รักแท้ไม่มีคำว่าท้อ แม่วัย 85 ดูแลลูกป่วยดาวน์ซินโดรม

รักแท้ของแม่ไม่มีคำว่าท้อ คุณแม่วัย 85 ทุ่มเททั้งชีวิตดูแลลูกชายป่วยดาวน์ซินโดรมมา 51 ปี ยืนหยัดเป็นทั้งพ่อและแม่ หลังสามีเสียชีวิตเมื่อ 17 ปีก่อน - บอกไม่เสียใจที่ลูกเป็นแบบนี้ และจะดูแลให้ดีที่สุด
(12 ส.ค. 69) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ชุมชนศาลเจ้าพ่อเสือ–ทุ่งสว่าง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา พูดคุยกับนางอ่อนศรี อายุ 85 ปี อดีตข้าราชการครู คุณแม่ตัวอย่างที่พร้อมทุ่มเททุกอย่างให้กับลูก โดยบรรยากาศวันแม่แห่งชาติที่บ้านของนางอ่อนศรีเต็มไปด้วยความอบอุ่น เมื่อ นายอรรถกร อายุ 51 ปี ผู้พิการทางสติปัญญาและมีภาวะดาวน์ซินโดรม นำพวงมาลัยดอกมะลิมอบให้ นางอ่อนศรี ผู้เป็นมารดา ก่อนทั้งคู่จะโอบกอด หอมแก้ม และบอกรักกันด้วยสีหน้าและแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความสุข
.
ภาพดังกล่าวไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะในวันแม่ แต่เป็นความผูกพันที่เกิดขึ้นทุกวันตลอดระยะเวลากว่า 51 ปี จนกลายเป็นภาพคุ้นตาของเพื่อนบ้าน แม้ผู้เป็นแม่จะทราบว่าลูกชายมีพัฒนาการแตกต่างจากเด็กทั่วไป แต่ความรักที่มีต่อลูกไม่เคยลดน้อยลงแม้แต่วันเดียว
.
นางอ่อนศรี เปิดเผยว่า นายอรรถกรคลอดก่อนกำหนด ขณะมีอายุครรภ์ประมาณ 8 เดือน ระหว่างตั้งครรภ์มีเลือดออกเป็นระยะจนกังวลว่าอาจแท้ง และต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ช่วงแรกครอบครัวยังไม่ทราบว่าลูกมีความผิดปกติ กระทั่งอายุประมาณ 2 ขวบยังเดินไม่ได้และมีพัฒนาการช้ากว่าเด็กทั่วไป จึงพาไปตรวจที่โรงพยาบาลเด็กในกรุงเทพฯ ก่อนจะได้รับคำแนะนำให้เข้ารับการดูแลและพัฒนาศักยภาพที่โรงเรียนราชานุกูล ช่วงที่ลูกชายเรียนและพักอยู่หอประจำในกรุงเทพฯ ทุกเย็นวันศุกร์ นางอ่อนศรีจะเดินทางไปรับลูกกลับมาอยู่ด้วยกัน ก่อนพากลับไปส่งหอพักในวันอาทิตย์ ทำเช่นนี้อย่างต่อเนื่องจนลูกชายอายุประมาณ 20 ปี
.
เมื่อเข้าสู่วัยทำงาน ครอบครัวเคยพยายามฝึกอาชีพรีดผ้าให้แก่นายอรรถกร แต่ระหว่างฝึกเกิดอุบัติเหตุเตารีดถูกแขน ผู้เป็นพ่อจึงเห็นว่าการออกไปประกอบอาชีพอาจมีความเสี่ยง และตัดสินใจให้ลูกอยู่ที่บ้าน โดยสมาชิกในครอบครัวช่วยกันดูแลอย่างใกล้ชิดนับตั้งแต่นั้นมา
.
นางอ่อนศรี เล่าว่า ลูกชายเป็นคนว่านอนสอนง่าย อ่อนน้อม ชอบให้ผู้อื่นพูดจาไพเราะ และชอบถ่ายรูป หากใครพูดดีหรือซื้อขนมมาฝากจะดีใจและกล่าวชมอย่างชัดเจน แต่ไม่ชอบคนที่พูดเสียงดังหรือพูดจาโผงผาง หลังได้รับการดูแลและฝึกพัฒนาการจากโรงเรียนราชานุกูล พฤติกรรมและการเข้าสังคมของลูกชายก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
.
แม้วันนี้แม่จะมีอายุ 85 ปี และลูกชายอายุ 51 ปีแล้ว แต่ทั้งคู่ยังคงแสดงความรักต่อกันทุกวัน นายอรรถกรมักเข้ามาขอหอมแก้มแม่ ขณะที่ผู้เป็นแม่จะโอบกอดและพูดคุยกับลูกอย่างอ่อนโยน หากวันใดลูกทำหน้าบึ้ง เธอจะพูดกับลูกดีๆ ว่า “ทำอย่างนั้นไม่หล่อนะลูก” เพื่อให้ลูกกลับมาอารมณ์ดีอีกครั้ง
.
หลังสามีเสียชีวิตไปเมื่อประมาณ 17 ปีก่อน นางอ่อนศรีต้องรับหน้าที่เป็นทั้งพ่อและแม่ รวมถึงเป็นเสาหลักของครอบครัว แม้อายุมากขึ้นแต่ไม่เคยยอมแพ้ เพราะรู้ว่าตนเองไม่มีเวลาล้มป่วย และต้องดูแลลูกชายให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
.
ตลอดระยะเวลา 51 ปี นางอ่อนศรีไม่เคยรู้สึกอับอายที่มีลูกเป็นผู้พิการทางสติปัญญา ไม่เคยปิดบังลูกจากสังคม และหากสถานที่ใดสามารถพาลูกไปด้วยได้ ก็จะพาไปทุกครั้ง รวมถึงเข้าร่วมกิจกรรมของชมรมผู้พิการเมื่อมีโอกาส ขณะที่สมาชิกคนอื่นในครอบครัว โดยเฉพาะพี่สาว ต่างเข้าใจและช่วยกันดูแลนายอรรถกรเป็นอย่างดี
.
“เราไปเห็นคนที่พิการมากกว่าลูกเรา ก็คิดในใจว่าลูกเรานี่ยอดแล้ว เราไม่เสียใจที่ลูกเป็นอย่างนี้ ไม่รู้ว่าเขาเกิดมาเป็นอย่างนี้เพราะอะไร แต่เมื่อเขาเกิดมาแล้ว เราก็ต้องอยู่ร่วมกันและดูแลกัน” นางอ่อนศรี กล่าว
.
สำหรับวันแม่แห่งชาติ วันที่ 12 สิงหาคม สมาชิกในครอบครัวจะกลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา บางปีพากันออกไปรับประทานอาหาร ส่วนบางปีก็ร่วมกันทำอาหารง่ายๆ ภายในบ้าน สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่งานฉลองใหญ่โต แต่คือการได้อยู่ร่วมกันและดูแลกันด้วยความรักและความเข้าใจ
.
จากวันที่แม่อุ้มลูกชายตัวน้อยซึ่งมีพัฒนาการแตกต่างจากเด็กทั่วไป จนวันนี้เวลาผ่านมากว่าครึ่งศตวรรษ ความรักของแม่วัย 85 ปี ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เป็นความรักที่ยอมรับลูกในแบบที่เขาเป็น ไม่ทอดทิ้ง ไม่อับอาย และพร้อมจับมือเดินเคียงข้างกันไปในทุกช่วงของชีวิต โดยไม่เคยมีคำว่า “ท้อ” ตลอด 51 ปีที่ผ่านมา




