ดราม่าเดือด! นทท.ทำมือถือหาย ไรเดอร์รับสายเรียก 5 พัน

Tum1
ดราม่าเดือด! นทท.ทำมือถือหาย ไรเดอร์รับสายเรียก 5 พัน

ดราม่าเดือด! นทท.ทำมือถือหาย ไรเดอร์รับสายเรียก 5 พัน ขู่ไม่จ่ายจะเอาไปทิ้ง

(13 มิ.ย. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ เมื่อนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติmeโทรศัพท์มือถือหาย แล้วพยายามโทรติดตาม พบว่ามีชายรายหนึ่งอ้างเป็นไรเดอร์รับสาย ก่อนเกิดการโต้เถียงอย่างดุเดือด กับเพื่อนชาวไทยของเจ้าของโทรศัพท์ เพราะมีการเรียกเงิน 5,000 บาท แลกกับการนำโทรศัพท์มาคืน

หลังมีการต่อรองกันอย่างหนัก ตัวเลขถูกลดลงเหลือ 2,000 บาท ไรเดอร์ยืนยันว่าหากไม่จ่ายจะไม่นำโทรศัพท์มาคืน และพูดในลักษณะข่มขู่ว่าจะนำโทรศัพท์ไปทิ้ง หากไม่ยอมจ่ายตามที่ต้องการ

เจ้าของโทรศัพท์ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ พยายามเจรจาต่อเนื่อง โดยเสนอเงิน 1,000 บาท เพื่อขอรับทรัพย์สินคืน ท่ามกลางความตึงเครียด และการจะแจ้งความดำเนินคดี หากไม่สามารถตกลงกันได้ สุดท้ายจบลงด้วยไรเดอร์ยอมรับเงิน 1,000 บาท และนำโทรศัพท์มาคืนให้ ส่วนคลิปและรายละเอียดเหตุการณ์ ถูกเผยแพร่สู่โลกออนไลน์ จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าว

ดราม่าเดือด! นทท.ทำมือถือหาย ไรเดอร์รับสายเรียก 5 พัน

ชาวเน็ตจำนวนมาก ตั้งคำถามว่า การเก็บทรัพย์สินของผู้อื่นได้ แล้วเรียกรับเงินเพื่อแลกกับการคืนทรัพย์นั้นเหมาะสมหรือไม่ และการขู่ว่าจะนำทรัพย์สินไปทิ้ง อาจเข้าข่ายความผิดทางกฎหมายหรือไม่ด้วย และหลายคนมองว่า การเก็บของได้แล้วนำมาคืน คือเรื่องของน้ำใจ แต่การเรียกรับเงินแลกกับการคืนทรัพย์ พร้อมคำขู่จะทำลายทรัพย์สิน เป็นเรื่องที่สังคมยากจะยอมรับได้

นักกฎหมายหลายราย ให้ความเห็นว่า พฤติกรรมลักษณะดังกล่าว อาจเข้าข่ายความผิดฐาน “ยักยอกทรัพย์สินหาย” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคสอง (โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ) พฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายความผิด ได้แก่ การเก็บทรัพย์สินที่ผู้อื่นทำหายแล้วไม่นำส่งคืนเจ้าของ , การปิดเครื่อง , ซ่อนทรัพย์สิน , นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว , ขายต่อ หรือเมื่อเจ้าของติดต่อขอรับคืนแล้วกลับปฏิเสธไม่คืนทรัพย์

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแนะนำว่า หากพบทรัพย์สินของผู้อื่นตกหล่น ควรรีบติดต่อเจ้าของ หรือส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเร็ว เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายที่อาจตามมา - ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง