คนชายแดนไม่เชื่อ “กัมพูชา” ถอยจากพื้นที่พิพาท แม้รัฐขีดเส้นตาย 10 ต.ค.68

ชาวบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ไม่เชื่อ “กัมพูชา” จะถอยจากพื้นที่พิพาท แม้รัฐขีดเส้นตาย 10 ต.ค. – ย้ำไม่เอา “เมืองพี่เมืองน้อง”
(1 ต.ค.68) ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงสร้างความกังวลใจให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะชาวบ้านหนองจาน และหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว หลังมีการกำหนดเส้นตายวันที่ 10 ต.ค.68 ให้ชาวกัมพูชาถอนตัวออกจากพื้นที่พิพาท แต่ชาวบ้านยังเชื่อว่า “ไม่เป็นผล” พร้อมยืนยันไม่เห็นด้วยกับแนวคิด “เมืองพี่เมืองน้อง”

นางชนิดา (สงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี , ยายพรไทยสงค์ (สงวนนามสกุล) อายุ 83 ปี และนางนวลอนงค์ (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี ซึ่งเป็นชาวบ้านอ่างศิลา ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง ต่างมีความเห็นและให้ข้อมูลตรงกันว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังไม่มั่นใจว่า ฝ่ายกัมพูชาจะปฏิบัติตามที่ไทยร้องขอ เนื่องจากที่ผ่านมา แม้จะมีการตกลงให้ถอนตัวออกไปหลายครั้ง แต่กลับไม่มีการเคลื่อนไหวจริง “พูดได้แต่ก็ทำไม่ได้ ก็เหมือนที่เห็นๆ กันอยู่นี่แหละ”
“วันที่ 10 ก็คิดว่าเขาไม่ไปแน่ พวกนี้ไม่ไปหรอก เชื่อได้เลยว่าพูดกับทำไม่เหมือนกัน”

นอกจากนี้ ประชาชนในพื้นที่ยังแสดงความไม่พอใจ ต่อแนวคิดการพัฒนาเมืองคู่ขนาน หรือ “เมืองพี่เมืองน้อง” ระหว่างไทย-กัมพูชา โดยให้เหตุผลว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะอยู่ร่วมกันแบบสนิทใจ เนื่องจากไม่สามารถไว้ใจกันได้ “คบได้แต่เช้าถึงเย็น แต่จะให้เป็นพี่น้องนี่เป็นไปไม่ได้” ชาวบ้านรายหนึ่งกล่าวยืนยัน
ชาวบ้านอีกราย กล่าวเสริมว่า “ไม่เอาเมืองพี่เมืองน้อง ไม่เอาเมืองแฝด อายด้วยซ้ำ เราไม่เห็นด้วย”
ส่วนประเด็นการเปลี่ยนแม่ทัพภาคที่ 1 ที่รับผิดชอบพื้นที่ชายแดน ชาวบ้านบางส่วนระบุว่า แม่ทัพคนเก่ามีผลงานดีในระดับหนึ่ง แต่ยังแก้ปัญหาไม่เด็ดขาดนัก ขณะที่แม่ทัพคนใหม่เพิ่งมารับตำแหน่ง ชาวบ้านฝากความหวังว่าอยากให้ดูแลประชาชนและแก้ปัญหาให้จริงจัง “ก็อยากฝากให้ดูแลประชาชนให้มากๆ ตอนนี้มันไม่เชื่อหรอกว่าจะออกไป เพราะถ้ามันจะออก มันออกไปนานแล้ว”

บางคนเสนอแนวทางชัดเจนว่า หากต้องการแก้ปัญหาอย่างมั่นคง ควรสร้างแนวกำแพงกั้นพื้นที่ “ถ้าทำได้ ให้สร้างกำแพงเลย อันนี้มั่นใจที่สุด ไม่อย่างนั้นก็อยู่กันแบบนี้เรื่อยไป”
ขณะที่ปัจจุบัน บรรยากาศชายแดนยังอึมครึม ชาวบ้านเล่าว่า ฝ่ายกัมพูชาได้ย้ายเข้ามาตั้งหลักในพื้นที่พิพาทอย่างต่อเนื่อง แม้จะถูกสั่งให้ออกไปหลายครั้ง บางครอบครัวถึงขั้นยกเครื่องใช้ส่วนตัวเข้ามาอยู่ประจำ “เสื้อผ้ายังไม่เอาลงจากรถเลย พัดลมอะไรอย่างนี้ก็หอบมาแล้ว” ชาวบ้านคนหนึ่งระบุ อีกทั้งยังสะท้อนว่า แม้ชาวบ้านไทยจะค้าขายให้กับชาวกัมพูชา แต่ก็ยังเกิดความไม่สบายใจ เพราะเหมือนชาวกัมพูชาที่ค้าขายด้วย “อาศัยอยู่บนที่ดินของเรา” - ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน





