บก.ข่าวร้อง กมธ. สื่อ-ชาวบ้านถูกฟ้องปิดปาก หลังตรวจสอบ “ขุดดินแลกน้ำ”

ข่าวเวิร์คพอยท์
บก.ข่าวร้อง กมธ. สื่อ-ชาวบ้านถูกฟ้องปิดปาก หลังตรวจสอบ “ขุดดินแลกน้ำ”

บก.ข่าวเวิร์คพอยท์ ส่งไม้ต่อ กมธ.พัฒนาการเมือง ช่วยสื่อ-ชาวบ้านถูกฟ้อง SLAPPs หลังออกมาตรวจสอบโครงการ “ขุดดินแลกน้ำ” - สส. ผนึกกำลัง สว. รุมจวก! นายกหนู-พรรคภูมิใจไทย ขู่ฟ้อง “ยิ่งชีพ ilaw” หวั่น กฎหมายต่อต้านฟ้องปิดปากถูกทำหมันก่อนเข้าประชุมสภา

(23 ก.ค. 69) คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร นำโดย น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ประธาน กมธ. รับหนังสือจาก น.ส.พรทิพย์ โม่งใหญ่ บรรณาธิการข่าวโต๊ะรายงานพิเศษ สถานีโทรทัศน์เวิร์คพอยท์ทีวี ช่อง 23 กรณีถูกฟ้อง SLAPPs สืบเนื่องจากที่ทีมข่าวลงพื้นที่ติดตามโครงการ “ขุดดินดินแลกน้ํา” ที่อําเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เป็นโครงการดําเนินการตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย มีคู่สัญญาคือ อําเภอนาดี ได้ประกาศให้เอกชนเข้ามาขุดลอก คูคลอง เช่น กรวด หิน ดิน ทราย นำไปเป็นค่าตอบแทนได้

.

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทีมข่าวพบว่าโครงการดังกล่าวนั้นมีความผิดปกติในการดําเนินการ รวมถึงรูปแบบการดําเนินการที่อาจจะไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกําหนดไว้ ทีมข่าวได้รับการคุกคามจากโทรศัพท์ปริศนา ซึ่งและมีรถฟอร์จูนเนอร์ขับติดตาม

.

ต่อมาทีมข่าวไดโพสต์เฟซบุ๊กเพื่อแสดงถึงวัตถุประสงค์ว่า ทีมข่าวต้องการข้อเท็จจริง ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ร้ายแต่อย่างใด ต้องการเพียงแค่คำชี้แจงการดำเนินโครงการจากคู่สัญญา แต่ต่อมาถูกฟ้องหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา วันนี้จึงร้องขอคณะกรรมาธิการฯส่งผู้สังเกตการณ์ไปติดตามคดีที่เกิดขึ้ยการจากออกมาตรวจสอบโครงการขุดดินแลกกน้ำ ที่มีประชาชนและสื่อมวลชนที่ถูกฟ้องปิดปากในครั้งนี้ โดยพื้นที่ดั่งกล่าวผู้มีอิทธิพลใช้กลไกกฎหมายและเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปดําเนินการกับแกนนําชาวบ้านที่ออกมาเรียกร้องด้วย  

.

น.ส.พรทิพย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ตัดสินใจยื่นหนังสือให้กับคณะกรรมาธิการเพราะว่า เป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้าย เพราะอีกไม่กี่วันจะถูกพ้นสภาพเป็นสื่อมวลชน จึงอยากทําหน้าที่สื่อมวลชนครั้งสุดท้ายส่งไม้ต่อให้กับทางคณะกรรมาธิการฯเข้าไปดําเนินการปกป้องสิทธิประชาชนในการแสดงออก การมีส่วนร่วมในการตรวจสอบโครงการของรัฐ และเป็นการปกป้องสิทธิของประชาชนในพื้นที่ที่ขณะนี้ถูกฟ้องเช่นกัน เพื่อเป็นไปหลักการสิทธิมนุษยชนที่ให้สิทธิ์พลเมืองสามารถมีส่วนร่วมในการตรวจสอบโครงการรัฐได้ตามรัฐธรรมนูญได้

.

ด้าน น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ.กล่าวว่า ตนขอเป็นกำลังใจให้สื่อมวลชนทำหน้าที่บนหลักการอย่างตรงไปตรงมา แต่กำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน คณะกรรมาธิการฯเห็นความสำคัญของเรื่องคณะทำงานได้รวบรวมกรณสื่อมวลชนและประชาชนถูกฟ้องในตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา หลังมีรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล มีการฟ้องประชาชนและฟ้องปิดปากสื่อมวลชน ซึ่งคณะกรรมาธิการจะรวบรวมทำเป็นวาระการพิจารณา พร้อมจะเชิญหน่วยงานที่ ที่มีเจ้าหน้าที่รัฐฟ้องปิดปากประชาชนมาให้ข้อมูล

.

ยืนยันว่าการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนในการเปิดเผยความจริง เป็นจรรยาบรรณพื้นฐานที่สื่อมวลชนควรทำได้และการปิดปากสื่อมวลชนไม่เพียงแค่ปิดปาก นักข่าวเท่านั้น แต่เป็นการปิดบังความจริงที่เกิดขึ้นในประเทศ จึงอยากเรียกร้องให้พิสูจน์ข้อเท็จจริงแทนการฟ้อง ปิดปากผู้อื่น เพราะการฟ้องไม่สามารถทําความจริงเปลี่ยนแปลงไปได้ และทางคณะกรรมาธิการจะลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี พร้อมจะดูแลในกรณีนี้ด้วย และคาดหวังว่าสื่อมวลชนทุกคนจะนําเสนอข่าวและมีความกล้าหาญเคียงข้างเพื่อนร่วมอาชีพ

.

นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร สส.นนทบุรี พรรคประชาชน ในฐานะผู้ผลักดันร่างกฎหมายแก้ไขกฎหมายการฟ้องปิดปาก (Strategic Lawsuit Against Public Participation: SLAPP) ตามประมวลกฎหมายอาญา ,ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.), ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) และ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กฎหมายทั้ง 4 ฉบับนี้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นแล้ว ตอนนี้รอประธานรัฐสภาบรรจุวาระการประชุม

.

แต่ไม่กี่วันที่ผ่านมาเห็นว่า ท่าทีของนายอนุทิน ชาญวีรกุล ของพรรคภูมิใจไทยมีท่าทีฟ้องนายยิ่งชีพอัชฌานนท์ ผู้อำนวยการและผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw ตนขอทวงถามนายกรัฐมนตรี และประธานรัฐสภา ว่ากฎหมายป้องกันการฟ้องปิดปากที่พรรคประชาชนจะเข้าสู่วาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรเมื่อไหร่ 

.

นายอนุสรณ์ กล่าวว่า “นายอนุทินมีความเห็นกับการฟ้องปิดปากประชาชนกับผู้สื่อข่าวอย่างไร ขอเรียนว่าเนื้อหาสาระของกฎหมายต้องการปกป้องคุ้มครองสาธารณะ จากที่ทราบการทำหน้าที่สื่อมวลชนไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัว สิ่งที่สื่อมวลชนทำและเปิดเผยนั้นเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ วันนี้หากมีคนใดคนหนึ่งเอาประโยชน์สาธารณะมาพูดในที่สาธารณะควรให้การคุ้มครอง แต่หน้าที่ของพรรคภูมิใจไทยและท่าทีของนายกรัฐมนตรี ตนนึกไม่ออกว่ากฎหมายป้องกันการฟ้องปิดปากนั้นจะผ่านสภาผู้แทนราษฎรได้หรือไม่ ขอให้ประชาชนร่วมติดตาม ” 

.

ขณะเดียวกัน น.ส.พรทิพย์ โม่งใหญ่ได้ยื่นหนังสือต่อนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา 

.

นายนรเศรษฐ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา กล่าวว่า ตนมองว่าทาง กมธ.ได้รับเรื่องร้องเรียนแบบนี้จนชินชา นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศคือการใช้กฎหมายปิดปากคนที่ออกมาพูดถึงประโยชน์สาธารณะ หลายกรณีที่กรรมาธิการของวุฒิสภาได้ดำเนินเรื่องฟ้อง SLAPPs มาโดยตลอด ตั้งแต่หลังเลือกตั้งเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก.ก.ต.ได้ฟ้องภาคประชาชนที่ตรวจสอบการทำงาน หลังจากนั้นมีอีกหลายกรณีที่ใช้กฎหมายฟ้องคนที่ออกมาตรวจสอบเพื่อประโยชน์สาธารณะ ทำให้ต้องเงียบเสียงลง

.

ส่วนการตรวจสอบของสื่อมวลชนเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ในกรณีมีการข่มขู่ผ่านแชทข่มขู่ ทางกรรมาธิการฯ ยินดีรับเรื่องนี้เข้ามาพิจารณาและสืบหาข้อเท็จจริง โดยมองว่าการฟ้องปิดปากเป็นการใช้กฎหมายเพื่อให้คนที่ตรวจสอบสาธารณะการมีส่วนร่วมของประชาชน และการมีส่วนร่วมของสื่อมวลชนในเรื่องราวต่าง ๆ ถูกทำให้เงียบลง สิ่งนี้เป็นอันตรายต่อสังคมไทย และประเทศไทย ต้องดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง ยกระดับการแก้ไขปัญหา ต้องยกระดับเป็นกฎหมายที่คนต้องพูดถึงได้อย่างจริงจัง

.

นายนรเศรษฐ์ กล่าวเพิ่มว่า กรณี การขู่ฟ้องนายยิ่งชีพ ที่ออกมาเปิดเผยการตรวจสอบคดีฮั้ว ส.ว.ถูกขู่ฟ้องจากพรรคภูมิใจไทย เห็นได้ชัดว่าการตรวจสอบคนที่อยู่ในอำนาจเป็นไปได้ยาก รวมถึงการตรวจสอบองค์กรอิสระทำได้ยากเช่นกัน ส่งผลให้คนที่ไม่สามารถที่จะรับภาระค่าใช้จ่ายและทางกฎหมายได้

.

ทางด้าน นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า ท่าทีของกระบวนการยุติธรรมของศาลมีท่าทีชัดเจนแล้วการคดีฟ้องปิดปาก ที่มีคำแนะนำจากประธานศาลฎีการะบุชัดในเรื่องการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตมิชอบ ศาลมีอำนาจในการที่จะไต่สวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.) มาตรา 161/1 เพื่อตรวจสอบและ สั่งยกฟ้องตั้งแต่ชั้นตรวจฟ้อง

.

กรณีนี้เป็นการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนเชิงสืบสวน เป็นการทำงานสร้างเสริมสังคม ประชาธิปไตย ทำเพื่อผลประโยชน์ของสาธารณะและการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชน คือการเข้าไปหาข้อมูล แต่มีการติดตามและการข่มขู่จากการทำงาน มองว่าเรื่องนี้ปล่อยเฉยไม่ได้ จะส่งผลกระทบต่อสื่อมวลชนและสาธารณชนทั่วไปด้วย เป็นการสร้างความหวาดกลัวทําให้เกิดการเซ็นเซอร์ตัวเอง ผลร้ายที่สุดตกอยู่ที่สาธารณชน เช่นกรณีที่พรรคภูมิใจไทยออกมาขู่ฟ้องนายยิ่งชีพ ทั้งที่เปิดเผยข้อมูลที่รวบรวมเป็นระบบ เรื่องเหล่านี้สามารถเปิดเผยต่อสาธารณชนได้ขออย่าสร้างความหวาดกลัวอย่าใช้กระบวนการยุติธรรมมาเป็นเครื่องมือในการปิดปากประชาชนและสื่อมวลชน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง