นายกฯ อนุทิน ให้โอวาทวันเด็ก 69 หนุนเยาวชนเป็นทีมไทยแลนด์ สร้างอนาคตประเทศ

AdminNews
นายกฯ อนุทิน ให้โอวาทวันเด็ก 69 หนุนเยาวชนเป็นทีมไทยแลนด์ สร้างอนาคตประเทศ

นายกฯ เปิดทำเนียบต้อนรับเด็ก 1,500 คน ย้ำเยาวชนคืออนาคตชาติ

วันที่ 8 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้โอวาทเนื่องในวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2569 แก่เด็กและเยาวชนที่ได้รับการคัดเลือกจากทุกสังกัดทั่วประเทศจำนวน 1500 คน พร้อมด้วย นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้ปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายอนุทิน ให้โอวาทมีใจความสำคัญว่า ตนในฐานะที่เป็นหัวหน้าส่วนราชการ ขอกล่าวยินดีต้อนรับสู่ทำเนียบรัฐบาล ลูกหลาน 1000 กว่าคน เป็นครั้งแรกที่มีโอกาสต้อนรับผู้คนจำนวนมากในรัฐบาลนี้ ขอให้ทุกคนได้ซึมซับและมองที่ทำงานของตัวเองในอนาคต เผื่อวันนึงลุงเชื่อว่า หนึ่งในพวกเราจะต้องมานั่งทำงานในสถานที่แห่งนี้ และบริหารประเทศให้เจริญรุ่งเรือง อีกหลายๆ คนก็มาเป็นผู้บริหารประเทศ มาเป็นรัฐมนตรี ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ บุคคลที่ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ ขอให้เป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคนที่ตั้งเข็มมุ่งมั่น พยายามทำในสิ่งที่เกิดประโยชน์บ้านเมือง

“ตนที่เป็นเด็กโข่ง ผ่านชีวิตมานานแล้ว แต่ยังจำวันชื่นมื่นสุขเวลาเป็นเด็กและเยาวชนได้ไม่ลืม เป็นช่วงชีวิตที่มีความสุขที่สุดเพราะ ข้างหน้ามีทั้งโอกาสทำให้เราได้ทดลองว่าควรจะเดินหน้าไปทางใด ลูกหลานยังสามารถลองผิดลองถูกได้ ตรงไหนที่จะเป็นบทเรียน ตรงไหนถูกต้องทำให้ถูกต้องมากขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีเวลาในการแก้ไขปัญหา แต่พอมาถึงวัยแบบลุง ต้องถูกต้องเพราะถ้าผิด ไม่มีเวลาเหลือให้แก้“

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีกว่า การอยู่ในทำเนียบอยากให้ทุกคนซึมซับมองไปอนาคต เราจะต้องตั้งมั่นความเป็นเลิศด้านวิชาการ กีฬา ศิลปวัฒนธรรม รวมถึงความสามารถด้านอื่นๆ ควบคู่ไปกับคุณธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม ให้ทุกคนได้ซึมซับกับการที่มีโอกาสมาเที่ยวที่ทำเนียบรัฐบาล หวังว่าวันเด็กแห่งชาติลูกหลานจะได้มีโอกาสไปยังสถานที่ราชการอื่นๆ ทำให้เกิดแรงบันดาลใจ ถ้าไปเยี่ยมชมด้านความมั่นคง ไปดูอาวุธยุทโธปกรณ์ กองทัพ ไปดูพี่ทหาร ตำรวจ ทำงานปกป้องบ้านเมืองอย่างไร ดูเรื่องเทคโนโลยี การพัฒนาสังคมต่างๆ ด้านวัฒนธรรม ทำให้เราทุกคนซึมซับและภาคภูมิใจในความเป็นไทย ”ลุงตอนเป็นเด็กๆ ไปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ วัดพระแก้ว พอเราอายุมากขึ้นมีโอกาสไปต่างประเทศ เราก็บอกตัวเองว่าที่บ้านเราก็มีเหมือนกันสถานที่ท่องเที่ยว สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ศาสนา วัฒนธรรม ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรม มีประวัติศาสตร์ที่ดีที่เข้มแข็ง เราไม่เป็นที่สองรองใครในโลกนี้ ขอให้ทุกคนมีความภูมิใจ

สิ่งที่จะฝากคือ ทุกคนเป็นคนดีอยู่แล้ว ขอให้มีความกล้าหาญ คือกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง กล้าลองทำสิ่งใหม่ๆ สิ่งที่เรามีความเป็นเลิศอยู่แล้วก็หาโอกาสเพิ่มเติม แชร์ประสบการณ์แชร์ความรู้ แชร์ความคิดกับเพื่อนฝูง เราจะเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยิ่งใหญ่ ทำคนเดียวไม่ได้ต้องไปกันเป็นทีม

“ทีมไทยแลนด์ไม่มีวันตาย จากรุ่นสู่รุ่น เราต้องเชื่อมั่นคำว่าทีมไทยแลนด์ สร้างทีมไทยแลนด์ให้เข้มแข็ง แข็งแกร่งที่จะยืนอยู่บนเวทีโลกอย่างสง่างาม อนาคตอันใกล้ ลุงๆ ป้าๆ ที่อยู่ในที่นี้ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากฝากประเทศไทย ฝากอนาคต ฝากชีวิตบั่นปลายของพวกลุงไว้กับลูกหลาน มารับช่วงต่อในการสร้างประเทศให้มีความเข้มแข็งเจริญก้าวหน้า ต้องไม่จำกัดตัวเอง ไม่ภูมิใจในความสำเร็จที่ผ่านไปแล้วจนเกินไป ดีใจในความสำเร็จเรื่องต่างๆ แต่ตั้งเป้าสูงกว่าเสมอและไปถึงจุดนั้น“

ดังนั้น ใช้ความพยายามในสิ่งที่สามารถขยายไปสาขาอื่น พูดภาษาต่างประเทศเยอะๆ ในอนาคตคนพูดภาษาต่างประเทศยิ่งเยอะก็ยิ่งเปิดโอกาสประกอบอาชีพ ทำงานสร้างความประทับใจให้กับประเทศคู่ค้า คู่กรณี รวมถึงการนำความภาคภูมิใจที่เราจะพูดภาษาของเขาได้โดยไม่ต้องใช้ล่าม

”ตอนลุงเป็นเด็กเขาบอกหัวดี แต่บางทีไม่ท่องหนังสือ คนเราเกิดมามีสมองเท่ากันหมด ถ้าเรามีความพยายามมีความตั้งใจ เราต้องมีความรู้ติดตัวประกอบอาชีพแน่นอน ลองทุกอย่าง เล่นกีฬาเป็นทุกชนิด ไม่ต้องเป็นเลิศไม่ต้องเป็นแชมป์ แต่เล่นให้ร่างกายมีความแข็งแรง เล่นให้เคารพกฎกติกา ให้เราเชื่อมั่นว่าทีมเวิร์คเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ถ้าเราเล่นกีฬาประเภททีม แม้จะเล่นกีฬาประเภทเดี่ยว เราก็ฝึกความมีน้ำใจนักกีฬา เคารพต่อกติกา เคารพคู่แข่ง ทำแบบนี้จะสร้างตัวเองให้เป็นคนที่ที่มีความเคารพกติกา ไม่ออกนอกกรอบ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน สังคมก็เป็นสุข“

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ตนได้ลองทำมาหลายอย่าง วันหนึ่งมาทำงานด้านการเมืองก็ทำให้ดีที่สุด ตั้งไจทำ ไม่รู้หรอกว่าจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันหนึ่ง แต่เมื่อเป็นแล้วก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด 20-30 ปีก่อน ตนก็ไม่มีวาสนามาทำเนียบ เวลาวันเด็กจะไปกองทัพอากาศ ไปดูเครื่องบิน เรียนไม่เก่งเลยมาไม่ถึงทำเนียบ แต่อยากมาอยากเห็น อยากเข้าไปดูว่าตึกไทยคู่ฟ้าที่ดูข่าวทุกวันเป็นอย่างไร ปีนี้มานะตึกไทยคู่ฟ้า เปิดโต๊ะทำงานนายกฯ ให้ดู ทุกคนมานั่งเก้าอี้ที่นายกฯ ทุกคนเคยนั่ง ห้องทำงานนายกฯ ปัจจุบันก็เชื่อว่าเป็นห้องทำงานตั้งแต่นายกรัฐมนตรีคนแรกๆ ของประเทศ ตึกไทยคู่ฟ้าหลังนี้มีอายุกว่า 100 ปี นายกรัฐมนตรีก็ทำงานอยู่ที่ห้องนี้ก็จะได้เห็นมาเยี่ยมชม ”ลุงได้บอกเจ้าหน้าที่ทีมงานของลุงว่า วันเสาร์ที่ 10 มกราคม วันเด็กแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาลจะเป็นที่ทำหน้าที่ของคนในอนาคต ขอทุกคนมาซึมซับและสร้างประสบการณ์บริหารราชการแผ่นดิน เขานั่งทำงานกันอย่างไร มีสถานที่ประวัติศาสตร์ที่บุคคลสำคัญระดับโลกผ่านเข้ามาเยือน เราจะได้ความมุ่งมั่นมีความใฝ่ฝันที่วันหนึ่งจะทำหน้าที่รับใช้บ้านเมือง“

ปีนี้คำขวัญ รักชาติไทย ใส่ใจโลก ตนเชื่อว่าทุกคนรักชาติไทยอยู่แล้ว รักใส่ใจโลก โลกของเราน่าอยู่ขึ้นเพราะโลกใบนี้ก็จะเป็นของเราในอนาคต อีกหน่อยจะใช้พลังงานธรรมชาติ ประเทศไทยก็เดินไปในแนวทางนั้น ประเทศไทยในอนาคตเป็นประเทศที่ลูกหลานไม่ต้องเจอกับสิ่งที่เป็นมลภาวะมลพิษอีกต่อไป มีสุขภาพที่แข็งแรงมาพัฒนาบ้านเมืองให้ทัดเทียมนานาประเทศ แต่เยาวชนไทยยุคนี้ ต้องตั้งเข็มว่าเราจะสร้างประเทศไทยให้แซงนานาประเทศ ให้ยืนอยู่แถวหน้า ให้เป็นประเทศที่ทุกคนเกรงขาม นานาประเทศต้องให้ความสำคัญ มีบทบาทในเวทีโลกได้ ลุงเชื่อว่ายังไงลูกหลานทุกคนในที่นี้ สามารถทำได้แน่นอนถ้าเรามีความมุ่งมั่นตั้งใจ

ขอให้เด็กวันนี้ได้ตระหนักในหน้าที่ของเรา ช่วยกันดูแลให้ความรักความเมตตาต่อครอบครัว ครอบคลุมถึงเด็กในสังคมไทยให้มาร่วมพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้ามั่นคงและยั่งยืน

จากนั้น ตัวแทนนักเรียนกล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีว่า ภูมิใจมากๆ ที่ได้มายืนในทำเนียบรัฐบาล ขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ให้โอวาทและข้อคิดอันมีคุณค่า เป็นกำลังใจเป็นแรงบันดาลใจให้เราทุกคนได้อย่างดี ขอสัญญาว่าจะนำโอวาทเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตด้วยคุณธรรม เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ “เยาวชนและเด็กที่ดีไม่ได้แปลว่าคนที่เก่งที่สุด แต่หมายถึงคนที่รู้หน้าที่ ทำงาน และทำให้ดีที่สุดทุกวัน ตั้งไจเรียน ฝึกฝนสิ่งที่สนใจและมีความพยายามรับผิดชอบ ไม่ยอมแพ้”

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้เดินทักทายนักเรียน นักศึกษาที่มาร่วมกิจกรรมทั้งงาน โดยเด็กๆ ต่างกรูต่อแถวเข้ามาเพื่อขอถ่ายรูป เซลฟี่กับนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกฯ ได้เดินถ่ายรูปกับน้องๆ ทุกคนพร้อมสัญลักษณ์มือ I love you พร้อมพูดคุยอย่างเป็นกันเอง นักเรียนบางคนถึงขั้นเรียกนายกฯ ว่า “ลุงหนู” โดยใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงพร้อมอวยพรให้กับนักเรียน นักศึกษาขอให้เรียนหนังสือเก่ง ๆ โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ฟีเวอร์ลุงหนู

ข่าวที่เกี่ยวข้อง