เปิดประวัติ “ฉลอง เรี่ยวแรง”

เปิดประวัติ “ฉลอง เรี่ยวแรง” จาก “งูเห่า” สู่บ้านใหญ่เมืองนนท์
นายฉลอง เรี่ยวแรง เป็นนักการเมืองจากจังหวัดนนทบุรี มีเส้นทางการเมืองยาวนานหลายทศวรรษ และเป็นที่รู้จักในระดับประเทศจากเหตุการณ์ทางการเมืองในปี 2540 ซึ่งเป็นที่มาของฉายา “หลอง งูเห่า”
ก่อนเข้าสู่การเมืองระดับชาติ ฉลองเริ่มต้นจากการเมืองท้องถิ่น โดยมีข้อมูลว่าเคยเป็น สมาชิกสภาเทศบาลนครนนทบุรี ก่อนก้าวเข้าสู่สนามเลือกตั้งระดับประเทศ
จุดเปลี่ยนสำคัญ ปี 2539
ในการเลือกตั้งช่วงเดือนพฤศจิกายน 2539 พรรคประชากรไทยสามารถคว้าที่นั่ง ส.ส.นนทบุรีได้หลายที่นั่ง และหนึ่งในผู้ที่ได้รับเลือกตั้งใหม่คือ ฉลอง เรี่ยวแรง ซึ่งขณะนั้นมาจากฐานการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดนนทบุรี
แต่เพียงไม่นานหลังเข้าสภา ฉลองก็กลายเป็นหนึ่งในตัวละครสำคัญของเหตุการณ์ที่ต่อมากลายเป็นตำนานการเมืองไทย
จุดเริ่มต้นฉายา “งูเห่า”
ในช่วงปลายปี 2540 เกิดความขัดแย้งทางการเมืองภายในพรรคประชากรไทย
มี ส.ส.ของพรรคกลุ่มหนึ่งตัดสินใจ ไม่ทำตามมติของพรรค และหันไปสนับสนุน นายชวน หลีกภัย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ฉลอง เรี่ยวแรง เป็นหนึ่งในกลุ่มดังกล่าว
เหตุการณ์นี้มีความสำคัญมาก เพราะคะแนนเสียงของกลุ่มดังกล่าวช่วยทำให้สมการทางการเมืองเปลี่ยน และท้ายที่สุด ชวน หลีกภัย ได้เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2
หลังจากนั้น สื่อมวลชนเรียก ส.ส.กลุ่มดังกล่าวว่า “กลุ่มงูเห่า”
ที่มาของคำว่า “งูเห่า” มาจากการเปรียบเปรยของ สมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคประชากรไทยในขณะนั้น โดยเปรียบสถานการณ์กับนิทาน “ชาวนากับงูเห่า”
นับตั้งแต่นั้นชื่อ “ฉลอง เรี่ยวแรง” จึงถูกผูกเข้ากับฉายา “หลอง งูเห่า” และกลายเป็นภาพจำทางการเมืองของเขามาจนถึงปัจจุบัน
จาก “งูเห่า” สู่การเมืองหลายพรรค
หลังจากเหตุการณ์ปี 2540 เส้นทางการเมืองของฉลองไม่ได้หยุดอยู่ที่พรรคเดียว
เขาผ่านการทำงานและการสังกัดพรรคการเมืองหลายพรรค และกลับมาเป็น ส.ส.นนทบุรีอีกหลายครั้ง
ข้อมูลจากงานศึกษาของสถาบันพระปกเกล้าระบุว่า ฉลองเคยเป็น ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ก่อนกลับเข้าสู่สนามเลือกตั้งอีกครั้ง
ปี 2554 กลับมาเป็น ส.ส.นนทบุรี
ในการเลือกตั้งปี 2554 ฉลองลงสมัครในนาม พรรคเพื่อไทย เขต 6 จังหวัดนนทบุรี และได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.
ข้อมูลของ กกต.ที่เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาระบุว่า ฉลอง เรี่ยวแรง เป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง ส.ส.นนทบุรี เขต 6 ในนามพรรคเพื่อไทย
ผลการเลือกตั้งครั้งนั้นทำให้ฉลองกลับเข้าสภาอีกครั้ง หลังจากผ่านเส้นทางการเมืองมาหลายปี
ในช่วงที่เป็น ส.ส.เพื่อไทย ฉลองยังเป็นนักการเมืองที่มีข่าวปรากฏอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะจากการแสดงความเห็นเกี่ยวกับการเมืองภายในพรรคและสถานการณ์ในพื้นที่นนทบุรี
ปี 2562 ย้ายจากเพื่อไทย → พลังประชารัฐ
การเลือกตั้งปี 2562 ถือเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญ
ฉลองย้ายจาก พรรคเพื่อไทย มาสังกัด พรรคพลังประชารัฐ และลงสมัคร ส.ส.นนทบุรี เขต 2
แต่ครั้งนั้นเขา ไม่ได้รับเลือกตั้ง
ข้อมูลผลการเลือกตั้งระบุว่า ฉลองได้ 27,725 คะแนน เป็นอันดับ 2 ขณะที่ผู้ชนะจากพรรคเพื่อไทยได้ 28,954 คะแนน
อย่างไรก็ตาม หลังการเลือกตั้งไม่นาน ฉลองได้รับการแต่งตั้งเป็น ข้าราชการการเมือง ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยมีคำสั่ง ครม.ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2562
บ้านใหญ่ “เรี่ยวแรง” เริ่มมีบทบาท
ชื่อของฉลองไม่ได้อยู่เพียงคนเดียว แต่เริ่มถูกพูดถึงในฐานะผู้นำเครือข่ายการเมืองของ “ตระกูลเรี่ยวแรง”
ในการเลือกตั้งปี 2562 นางเจริญ เรี่ยวแรง ภรรยาของฉลอง ลงสมัคร ส.ส.นนทบุรี ในนามพรรคพลังประชารัฐ และได้รับเลือกตั้ง ทำให้ตระกูลเรี่ยวแรงมีบทบาททางการเมืองในจังหวัดนนทบุรีอย่างชัดเจน
ต่อมาในปี 2563 ฉลองลงสมัคร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ในนามกลุ่มพลังนนท์ แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง โดยพ่ายให้กับ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ
ปี 2566 ย้ายเข้าภูมิใจไทยทั้งครอบครัว
ก่อนการเลือกตั้งปี 2566 ฉลองพาครอบครัวเข้าสู่ พรรคภูมิใจไทย
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 พรรคภูมิใจไทยเปิดตัว ฉลอง เรี่ยวแรง, เจริญ เรี่ยวแรง และปารมี เรี่ยวแรง เข้าสมัครสมาชิกพรรค
ฉลองให้เหตุผลในเวลานั้นว่า ได้ติดตามการทำงานของ อนุทิน ชาญวีรกูล และพรรคภูมิใจไทยมาระยะหนึ่ง และเห็นแนวทางการทำงานที่ตรงกับตนเอง รวมถึงจุดยืนเกี่ยวกับ มาตรา 112
ในการเลือกตั้งปี 2566 ฉลองลงสมัคร ส.ส.นนทบุรี เขต 4 ในนามภูมิใจไทย ขณะที่สมาชิกครอบครัวลงสมัครในเขตอื่น ๆ และมีการกระจายตัวระหว่างภูมิใจไทยกับพลังประชารัฐ
แต่ผลการเลือกตั้งครั้งนั้น ครอบครัวเรี่ยวแรงไม่ได้ ส.ส. โดยหลายเขตพ่ายให้กับผู้สมัครจากพรรคก้าวไกล
ล่าสุด เส้นทางการเมืองยังไม่จบ
ฉลองยังคงเคลื่อนไหวทางการเมืองในจังหวัดนนทบุรีอย่างต่อเนื่อง




