สลด ด.ญ. 13 สละชีวิตช่วยน้องสาว 5 ขวบลื่นตกฝายน้ำล้นน้องรอดแต่ตัวเองจมดับ

ข่าวเวิร์คพอยท์
สลด ด.ญ. 13 สละชีวิตช่วยน้องสาว 5 ขวบลื่นตกฝายน้ำล้นน้องรอดแต่ตัวเองจมดับ

สลดด.ญ.วัย 13 ปี สละชีวิตช่วยน้องสาว 5 ขวบ ลื่นตกฝายน้ำล้นจนน้องรอด แต่ตัวเองจมหายต่อหน้า ยายตะโกนบอกชาวบ้านช่วยผ่านไปเกือบ 10 นาที พบจมอยู่ในฝายรีบนำขึ้นมาปั้มหัวใจ แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ ครอบครัวบริจาคดวงตาด.ญ.วัย 13 ปี ให้ รพ.เพื่อมอบโอกาสให้ผู้อื่น เชื่อสร้างบุญกุศลให้น้องที่จากไป

(20 ต.ค.66) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีเหตุการณ์ที่เศร้าสลดใจ กรณี ด.ญ.อายุ 13 ปี ได้เสียสละช่วยเหลือน้องสาวอายุ 5 ขวบ ที่ลื่นตกฝายน้ำล้น จนน้องรอดชีวิตแต่ตัวเองจมหายไปกับกระแสน้ำ ก่อนจะมีคนช่วยนำขึ้นจากฝาย ทำการปั้มหัวใจช่วยชีวิตก่อนจะรีบนำส่ง รพ. แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถยื้อชีวิตน้องไว้ได้ เหตุเกิดเมื่อช่วงสายวานนี้ 19 ต.ค. 66 ซึ่งทางครอบครัวได้นำร่างของ ด.ญ.วัย 13 ปี มาตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านหนองโบสถ์ ตำบลทุ่งแสงทอง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์  

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านหนองโบสถ์ ต.ทุ่งแสงทอง อ.นางรอง ที่ทางครอบครัวได้นำร่างของ ด.ญ.ณิชกานต์ ชมนาวัง หรือน้องอุ๋งอิ๋ง อายุ 13 ปี มาประกอบพิธีรดน้ำศพท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัว โดยเฉพาะนางสาวปริฉัตร อายุ 30 ปี แม่ของน้องอุ๋งอิ๋ง ที่ยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียลูกสาว ร้องไห้ด้วยความเสียใจตลอดเวลา

จากการสอบถามนางหนูเรียน อายุ 51 ปี ยายของน้องอุ๋งอิ๋ง เล่าว่า น้องอุ๋งอิ๋ง และ ด.ญ.ณัชกมล อายุ 5 ขวบ หลานทั้งสองเพิ่งจะย้ายมาอยู่ด้วยประมาณ 2 เดือน ก่อนหน้านี้เขาอยู่กับแม่ที่จังหวัดอุดรธานี เมื่อวานนี้ เวลาประมาณ 10 โมงเช้า ตนจะออกไปยกยอหรือตาข่ายดักปลาที่ฝายน้ำล้นท้ายหมู่บ้านชุมแสง หลานทั้ง 2 คนก็ขอไปด้วยบอกว่าอยากไปด้วย ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยให้ไปเพราะเห็นว่าแดดมันร้อน แต่หลานคนโตก็คะยั้นคะยอ ตนก็เลยยอมให้หลานไปด้วยและเห็นว่าคนโตอายุ 13 แล้วน่าจะดูแลน้องได้ จากนั้นก็เลยพาขี่รถไปด้วยกันทั้ง 3 คน  

แต่ช่วงที่ตนไปยกยก ก็บอกให้หลานนั่งรออยู่บนฝั่ง ผ่านไปไม่นานได้ยินเสียงหลานร้องเหมือนตกใจว่า “โอ๊ย” ตนหันไปดูก็เห็นทั้งคู่ลื่นตกฝายน้ำล้น โดยน้องอุ๋งอิ๋งคนพี่กำลังพยายามดึงแขนน้อง ตอนแรกก็เหมือนจะขึ้นได้ทั้งสองคนแล้ว แต่คนเล็กน่าจะตกใจหรือกลัวก็ไปกอดรัดพี่สาวจนเสียหลักหงายหลังตกลงไปในน้ำอีกรอบ ตนจึงกระโดดจะลงไปช่วยหลานแต่วันนั้นยายใส่เสื้อ 3 ตัว กางเกง 3 ตัวทำให้น้ำหนักมากไม่สามารถลอยตัวไปช่วยหลานได้ จึงตะโกนให้คนที่อยู่ใกล้มาช่วย กระทั่งมีคนที่มายกยออยู่ใกล้กันกระโดดลงไปช่วย โดยสามารถช่วยคนเล็กขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย แต่คนโตถูกกระกระแสน้ำพัดผ่านไปเกือบ 10 นาทีจึงสามารถนำขึ้นมาได้ เขาก็พยายามปั้มหัวใจช่วยชีวิต และแจ้งกู้ชีพนำส่ง รพ. แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตหลานไว้ได้ เสียใจมากเพราะหลานเป็นเด็กร่าเริง น่ารัก  ส่วนที่ทางครอบครัวตัดสินใจบริจาคดวงตาให้กับทาง รพ. เพราะคิดว่าจะเป็นบุญกุศลกับตัวหลานเอง เพราะดวงตาที่บริจาคก็คงจะไปช่วยเหลือผู้ป่วยคนอื่นที่เขาต้องการใช้ดวงตาได้ เพราะตัวยายเองก็บริจาคทั้งกายให้กับทางสภากาชาดไทยเหมือนกัน 

ด้านนายสมคิต ทองประเทือง อายุ 43 ปี เลขานายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทุ่งแสงทอง ที่ลงไปช่วยเหลือน้องทั้งสองคน เล่าว่า เมื่อวานนี้ตนก็ไปยกยออยู่ที่ฝายดังกล่าวเหมือนกัน ตนได้ยินเสียงเหมือนยายเขาตะโกนอะไรสักอย่างแต่ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่บังเอิญหันไปเห็นเด็กหัวผุดๆ โผล่ในน้ำ จึงกระโดดลงไปช่วย สามารถช่วยคนเล็กขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย ก่อนจะกระโดดลงไปค้นหาคนโตอีกครั้งตอนแรกไม่เจอ  

กระทั่งมีชาวบ้านที่ผ่านมาช่วยกันลงไปหา ผ่านไปเกือบ 10 นาทีแล้ว พอช่วยน้องขึ้นมาได้ก็รีบทำการปั้มหัวใจอยู่ประมาณ 20 นาที ก่อนจะแจ้งหน่วยกู้ชีพมารับตัวเพื่อนำส่ง รพ. กระทั่งข่าวทราบว่าน้องเสียชีวิตก็เสียใจ พยายามช่วยเต็มที่แล้ว 

จากนั้นผู้สื่อข่าวและหน่วยกู้ภัยตำรวจทางหลวงบุรีรัมย์ได้ลงพื้นที่ไปยังฝายน้ำล้นที่เกิดเหตุ พบว่ากระแสน้ำค่อนข้างไหลเชี่ยวและลื่น จึงเตือนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ให้ระมัดระวัง เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุลื่นจมน้ำได้ 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง