อยุธยาฯ น้ำท่วมแล้ว 7 อำเภอ 64 ตำบล เกือบหมื่นครัวเรือนได้ผลระทบ

อยุธยาฯ น้ำท่วมแล้ว 7 อำเภอ 64 ตำบล เกือบหมื่นครัวเรือนได้ผลระทบ ผู้ว่าฯสั่งตั้งศูนย์บัญชาการฯน้ำท่วม
(11ต.ค66) ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์น้ำท่วมในจ.พระนครศรีอยุธยา หลังจากเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนอยู่ที่ 1,600 ลบ.ม./วินาที ทำให้ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านพระนครศรีอยุธยา คลองสาขาและแม่น้ำน้อย ระดับน้ำ เพิ่มขึ้นล้นตลิ่งเข้าท่วมในหลายพื้นที่ นอกแนวคันกั้นน้ำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณหน้าวัดกษัตราธิราช อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา พบว่าปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้นกระแสน้ำไหลเชี่ยวแรง เหลืออีกประมาณ 50 เซนติเมตร จะเท่ากับพื้นตลิ่งชั้นนอกของบริเวณวัด ส่วนที่โบราณสถานวัดไชยวัฒนาราม จ.พระนครศรีอยุธยา ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา พบว่าระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น 8 ซม. เหลืออีกประมาณ 60 จะเท่ากับตลิ่งชั้นนอกของโบราณสถานวัดไชยวัฒนาราม
โดยเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรได้ติดตั้งแนวบังเกอร์ป้องกันน้ำท่วม เครื่องสูบน้ำระบบอัตโนมัติ และเครื่องสูบน้ำระบบไฟฟ้า ไว้พร้อมแล้ว พร้อมกับติดตามการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา และสภาพอาอากาศอย่างใกล้ชิด
ด้านสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา พบระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพรยา คลองสาขา และแม่น้ำน้อยที่รับน้ำจากแม่น้ำเจาพระยา มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ยประมาณ 10 – 15 เซนติเมตร ล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมน้ำนอกแนวคั้นน้ำแล้วจำนวน 7 อำเภอ 64 ตำบล 9,770 ครัวเรือน ได้แก่ อำเภอเสนา อำเภอบางบาล อำเภอผักไห่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางไทร อำเภอบางซ้าย และอำเภอบางปะหัน
จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีพื้นที่ปลูกข้าวอยู่ในทุ่งรับน้ำทั้งหมด 377,181 ไร่ พื้นที่ข้าวเก็บเกี่ยว ในทุ่งรับน้ำ 372,427 ไร่ มีนาข้าวที่ได้รับความเสียหาย จากน้ำล้นตลิ่ง จำนวน 680 ไร่ และจะมีนาข้าวที่คาดว่าจะเสียหาย 677 ไร่ อยู่ในพื้นที่ อ.ผักไห่ อ.บางบาล อ.บางซ้าย และ อ.เสนา
นาย นิวัฒน์ รุ่งสาคร ผวจ.พระนครศรีอยุธยา ได้สั่งการจัดตั้งศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ปัญหาน้ำท่วม ระดับจังหวัด อำเภอ และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมช่วยเหลือประชาชน




