โซเชียลงง!! อาหารพื้นถิ่น “อาจาดหู” ไม่เคยสัมผัส - ร้านเผยเมนูสมัยเจ้าพระยา

โซเชียลงง!! อาหารพื้นถิ่น “อาจาดหู” ไม่เคยสัมผัส - ร้านเผยเมนูสมัยเจ้าพระยา

กรณีกระแสโซเชียลใน เฟซบุ๊กของ บีคุงส์ สมศักดิ์ แก้วจินดา(เก้าหกสาม)ที่โพสต์เรื่อง กระทรวงวัฒนธรรม คัดเลือก 1 เมนู 1 จังหวัด โดยเมนู อาหารพื้นถิ่นของจังหวัดพังงา คือ เมนู อาจาดหู ขณะที่มีคนในพื้นที่ต่างออกมาคอมเมนต์ว่า 'ไม่รู้ชื่อเมนูดังกล่าว' เช่นเดียวกับ เฟซบุ๊กใช้ชื่อว่า Kusol Thannagpol ได้โพสต์ถึงกรณีนี้เช่นกัน
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้รับการติดต่อและขอชี้แจงกรณีดังกล่าว โดยนายพีระ เพชรพาณิชย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารพื้นบ้าน(สายอาหารจีน)ชาวพังงา ได้ประสาน นางวารุณี อายุ 58 ปี เจ้าของร้านเจ้น้องอาหารพื้นเมืองพังงา ผู้ทำเมนูอาหารดังกล่าว ซึ่งอยู่ริมถนนเพชรเกษม ต.กะไหล อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา พบว่าเมนูดังกล่าว เป็นอาหารประจำของครัวเรือนตั้งแต่สมัย พระยาบริรักษ์ภูธร เจ้าเมืองพังงา ซึ่งในปัจจุบันหารับประทานยากมาก ทางร้านได้ค้นเมนูจากผู้เฒ่าผู้แก่ในพื้นที่ จนทราบว่า 'อาจาดหู' เดิมมีรากศัพท์มาจาก จีนมลายู ที่เข้ามาทำเหมืองแร่
โดยคำว่า 'หู' เป็นภาษาจีน แปลว่า ปลา - จีนบางกลุ่ม เรียกปลาว่า หยีว หรือ หวูย โดยมีน้ำอาจาดที่ประกอบด้วยผักสมุนไพรดองราดปลาทอด อดีตนิยมใช้ปลากระบอก แต่ไม่ได้กำหนดว่าต้องใช้เฉพาะปลากระบอกอาจจะเป็นปลาชนิดอื่นได้เช่นกัน

นายพีระ เพชรพาณิชย์ ผู้เชี่ยวชาญอาหารพื้นถิ่นพังงา (สายจีน) กล่าวว่า สำหรับเมนู อาจาดหู ทราบว่าเป็นอาหารพื้นถิ่นพังงา เดิมมาจากชาวพังงาเชื้อสายจีน ซึ่ง หู(ลากสียง) แปลว่าปลา ราดด้วยน้ำอาจาด(น้ำผักดอง) ซึ่งปลาชาวจีนแต่ละภาคเรียกแตกต่างกัน เช่น หู หวีย หวือย


วิธีการทำ เริ่มจาก นำปลาทอดน้ำมันให้สุกแบบกรอบนอกนุ่มใน จากนั้นนำผักสมุนไพรประกอบด้วย กระเทียม ขิงซอย ขิงสลักดอก ขมิ้นชัน พริกชี้ฟ้า มาผัดในกระทะ ผสมน้ำเปล่า น้ำส้มสายชู เกลือ น้ำตาล ตามรสชาดที่ชอบ จากนั้นมาราดกับปลาที่ทอดสุก สุดท้ายเป็นน้ำอาจาดที่เคี่ยวผสมกับผักดองเช่นเดียวกับน้ำอาจาดทั่วไป ราดขณะเสริฟให้แก่ผู้บริโภค
ส่วนรสชาด จะได้อรรถรสการรับประทานมาก มีสรรพคุณของสมุนไพร ความกรอบนอกนุ่มใน ความเผ็ดร้อนของกระเทียม ขมิ้น ขิง พริกชี้ฟ้า เปรี้ยวอมหวานของน้ำส้มสายชู น้ำตาล และความหวานของเนื้อปลา เป็นที่ชื่นชอบสำหรับผู้นิยมเมนูสายสุขภาพ




