สาวร้อง พาแม่ไปทานอาหารญี่ปุ่น กัดเจอก้างแซลมอนทำให้ฟันแตก เสียเงินรักษา 1.5 หมื่น ร้านปัดรับผิดชอบ

สาวร้อง พาแม่ไปทานอาหารญี่ปุ่น กัดเจอก้างแซลมอนทำให้ฟันแตก เสียเงินรักษา 1.5 หมื่น ร้านปัดรับผิดชอบ

สาวร้องสายไหมต้องรอดพาแม่ไปทานอาหารญี่ปุ่นชื่อดังแห่งหนึ่ง สาขาพุทธมณฑลสาย 3 กัดเจอก้างปลาทำให้ฟันแตก เสียเงินรักษา 1.5 หมื่น ร้านปัดรับผิดชอบ

(7 ก.ย.66) เพจเฟซบุ๊ก Survive - สายไหมต้องรอด ได้รับเรื่องร้องเรียนจากลูกเพจ โดยระบุข้อความว่า สวัสดีค่ะเพจสายไหมต้องรอด เคยได้แต่เป็นผู้อ่านและผู้ติดตามนะคะ ไม่คิดว่าวันนี้จะได้หลายมาเป็นผู้ร้องทุกข์ (แทน)เสียเอง

เหตุการณ์มีอยู่ว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ทางครอบครัวประกอบด้วยคุณพ่อคุณแม่ คุณป้า น้องชายและแฟนน้องชาย ได้ไปรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังแห่งหนึ่ง สาขาพุทธมณฑลสาย 3  

คุณแม่ได้สั่งเมนูข้าวหน้าแซลมอนเต๋าดองไข่ ดองโชยุ และปรากฏว่าในชิ้นปลาแซลมอน มีก้างปลาอยู่ค่ะ (มันไม่ควรจะมีก้างปลาในชิ้นปลาดิบใช่มั้ยคะ) และคุณแม่เคี้ยวฟันหน้าโดนก้างปลาเต็มๆ จนทำให้ฟันหน้าเกิดอาการโยกและเจ็บปวดมากๆ (ดูจากในรูปได้เลยค่ะ ก้างปลาอยู่ในชิ้นปลาแซลมอนดองค่ะ ต้องขออภัยสำหรับภาพที่ไม่น่าดูนะคะ เพราะเป็นรูปชิ้นปลาที่คุณแม่คายออกมาแล้ว หลังจากที่เคี้ยวไปโดน)

จากนั้นทางคุณพ่อก็เรียกพนง.ในร้านมาดูเพื่อแจ้งให้ทราบว่าเกิดเรื่องแบบนี้ พนง.ก็ทำการขอโทษค่ะ และผู้จัดการร้านก็เสนอให้ทานอาหารมื้อนั้นฟรีเป็นการขอโทษ แต่เนื่องจากคุณแม่มีอาการปวดฟันที่เคี้ยวไปโดนก้างมากๆ จึงขอไปหาหมอก่อน ทางคุณพ่อเลยขอให้ทางผู้จัดการร้าน ติดต่อไปยังเจ้าของร้านเพื่อที่จะปรึกษาพูดคุย ว่าหากมีการรักษาฟันและมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น ทางร้านจะช่วยรับผิดชอบอย่างไรได้บ้าง 

ปรากฏว่าเมื่อคุณพ่อได้พูดคุยเจรจากับทางเจ้าของร้าน เจ้าของร้านยืนยันว่าสามารถชดเชยได้แค่ให้รับประทานอาหารมื้อนั้นฟรีอย่างเดียว โดยปฏิเสธที่จะช่วยในเรื่องรักษาพยาบาลใดๆ 

จากนั้นเมื่อทางครอบครัวได้ออกจากร้าน คุณแม่ได้ไปหาหมอฟันทันที เนื่องจากมีอาการเจ็บปวดที่ฟันซี่หน้า คุณหมอได้ทำการตรวจและพบว่าฟันหน้าแตก และทิ่มเข้าไปในเหงือก จึงต้องทำการถอดฟันที่แตกออกทั้งซี่ และต้องรอทำฟันปลอมใส่ทดแทนเข้าไป ซึ่งค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการพบหมอปละวินิจฉัยรวมถึงค่าใช้จ่ายสำหรับทำฟันปลอมซี่ใหม่ รวมแล้วราวๆ 15,000 บาท (อาจจะสูงกว่านี้ ขึ้นอยู่กับรายละเอียดปลีกย่อยจากความเสียหายของฟัน) 

จากนั้นคุณแม่ได้โทรไปหาเจ้าของร้านอีกครั้ง เพื่อจะขอเจรจาในส่วนนี้ แต่เจ้าของร้านทำการตัดสายทิ้ง ไม่รับสาย รวมถึงคุณแม่ส่งข้อความไปทางไลน์ ทางเจ้าของร้านก็ไม่อ่าน และไม่มีการติดต่อกลับใดๆ 

ตอนนี้ทางคุณแม่ นอกจากจะเสียฟันไปหนึ่งซี่จากเหตุการณ์ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น ยังต้องเสียเงินค่ารักษาอีกจำนวนมาก และยังต้องเสียความรู้สึกจากการที่เจ้าของร้านไม่แสดงน้ำใจหรือความรับผิดชอบใดๆอีกเลยด้วยค่ะจึงอยากให้ทางเพจสายไหมต้องรอด ช่วยเป็นกระบอกเสียงให้ครอบครัวของเราด้วยค่ะ ก้างใหญ่มากจริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง