“TV DEMAND GENERATOR LEADERSHIP FORUM 2026” ผนึกกำลังขับเคลื่อนอนาคตทีวีไทย

“TV DEMAND GENERATOR LEADERSHIP FORUM 2026” ผนึกกำลังขับเคลื่อนอนาคตทีวีไทย
นับเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทย เมื่อ 3 สมาคมสื่อ ประกอบด้วย สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัล ประเทศไทย / สมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ / สภาวิชาชีพกิจการการแพร่ภาพและการกระจายเสียง (ประเทศไทย) ร่วมกับสถานีโทรทัศน์ชั้นนำของไทย จัดงาน “TV | DEMAND GENERATOR LEADERSHIP FORUM 2026” ในวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569 ที่ สยามปทุมวันเฮาส์ เขตปทุมวัน กทม.
งานดังกล่าวถือเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมผู้นำจากอุตสาหกรรมโทรทัศน์ นักการตลาด และผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อ มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองถึงทิศทางของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ ท่ามกลางพฤติกรรมของผู้ชมและภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงการนำพลังของคอนเทนต์คุณภาพมาต่อยอด เพื่อ ร่วมกันตอบคำถามสำคัญว่า “ ทีวีจะสามารถสร้าง Demand และเปลี่ยนพลังของ Content ให้กลายเป็น Business Outcome ได้อย่างไร ?”
บนเวทีจะมีการพูดคุยข้อมูลเชิงกลยุทธ์ ใน 3 ช่วง โดยหัวข้อ“Maximize the Outcome” หรือการวัดผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างแท้จริง และการเชื่อมโยง Connected TV สู่ Ecosystem อีกด้วย นำโดยคุณจิตสุภา วัชรพล ตัวแทนจากไทยรัฐทีวี และออนไลน์ และ "คุณชลากรณ์ ปัญญาโฉม" ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน)
โดย คุณชลากรณ์ ได้กล่าวถึง “Connected TV Ecosystem” และทิศทางของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ว่า หากจะพูดว่า “ทุกอย่างตายหมดแล้ว” ก็สามารถพูดได้ เพราะเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยน ทุกอย่างก็ย่อมเปลี่ยนตาม รวมถึงรูปแบบการส่งต่อมีเดีย แต่ไม่ได้หมายความว่าศักยภาพของโทรทัศน์และการผลิตคอนเทนต์จะหายไป
โดยมองว่า ทีวีถือเป็นคอมมิวนิตีขนาดใหญ่ แต่ละสถานีมีฐานผู้ชมที่แตกต่างกัน ขณะเดียวกันภายในแต่ละช่องยังมีคอนเทนต์ที่แยกย่อยออกไปอีกจำนวนมาก และแต่ละคอนเทนต์ก็มีฐานผู้ชมเฉพาะของตัวเอง จึงเกิดเป็นทั้งคอมมิวนิตีขนาดใหญ่และคอมมิวนิตีย่อยของผู้ชมทีวี
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป คือ “พฤติกรรมของผู้ชม” ที่อาจใช้เวลาดูทีวีลดลง เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคมีกิจกรรมและทางเลือกมากขึ้น แต่ความสามารถในการสร้างคอนเทนต์ของสถานีโทรทัศน์ทุกช่องยังคงแข็งแรง และมองว่าแข็งแรงมากขึ้นด้วยซ้ำ เพราะผู้ผลิตคอนเทนต์ต่างผ่านการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวมาแล้วในทุกยุค
คุณชลากรณ์ ยังระบุว่า วันนี้คำว่า “TV” ไม่ได้เท่ากับ “Television Set” อีกต่อไป เพราะการดูทีวีไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเฉพาะหน้าจอโทรทัศน์ภายในบ้าน ผู้ชมสามารถรับชมคอนเทนต์ของสถานีโทรทัศน์ผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้จากทุกที่
อีกหนึ่งคุณค่าที่สำคัญของทีวีในปัจจุบัน คือ “Trust” หรือความน่าเชื่อถือ โดยในอดีตบทบาทของทีวีอาจสิ้นสุดอยู่ที่การสร้าง “Attention” หรือการดึงความสนใจจากผู้ชม แต่เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงและมีสื่อเกิดขึ้นจำนวนมาก สิ่งที่ทีวีมีเพิ่มขึ้นและมีความสำคัญมากขึ้น คือ ความน่าเชื่อถือ
เนื่องจากเมื่อผู้ชมรับชมคอนเทนต์จากสถานีโทรทัศน์ จะสามารถทราบได้ว่าใครเป็นผู้ผลิต ขณะเดียวกัน รายการ คอนเทนต์ รวมถึงบุคคลที่เข้ามามีส่วนร่วมในแต่ละรายการ ต่างมีส่วนสร้างและสะสมความน่าเชื่อถือให้กับสถานี ซึ่งนายชลากรณ์มองว่า เป็นคุณค่าที่สื่อประเภทอื่นสร้างได้ไม่ง่ายนัก
นอกจากนี้ สิ่งที่คอนเทนต์ทีวีสามารถสร้างให้เกิดขึ้นได้ ไม่ได้มีเพียง “Advertising” หรือมูลค่าจากการโฆษณา แต่คือ “Commercial Value” หรือมูลค่าทางธุรกิจที่สามารถต่อยอดออกไปได้มากกว่านั้น
คุณชลากรณ์ ได้กล่าวย้อนถึงช่วงเริ่มต้นการประมูลทีวีดิจิทัลว่า ในเวลานั้นเคยมีคนเข้ามาบอกว่า “ทีวีกำลังจะตาย” ทั้งที่เพิ่งเข้าสู่ยุคทีวีดิจิทัล แต่ตนเป็นหนึ่งในคนกลุ่มแรก ๆ ที่นำคอนเทนต์จากโทรทัศน์ไปเผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย เพราะมองเห็นว่าโซเชียลมีเดียสามารถเข้ามาช่วยต่อยอดคอนเทนต์ สร้างทั้ง Engagement และ Conversation ระหว่างคอนเทนต์กับผู้ชมได้
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ รายการ “ปัญญา 5 ดาว” ที่ต่อยอดไปสู่การจัดกิจกรรม “ปัญญา 5 ดาว อีทส์ แฟร์” โดยร้านค้าที่เข้าร่วมออกบูท ล้วนเป็นร้านที่เคยผ่านการออกรายการมาก่อน สิ่งที่เกิดขึ้น คือ ความน่าเชื่อถือที่ถูกสร้างผ่านคอนเทนต์ทีวี สามารถต่อยอดไปสู่พฤติกรรมของผู้บริโภคจริง ทั้งการเดินทางมาร่วมงาน การซื้อสินค้า รวมถึงร้านค้าและแบรนด์ที่ได้รับการรู้จักและสามารถสร้างยอดขายเพิ่มขึ้น
คุณชลากรณ์ จึงมองว่า สิ่งต่าง ๆ ไม่ได้หายไป เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบตามเทคโนโลยี ขณะที่ความสามารถในการผลิตคอนเทนต์ของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ยังคงอยู่ และพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการผ่านการเปลี่ยนแปลงมาหลายยุค
ดังนั้น ระบบนิเวศของทีวีในปัจจุบันจึงต้องเชื่อมโยงตั้งแต่ TV – Content – Attention – Trust – Commercial Value ให้ทำงานร่วมกัน ตั้งแต่การสร้างคอนเทนต์ ดึงความสนใจ สร้างความน่าเชื่อถือ ไปจนถึงการเปลี่ยนความเชื่อมั่นของผู้ชมให้เกิดมูลค่าทางธุรกิจ คุณชลากรณ์เชื่อว่า “ทีวียังคงอยู่ได้อีกนาน”
ในส่วนหัวข้อ “Beyond TV” หรือการก้าวไปข้างหน้าของทีวีดิจิทัลของไทย ร่วมกันเปิดมุมมองใหม่ต่อบทบาทของโทรทัศน์ในยุค fragmented Media หรือการรับชมแบบกระจัดกระจาย เมื่อพฤติกรรมของผู้ชมเปลี่ยนจากการรับชมผ่านจอเดียว สู่การบริโภควิดีโอในหลากหลายแพลตฟอร์ม
โดยในหัวข้อนี้มีผู้บริหารระดับแนวหน้าได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น นำโดย คุณบอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด มหาชน // คุณวิบูลย์ ลีรัตนขจร จาก BEC WORLD เพื่อสะท้อนทิศทางของ Content Business เพื่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่ Total Video และ Content เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม และสร้างความต้องการเนื้อหาที่มีคุณภาพ
ขณะที่หัวข้อ “Better for Brands” หรือการสร้างแบรนด์ที่ดีกว่า เพื่อพิสูจน์บทบาทของทีวีไทย ที่ต้องสร้างความเชื่อ ความไว้วางใจ และคุณค่าของแบรนด์ทีวี ที่จะสามารถสร้างความแตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่นได้อย่างไร
โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ เอกก์ ภทรนกุล จากสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย และคุณภวัต เรืองเดชวรชัย จากสมาคมมีเดียเอเจนซี และธุรกิจสื่อแห่งประเทศ ครอบคลุมมุมมองทั้งฝั่งนักการตลาดและมีเดียเอเยนซี่
สำหรับงาน “TV DEMAND GENERATOR LEADERSHIP FORUM 2026” ถือเป็นเวทีสำคัญในการร่วมกำหนดทิศทางและคุณค่าใหม่ของทีวีไทย โดยเชื่อมโยงผู้ผลิตคอนเทนต์ ผู้ประกอบการสื่อ นักการตลาด เอเจนซี และผู้ให้บริการด้าน Data เข้าด้วยกัน
เพื่อยกระดับคอนเทนต์คุณภาพ จากการสร้างเพียงยอดวิว และการเข้าถึงผู้ชม ไปสู่การสร้าง Demand และผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้ พร้อมขับเคลื่อนบทบาทของทีวีจาก “Mass Media” สู่ “Demand Generator” ที่เชื่อมโยง Content – Audience – Brand และ Business เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ
#ข่าวเวิร์คพอยท์23




