เจ้าอาวาสวัดดังแจงแล้วเงินกฐิน ยืนยันไปได้หายไปไหนแค่เครียดเลยไปพักผ่อน

เจ้าอาวาสวัดดังแจงแล้วเงินกฐิน ยืนยันไม่ได้หายไปไหนแค่เครียดเลยไปพักผ่อน ยอมรับมีหนี้สินที่ยืมญาติโยมมาเป็นเงินหมุนก่อสร้างในวัด เผยเตรียมจัดผ้าป่าทำวัตถุมงคล หวั่นข่าวแง่ลบทำคนไม่มาร่วมบุญ
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 พฤศจิกายน 2566 ที่ศาลาวัดบางปลาหมอ จ.สุพรรณบุรี นายจิตรติ รามเนตร รักษาราชการแทนนายอำเภอเมืองสุพรรณบุรี พร้อมด้วย พระครูศรีปริยัตยา เจ้าอาวาสวัดปราสาททอง เจ้าคณะอำเภอเมืองสุพรรณบุรี และ ผอ.สำนักพุทธจังหวัดสุพรรณบุรี ได้นั่งร่วมกันฟังพระปลัดธนิตย์ จันทิโก เจ้าอาวาสวัดบางปลาหมอ ชีแจ้งกรณีเงินกฐิน โดยมีชาวบ้านชุมชนวัดบางปลาหมอกว่า 30 คน มารอฟังเจ้าอาวาสชี้แจงเงินกฐินที่หายไปกว่า 7 แสนบาท
โดยพระปลัดธนิตย์ จันทิโก เจ้าอาวาสวัดบางปลาหมอ ได้ชีแจ้งว่า ตนไม่ได้เอาเงินกฐินติดตัวไปแต่อย่างใด ส่วนที่หายไป เพียงไปพักผ่อนเท่านั้น และไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องราวใหญ่โต ส่วนเงิน 7 แสนกว่าบาท ได้นำมาจ่ายหนี้สิน ค่าใช้จ่ายการสร้างหอสวดมนต์ และค่าใช้จ่ายต่างๆ จำนวนเงินกว่า 6 แสนบาท ซึ่งก่อนวันที่จะออกจากวัดไป ได้เอาเงินที่เหลือจำนวน 9 หมื่นบาทใส่ไว้ไต้ฐานพระในกุฎิ พร้อมทั้งให้ผู้ใหญ่บ้านไปนำเงินมาให้ชาวบ้านได้ดู ส่วนเงินที่ยืมชาวบ้านมา ขอคุยส่วนตัวทุกรายที่ยืมมา

เจ้าอาวาสวัดบางปลาหมอ กล่าวต่ออีกว่า ไปจากวัดฯ เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2566 ตอนบ่าย แจ้งพระที่วัดว่าจะไปพักผ่อนสัก 2-3 วัน ไปจำวัดที่บ้านพรรคพวกกัน ตั้งใจว่าวันจันทร์ (20 พ.ย.66) จะกลับมาวัด กระทั่งได้รู้ข่าวว่า มีการแจ้งความ ระบุด้วยว่า ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่เป็นเจ้าอาวาสวัดนี้มา กฐิน ผ้าป่า ที่ได้รวมแล้ว 17 ล้านบาท หาเงินสร้างวัดบางปลาหมอไปแล้วร่วม 23 เกือบ 24 ล้านบาท ซึ่งเกินมา 7-8 ล้านบาท ทำไมไม่มีใครถามถึงส่วนตรงนี้บ้าง ว่าตนหา 7-8 ล้านบาทมาจากไหน พร้อมเผยว่า เป็นเงินหมุน เมื่อไม่มีก็ต้องหยิบยืมเพื่อให้การก่อสร้างสิ่งต่างๆสำเร็จ
"เงินกฐินที่ได้มา ฉันก็มีรายจ่ายในส่วนที่ชี้แจงไปแล้ว ฉันมีบุคคลยืนยัน มีบุคคลจริงที่ฉันไปใช้หนี้เขา ฉันก็เครียดฉันก็ไปพักผ่อน ก็ปิดเครื่อง ปิดเฟซฯ ปิดไลน์ ปิดหมดทุกอย่าง มีอะไรเดี๋ยวติดต่อมาเอง แล้วพอวันอาทิตย์ฉันก็ติดต่อกลับมา ว่าฉันจะกลับวันจันทร์ คนสนิทก็บอกว่า อย่าเพิ่งกลับเลยหลวงพี่ เขาจะนัดประชุมกันเดี๋ยวสถานการณ์มันจะแรง ซึ่งเราก็มีแพลนจะกลับอยู่แล้ว ไปชลบุรี 2 คืน แล้วก็โทรให้โยมพี่ที่นนทบุรีมารับ เพื่อที่จะกลับมาวัดในวันรุ่งขึ้น แต่พอฉันกลับมาจากชลบุรีตอนเย็นมาถึงกรุงเทพฯ รังสิต ฉันก็ให้โยมที่นนทบุรีไปรับมาพักผ่อน แล้ววันจันทร์จะกลับมาวัด"
เจ้าอาวาส กล่าวต่อว่า "แต่พอวันจันทร์ก็ออกข่าวแล้วว่าเจ้าอาวาสหอบเงินหนี้ 3 ล้าน 7 ล้านบ้าง 6 ล้านบ้าง ซึ่งฉันมองว่าความยุติธรรมอยู่ไหน คุณยังไม่ได้ถามอะไรฉันเลยคุณก็เอาไปออกแล้ว การที่เราจะทำอะไรนะโยม มันต้องถามให้ดีก่อน โยมรู้ไหมว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้ครอบครัวฉันเดือดร้อนคืออะไร ฉันมาเป็นเจ้าอาวาสวัดบางปลาหมอ ฉันเอาที่จำนองสหกรณ์ไว้ 3 แปลง เพื่อเอาเงินไปสร้างวัด มาสร้างตรงนี้ให้เสร็จ เราถือว่าเดี๋ยวเราก็ใช้คืนได้ แต่พอข่าวออกไปแบบนี้ แล้วใครจะมาทำบุญกับฉัน ใครจะมาทำบุญกับวัด"
"ฉันไม่โทษใครฉันโทษตัวฉันเองในสิ่งที่มันเกิดขึ้น ไปก็ไปชุดเดียวมีเงินติดตัวไปแค่ 7,000 บาท(เงินส่วนตัว) สายชาร์จโทรศัพท์ยังไม่ได้เอาไป กะว่าจะไปพักผ่อนสัก 2-3 วัน แล้วก็กลับให้มันคลายเครียด หาพี่หาน้องญาติที่เคยคุยกันว่าจะแก้ปัญหายังไงดี ก็ไปคุยกันเรื่องสร้างวัตถุมงคล เพราะตอนนี้เราเป็นหนี้เยอะ หรือเอาเป็นวัตถุมงคลตอนทอดผ้าป่า เพราะว่า เมษาปีหน้านี้ เราจะทอดผ้าป่า เพื่อที่จะเอามาสร้างหอสวดมนต์ให้เสร็จ และฉลองวัด ใช้หนี้ใช้สินที่เรายืมมาในการสร้างวัดให้มันจบ"

ด้านนายฉลอง วงษ์จันทร์ กล่าวว่า ไม่ได้ติดใจเรื่องเงินกฐิน แต่ยังไม่เห็นหลักฐานการใช้หนี้ในส่วนอื่น แต่อยากได้เงินที่เจ้าอาวาสติดหนีตนคืน เพราะมีค่าใช้จ่ายต้องใช้ และภาระที่ลูกเรียนมหาวิทยาลัย ปี 2 อยู่ ซึ่งเจ้าอาวาสยืมไปประมาณ 4-5 เดือน บอกว่าญาติพี่น้องเดือดร้อนต้องการเงิน ตนก็เลยโอนไป
ย้ำว่า เรื่องใหญ่เรื่องกฐินจบไปแล้ว แต่เรื่องหนี้สินของชาวบ้านซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัว ก็อยากให้ลงรายละเอียด ว่าจะคืนเดือนไหนยังไง ชาวบ้านจะได้อุ่นใจ และขอเป็นลายลักษณ์อักษร ทำเป็นสัญญาหรือหนังสือรับรองว่าจะใช้ในเดือนไหน ยืนยันว่า ที่ให้ยืมก็เพราะไว้เนื้อเชื่อใจ ส่วนชาวบ้านจะให้เป็นเจ้าอาวาสต่อหรือไม่ ก็แล้วแต่ชาวบ้าน ในความคิดตน จากที่ฟังชาวบ้านก็ให้ความเชื่อมั่นประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์
"เจ้าอาวาสจะได้อยู่ต่อหรือไม่อันนี้ก็แล้วแต่ผู้นำชุมชน ส่วนการชี้แจงของท่านเจ้าอาวาส ในส่วนตัวของผมมีความพึงพอใจประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ มันไม่มีหลักฐานมาให้ชาวบ้านดู มันเป็นแค่คำพูดว่าใช้ไปตรงนั้นตรงนี้ ถ้าจะให้แน่ใจก็ต้องมีใบเสร็จรับเงิน บิลที่สั่งของ เอามาโชว์มาให้ดู เอามายืนยัน ความจริงไม่ต้องมาพูดมากเลย แค่เอาบิลมายืนยันจบเลย"

ขณะที่นายจิตรติ (รักษาราชการนายอำเภอฯ) กล่าวว่า กรณีเงินกฐิน ไม่มีชาวบ้านติดใจ โดยเจ้าอาวาสจะได้นำบัญชีรายรับรายจ่ายทั้งหมดมาแสดง ซึ่งชาวบ้านเปิดตรวจสอบได้เลย ส่วนกรณีเงินที่ชาวบ้านจำนวน 30 กว่าราย กล่าวอ้างว่าเจ้าอาวาสได้ยืมไปนั้น วันนี้จะมีการพูดคุยระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ เพื่อหาข้อสรุปและข้อตกลงร่วมกัน ในส่วนของคดีความ(ลงบันทึกประจำวัน) ผู้ที่ไปแจ้งความก็ยินดีจะไปถอนแจ้งความภายในสัปดาห์หน้า




