ไม่มั่นใจสถานการณ์! ชาวบ้านหลายครอบครัวราว 140 คน ขอเข้ามาอาศัยวัดในตัวเมืองสุรินทร์ เพื่อความปลอดภัย

Tum1
ไม่มั่นใจสถานการณ์! ชาวบ้านหลายครอบครัวราว 140 คน ขอเข้ามาอาศัยวัดในตัวเมืองสุรินทร์ เพื่อความปลอดภัย

ไม่มั่นใจสถานการณ์! ชาวบ้านหลายครอบครัวราว 140 คน ขอเข้ามาอาศัยวัดในตัวเมืองสุรินทร์ เพื่อความปลอดภัยของคนในครอบครัว ใช้วิธีวิ่งไปกลับ ตัวเมือง-ชายแดนทุกวัน

(19 ส.ค.68) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.สุรินทร์ แม้ว่าขณะนี้สถานการณ์ชายแดนปกติ ไม่มีการปะทะกันมาตั้งแต่มีการเจรจาหยุดยิง เมื่อวันที่ 28 ก.ค.68 ที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ แต่ชาวบ้านในพื้นที่ชายแดน เช่นใน ต.ด่าน อ.กาบเชิง ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อยู่ใกล้กับด่านช่องจอม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เคยมีการปะทะกัน ซึ่งกัมพูชาได้ยิงลูกปืนใหญ่แบบจรวดหลายลำกล้อง เข้ามาในหมู่บ้าน ตกใส่บ้านเรือนเสียหาย มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ชาวบ้านจึงยังคงไม่มั่นใจกับสถานการณ์ในขณะนี้ 

โดยพบว่า ขณะนี้มีชาวบ้านหลายครอบครัวประมาณ 140 คน ต่างพากันขนย้ายสิ่งของ เข้ามาขออาศัยอยู่ที่วัดศรีรัตนาราม ต.นอกเมือง อ.เมืองสุรินทร์ โดยส่วนมากเป็นเด็ก ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง เพื่อความปลอดภัย โดยได้รับความเมตตาจากเจ้าอาวาส ให้เข้าพักอาศัยภายในศาลาวัด โดยทั้งหมดเข้ามาอยู่ตั้งแต่วันที่ 13 ส.ค.68 ที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ 

ไม่มั่นใจสถานการณ์! ชาวบ้านหลายครอบครัวราว 140 คน ขอเข้ามาอาศัยวัดในตัวเมืองสุรินทร์ เพื่อความปลอดภัย

ซึ่งชาวบ้านที่มาอยู่วัดดังกล่าว ได้มีการเตรียมข้าวของมาทำกินกันเอง และมีผู้คนนำอาหารสดมาบริจาคช่วยเหลือ โดยทางเจ้าอาวาส ก็จะเมตตา อะไรที่ขาดก็จะหามาช่วยเหลือ ชาวบ้านบางคนมาเป็นครอบครัวใหญ่ และมีผู้สูงผู้ป่วยติดเตียง ก็จะจัดห้องให้พัก เช่นครอบครัวของคุณยายเลื่อน (สงวนนามสกุล) อายุ 67 ปี ซึ่งคุณยายเป็นโรคเบาหวาน และมีพี่ชายเป็นผู้ป่วยอัมพฤกษ์ติดเตียง ต้องพากันออกมาอยู่ที่วัดก่อน เพราะไม่มั่นใจในสถานการณ์ 

ต้องย้ายออกมาเป็นรอบที่ 2 แล้ว ภาพของสงครามที่เกิดขึ้นในครั้งแรกจำได้ติดตา หวาดกลัวมาก เพราะตนอยู่บ้านที่ติดกับชายแดนด่านช่องจอม ลูกปืนลอยข้ามหัวไป-มา ตอนนี้ก็ยังไม่ไว้ใจ ก็เลยขอเข้ามาอยู่ที่วัดแห่งนี้ เพื่อความปลอดภัยก่อน และต้องขอบพระคุณในความเมตตาของท่านเจ้าอาวาสวัดที่ให้ที่อยู่ที่พัก และช่วยดูแล ขาดเหลืออะไรท่านก็ได้ให้การช่วยเหลือตลอด

ไม่มั่นใจสถานการณ์! ชาวบ้านหลายครอบครัวราว 140 คน ขอเข้ามาอาศัยวัดในตัวเมืองสุรินทร์ เพื่อความปลอดภัย

ส่วน น.ส.เสาวรัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี ชาวบ้านใน ต.ด่าน ที่พาครอบครัวมาอยู่ที่วัด บอกว่า ที่ต้องออกจากบ้านมาอาศัยอยู่ที่วัด เพราะห่วงเวลาย้ายอพยพออกมากะทันหันจะยุ่งยากมาก ต้องออกมาก่อนส่วนมากจะเป็นผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง เป็นชาวบ้านใน ต.ด่าน เนื่องจากยังไม่ไว้ใจกับสถานการณ์ มาขออยู่ที่วัดดังกล่าว โดยรับความเมตตาจากทางเจ้าอาวาส โดยมากันประมาณ 140 คน ช่วงที่เปิดเรียนวันจันทร์ที่ผ่านมา พ่อแม่ก็พาลูกๆกลับไปเรียนหนังสือ เย็นก็จะพากันกลับมา ที่ออกมารอบ 2 นี้ เพราะว่ามีข่าวจะเกิดสถานการณ์ชายแดนขึ้นอีก ก็เลยเป็นห่วงทั้งเด็กและผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ที่แข็งแรงก็ไป-กลับ ช่วงเช้ากลับไปดูสัตว์เลี้ยง ช่วงเย็นก็กลับมานอนที่วัด - ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง