน Les Misérables โดยให้ความสำคัญกับเป้าหมายและความชอบธรรมของการเคลื่อนไหว
ในเหตุการณ์ร่วมสมัย ผู้ประท้วงอาจมองว่าตนกำลังเรียกร้องความเป็นธรรม ขณะที่ประชาชนซึ่งได้รับความเสียหายจากการปล้นสะดมอาจมองเหตุการณ์เดียวกันผ่านความหวาดกลัว
ส่วนรัฐบาลและฝ่ายการเมืองต่าง ๆ ก็อาจเลือกเน้นข้อเท็จจริงคนละด้าน
นี่ไม่ได้หมายความว่าทุกการตีความถูกต้องเท่ากัน แต่สะท้อนว่าการเมืองไม่ได้ต่อสู้กันเฉพาะบนท้องถนน หากยังต่อสู้กันผ่านการกำหนดความหมายของเหตุการณ์ด้วย
และความแตกต่างนี้อาจมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2027
จากเครื่องกีดขวางสู่คูหาเลือกตั้ง 2027
มาครงกำลังเข้าสู่ช่วงท้ายของการดำรงตำแหน่งสมัยที่สอง และไม่สามารถลงสมัครเป็นประธานาธิบดีสมัยที่สามติดต่อกันได้ การเลือกตั้งครั้งต่อไปจึงเป็นการแข่งขันเพื่อกำหนดทิศทางใหม่ของฝรั่งเศส ท่ามกลางความไม่พอใจที่สะสมอยู่ในสังคม
ฝ่ายซ้ายอาจเน้นคำตอบเรื่องความเหลื่อมล้ำ สิทธิแรงงาน และบริการสาธารณะ ขณะที่ฝ่ายกลางต้องอธิบายว่าจะรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและฟื้นความเชื่อมั่นต่อการบริหารประเทศอย่างไร
ส่วนฝ่ายขวาอนุรักษนิยมและขวาจัดอย่าง National Rally ย่อมมีพื้นที่นำเสนอประเด็นความมั่นคง การบังคับใช้กฎหมาย และความสงบเรียบร้อย ควบคู่กับนโยบายเศรษฐกิจของตน
แม้ภาพความรุนแรงบนท้องถนนจะทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งหันไปให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากขึ้น หรือความไม่พอใจต่อค่าครองชีพและความเหลื่อมล้ำจะยังเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจ
แต่ก็ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าความวุ่นวายครั้งนี้จะเปิดทางให้ฝ่ายใดขึ้นสู่อำนาจ เพราะประชาชนไม่ได้มีความกังวลหรือมองทางออกเหมือนกันทั้งหมด
สิ่งที่น่าจับตากว่าคือ ใครจะสามารถเปลี่ยนความไม่พอใจเหล่านั้นให้กลายเป็นนโยบายที่ประชาชนเชื่อถือได้
ใน Les Misérables อูโกมองสิทธิเลือกตั้งทั่วไปว่าเป็นความก้าวหน้าที่ช่วยให้ประชาชนแสดงเจตจำนงผ่านบัตรเลือกตั้ง แทนการต่อสู้ด้วยอาวุธบนเครื่องกีดขวาง
แต่เกือบสองศตวรรษต่อมา ฝรั่งเศสซึ่งมีระบบประชาธิปไตยและสิทธิเลือกตั้ง กลับยังคงเผชิญความขัดแย้งบนท้องถนน
บางทีคำถามจึงไม่ใช่ว่าประชาธิปไตยสามารถทำให้ความขัดแย้งหมดไปได้หรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าระบบการเมืองสามารถรับฟังและจัดการความขัดแย้งเหล่านั้นได้ดีเพียงใด
เมื่อการเลือกตั้งปี 2027 ใกล้เข้ามา ฝรั่งเศสอาจได้ประธานาธิบดีคนใหม่ แต่การเปลี่ยนผู้นำไม่ได้รับประกันว่าความเหลื่อมล้ำ ความไม่ไว้วางใจ และความกังวลต่ออนาคตจะหายไปพร้อมกัน
ในนิยายของอูโก เครื่องกีดขวางของอองฌอลราสถูกทำลายลงในที่สุด แต่คำถามเรื่องความยุติธรรมยังคงอยู่กับผู้อ่านมาจนถึงทุกวันนี้
เช่นเดียวกับฝรั่งเศสในปี 2026 ที่ถนนอาจกลับมาเปิดใช้งาน ร้านค้าอาจซ่อมแซมความเสียหาย และเมืองอาจกลับคืนสู่ความสงบ แต่ความสงบบนท้องถนน ไม่ได้หมายความว่าความไม่พอใจในใจผู้คนจะสิ้นสุดลงพร้อมกัน
นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ Les Misérables ยังมีบางสิ่งจะบอกกับฝรั่งเศส แม้เวลาจะผ่านไปเกือบสองศตวรรษแล้วก็ตาม
เขียนและเรียบเรียงโดย
ธนรัชต์ คูสมบัติ บรรณาธิการบริหารข่าวเวิร์คพอยท์
เอกสารอ้างอิง
Reuters. (2026, October 20). France on edge. Reuters Morning Bid.
https://www.reuters.com/podcasts/reuters-morning-bid/france-edge-2026-10-20/
Hugo, V. (1862). Les Misérables. Translated by Isabel F. Hapgood. Project Gutenberg.
https://www.gutenberg.org/ebooks/135
Hugo, V. (1862). Les Misérables, Volume IV, Book X, Chapter II: The Bottom of the Question. Translated by Lascelles Wraxall. Project Gutenberg.
https://www.gutenberg.org/ebooks/48734
Le Monde. (2026, October 11; updated October 14). 2027 French presidential election: Who's running?
Reuters. (2026, July 1). France sets presidential election dates.




