มูลนิธิเวิร์คพอยท์เพื่อการกุศล จัดโครงการ "คนไทยช่วยคนไทย" ส่งมอบเครื่องผลิตออกซิเจนอัตโนมัติจำนวน 10 เครื่องให้กับโรงพยาบาลวัดจันทร์เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่อยู่ห่างไกลจาก รพ.

เวิร์คพอยท์มอบอุปกรณ์การแพทย์ ช่วยเหลือผู้ป่วยที่อยู่ห่างไกล
มูลนิธิเวิร์คพอยท์เพื่อการกุศล จัดโครงการ "คนไทยช่วยคนไทย" ส่งมอบเครื่องผลิตออกซิเจนอัตโนมัติจำนวน 110 เครื่อง สู่ 17 รพ.ทั่วประเทศ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีปัญหาภาวะทางเดินหายใจ ซึ่งปัจจุบันผู้ป่วยโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจมีจำนวนมากเพิ่มขึ้น หลายครอบครัวที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ไม่สามารถเข้าถึงเครื่องดังกล่าวได้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงต้องแจ้งความประสงค์เพื่อขอยืมทาง รพ.ไปใช้ที่บ้าน ซึ่งหลาย รพ.มีเครื่องไม่เพียงพอให้ยืม ทางมูลนิธิเวิร์คพอยท์เพื่อการกุศลจึงได้จัดโครงการดี ๆ นี้ขึ้น และเริ่มทยอยส่งมอบให้กับ รพ.ต่าง ๆ

และเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา ทางโรงพยาบาลวัดจันทร์เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ได้รับมอบเครื่อง โดยมีนายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอกัลยาณิวัฒนา พร้อมด้วยนายแพทย์กิตติพงษ์ ทีฆพุฒิ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวัดจันทร์เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา และชาวบ้านร่วมรับมือเครื่องผลิตออกซิเจนอัตโนมัติจำนวน 10 เครื่องแล้ว
ซึ่งโรงพยาบาลวัดจันทร์เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เป็นโรงพยาบาลประจำอำเภอขนาด 10 เตียงที่ต้องดูแลประชาชนในพื้นที่ซึ่งมีสภาพภูมิประเทศเป็นดอยสูงประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าต่างๆ ซึ่งมีบ้านเรือนอยู่เป็นหย่อมบ้านตามหุบเขาสูง และบางหย่อมบ้านเป็นพื้นที่ห่างไกล ที่ต้องใช้เดินทางมาถึงโรงพยาบาลนานกว่า 3 ชั่วโมง ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้เครื่องให้ออกซิเจนจึงมีความยากลำบากเป็นอย่างยิ่ง
ทันทีที่ได้รับมอบเครื่อง ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจเช็ค เซ็ทเครื่องเตรียมความพร้อม และวันเดียวกันนี้ได้นำเครื่องผลิตออกซิเจนอัตโนมัติ 1 เครื่อง พร้อมทีมแพทย์ออกไปช่วยเหลือผู้ป่วยทันที โดยต้องใช้รถยนต์แบบโฟวีลล์ เดินทางไปยังบ้านห้วยฮ่อม หมู่ที่ 1 ต.บ้านจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา ซึ่งมีนาย ซอมีคา เลิศนวัตกรรม เป็นบ้านของผู้ป่วยโรคถุงลมโป่งพอง และจำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องให้ออกซิเจนเกือบตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง

โดยเครื่องเก่าที่ใช้เป็นแบบถังออกซิเจน ซึ่งเคสนี้โชคดีที่ทางลูกสาวของผู้ป่วยเองเป็น อสม.ที่ผ่านการอบรมใช้เครื่องผลิตออกซิเจนอัตโนมัติ มาแล้วจึงสามารถช้เครื่องนี้ดูแลผู้ป่วยได้ทันที และทันทีที่เซ็ทเครื่องพร้อมใช้งานก็ได้เปิดเครื่องให้ออกซิเจนกับผู้ป่วยทันที ซึ่งเครื่องมีประสิทธิภาพสูง เสียงเงียบเมื่อทำงานไม่รบกวนผู้ป่วยและญาติที่ต้องดูแลแตกต่างจากรุ่นเก่าที่เคยใช้ ทางผู้ป่วยเอง และญาติได้รอยยิ้มคืนกลับมา และกล่าวของคุณทางมูลนิธิเวิร์คพอยท์เพื่อการกุศล ที่จัดโครงการดีๆแบบนี้เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่อยู่ห่างไกล


นางสาวเขมนิจ นุพอ ลูกสาว ผู้ป่วยกล่าวขอบคุณทางมูลนิธิเวิร์คพอยท์เพื่อการกุศล ที่ส่งมอบเครื่องนี้มาถึงมือผู้ป่วย เพราะที่ผ่านมาค่อนข้างมีความยากลำบาก เมื่อพาพ่อไปนอนโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษา แต่พอมีอาการดีขึ้นก็ได้กลับมาพักที่บ้าน แต่ก็ต้องให้ออกซิเจนเกือบตลอดทั้งวัน จึงได้เครื่องให้ออกซิเจนแบบถังมา ซึ่งค่อนข้างยากลำบากในการขนย้ายเพราะถังรวมกับออกซิเจนเมื่อเติมเต็มจะมีน้ำหนักมากถึง 100 กิโลกรัม เสี่ยงที่จะมีโอกาสล้มทับผู้ป่วย หรือแม้แต่ญาติเองที่ต้องดูแล เมื่อออกซิเจนหมดถังหมดก็ต้องหาญาติพี่น้องหรือเพื่อนบ้านมาช่วยกันยก และต้องหารถเพื่อขนไปเปลี่ยนถังที่โรงพยาบาลซึ่งห่างจากบ้านประมาณ 30 นาที เนื่องจากเป็นเส้นทางขึ้นลงเขาที่คดเคี้ยว ต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายเป็นอย่างมาก
แต่พอได้เครื่องนี้มาก็ตัดปัญหาเรื่องเหล่านั้นลงไป สามารถเสียงไฟฟ้าใช้งานได้ทันที และเครื่องเสียงเงียบมากจะทำให้พ่อนอนหลับได้ดีขึ้นไม่รบกวนคนในบ้านด้วยที่นอนอยู่รวมกันแบบบ้านของชาวเขา

ทางด้านนายแพทย์กิตติพงษ์ ทีฆพุฒิ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวัดจันทร์เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา กล่าวว่า เคสนี้เป็นโรคถุงลมโป่งพองที่อยู่ในอาการที่ค่อนข้างรุนแรง ซึ่งมีความต้องการออกซิเจนในการช่วยเหลือเพื่อลดอาการเหนื่อยหอบ และสามารถช่วยเหลือตัวเองในชีวิตประจำวันได้ ก่อนหน้านี้ให้ใช้ถังออกซิเจนข้อเสียอย่างหนึ่งคือแม้ทางโรงพยาบาลจะช่วยดูแลเครื่องค่าใช้จ่ายของออกวิเจน และปุอกรณ์ แต่คนไข้ต้องออกค่าใช้จ่ายเรื่องของการขนส่งและเดินทางเอง ทำให้เกิดปัญหาภาระตกอยู่ที่คอบครัวของผู้ป่วยที่ต้องหารถ และหาคนมาช่วยชน บางครอบครัวยากจนก็ต้องไหว้วานคนในหมู่บ้านให้ช่วยเหลือ
ประกอบกับสภาพเส้นทางและภูมิประเทศของอำเภอกัลยานิวัฒนา นั้นเป็นเขนสูงลาดชันทางเส้นทางก็ต้องใช้รถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ ไกลสุดที่เคยไปช่วยเหือผู้ป่วยต้องใช้เวลาเดินทางจากโรงพยาบาลนานถึง 3 ชั่วโมง ในสภาพถนนปกติ และหากเข้าหน้าฝนสภาพถนนแทบจะเรียกได้ว่าถูกตัดขาดจากโลกภายนอก

ดังนั้น เครื่องผลิตออกซิเจนอัตโนมัติ ที่ได้รับมอบมาจากทาง มูลนิธิเวิร์คพอยท์เพื่อการกุศล ถือว่ามีความจำเป็นอย่างมาก และขยายโอกาสในการช่วยเหลือผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกลเช่นนี้ได้อย่างมาก
สำหรับอำเภอกัลนานิวัฒนา นั้นอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ถึง 160 กิโลเมตร แต่ต้องใช้เวลาเดินทาง 3-4 ชั่วโมงเนื่องจากเป็นเส้นทางป่าเขา บางช่วงต้องขึ้นดอยสูงทีมีความคดเคี้ยว และลาดชัน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเสริมศักยาภาพของหน่วยงานทางด้านการแพทย์เพื่อนดูแลผู้ป่วยในพื้นที่






