ชาวบ้านชายแดนผวา ปะทะรอบสอง ทยอยขายวัวราคาถูกกว่าปกติเท่าตัว บางครอบครัวย้ายไปอยู่บ้านญาติ

Tum1
ชาวบ้านชายแดนผวา ปะทะรอบสอง ทยอยขายวัวราคาถูกกว่าปกติเท่าตัว บางครอบครัวย้ายไปอยู่บ้านญาติ

ชาวชายแดนบ้านกรวด เสี่ยงรัศมีกระสุนปืนใหญ่ ผวาปะทะรอบสอง! ทยอยขายวัวราคาถูกกว่าปกติเท่าตัว เตรียมพร้อมอพยพ บางครอบครัวย้ายไปอยู่บ้านญาติต่างจังหวัด

(27 ก.ย.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านในหมู่บ้านติดชายแดนไทย-กัมพูชา อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งห่างจากแนวชายแดนประมาณ 3 – 4 กิโลเมตร เป็นพื้นที่เสี่ยงรัศมีกระสุนปืนใหญ่ ต่างเกิดความกังวล หลังกัมพูชายิงปืนยั่วยุ ขนอาวุธเสริมกำลังประชิดชายแดน และล่าสุดมีเสียงระเบิดดังใกล้ปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ 

ผู้ที่มีสัตว์เลี้ยงจึงเริ่มทยอยขายวัวที่เลี้ยงไว้ แม้จะได้ราคาถูกกว่าปกติเท่าตัว โดยหากตัวไหนอายุหรือน้ำหนักได้เกณฑ์ปกติจะขายได้ตัวละ 30,000 – 40,000 บาท แต่ช่วงนี้ซึ่งเป็นภาวะไม่ปกติและขายแบบเร่งรีบ จะได้ราคาเพียงตัวละ 15,000 - 20,000 บาทเท่านั้น 

ชาวบ้าน ระบุว่า แม้ราคาต่ำ แต่ก็จำใจต้องขายสัตว์เลี้ยงออกไป เพราะหากมีการสู้รบขึ้นเป็นครั้งที่สอง จะได้ไม่ต้องพะวงหรือห่วงสัตว์เลี้ยง หากจะต้องอพยพออกจากพื้นที่ ไปอยู่ยังสถานที่ปลอดภัย เพราะจากประสบการณ์ที่มีการรบกันครั้งก่อน เมื่อปลายเดือน ก.ค.68 ชาวบ้านไม่ได้ตั้งตัว ต้องพากันหนีตายเอาตัวรอด  

รอบนี้ เมื่อสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ ก็ต้องเตรียมตัวเอาไว้ก่อน ขณะที่ชาวบ้านบางครอบครัวที่ไม่มั่นใจในสถานการณ์ ก็ได้ย้ายไปอยู่กับครอบครัวลูกหลานที่ต่างจังหวัดชั่วคราวแล้ว เพื่อความปลอดภัย   

ชาวบ้านชายแดนผวา ปะทะรอบสอง ทยอยขายวัวราคาถูกกว่าปกติเท่าตัว บางครอบครัวย้ายไปอยู่บ้านญาติ

จากการสอบถาม นายสุรัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 65 ปี กล่าวว่า หมู่บ้านที่ตนอยู่อาศัยห่างจากแนวชายแดนประมาณ 3 – 4 กิโลเมตร ถือเป็นพื้นที่เสี่ยง เพราะอยู่ในรัศมีกระสุนปืนใหญ่ หลังจากกัมพูชายิงปืนยั่วยุ ขนอาวุธและกำลังประชิดชายแดนมาใกล้แนวปะทะ ชาวบ้านในหมู่บ้านก็รู้สึกกังวล  

คนที่เลี้ยงวัวเลี้ยงควายเอาไว้ จึงทยอยขายออก แม้จะได้ราคาต่ำกว่าปกติเท่าตัว เพื่อเตรียมพร้อมที่จะอพยพหากเกิดการสู้รบกันขึ้น บางคนก็ขายเพื่อสำรองเงินไว้ใช้จ่ายหากต้องอพยพ เพราะตั้งแต่รบกันรอบแรกจนถึงวันนี้ คนในพื้นที่ชายแดนก็แทบไม่ได้ทำมาหากินเลย ต้องอยู่แบบหวาดระแวง  

ชาวบ้านชายแดนผวา ปะทะรอบสอง ทยอยขายวัวราคาถูกกว่าปกติเท่าตัว บางครอบครัวย้ายไปอยู่บ้านญาติ

จากข้อมูลคนในหมู่บ้านแห่งที่นายสุรัตน์อาศัยอยู่ เลี้ยงวัวกว่า 10 ครัวเรือน รวมประมาณ 70 – 80 ตัว ตอนนี้น่าจะขายไปแล้วกว่า 20 ตัว ส่วนวัวที่นายสุรัตน์ เลี้ยงไว้มี 5 ตัว ตอนนี้ยังไม่ขาย เพราะเลี้ยงมาหลายปีก็ผูกพัน รอดูสถานการณ์ก่อน แต่ที่เป็นปัญหาคือไม่มีหญ้าสำรองให้วัว ฟางฟ่อนที่มีก็ใกล้หมดแล้ว ต้องไปขอจากญาติมาสำรองไว้ก่อน  

จากผลกระทบที่เกิดขึ้น ชาวบ้านอยากให้รัฐบาลเอาจริงเอาจังในการแก้ปัญหาชายแดน เพราะถ้าไม่เด็ดขาดชาวบ้านที่อยู่ชายแดน ก็ไม่รู้จะเดือดร้อนไปอีกนานแค่ไหน แต่หากจะรบก็ควรปล่อยให้ทหารแนวหน้าทำให้เต็มที่ รัฐบาลไม่ควรไปแทรกแซง ที่อาจทำให้ไทยเสียเปรียบได้ ควรทำให้เด็ดขาดไปเลย ประชาชนจะได้กลับมาใช้ชีวิตและทำมาหากินปกติสักที - ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน

ชาวบ้านชายแดนผวา ปะทะรอบสอง ทยอยขายวัวราคาถูกกว่าปกติเท่าตัว บางครอบครัวย้ายไปอยู่บ้านญาติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง