สธ. สร้างความเข้าใจผู้ปฏิบัติงานด้านยาเสพติด ให้พร้อมเปิด “มินิธัญญารักษ์” ทั่วประเทศ 1 ธ.ค.นี้

หมอชลน่าน จ่อออกกฏกระทรวง หากครอบครองยาบ้าต่ำกว่า 10 เม็ด ถือเป็นผู้เสพ ไม่ต้องเข้าคุก ยึดหลัก “เปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วย” สนับสนุนให้ผู้เสพเข้ารับการบำบัดรักษาอย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง
(30 ต.ค.66) ที่ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนนโยบายด้านการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยมี นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ รักษาราชการแทนรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้บริหาร บุคลากรกระทรวงสาธารณสุข และผู้ปฏิบัติงานด้านยาเสพติดในพื้นที่ จำนวน 536 คน ร่วมประชุม
นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ ภายใต้ความร่วมมือของทุกหน่วยงาน โดยยึดหลัก “เปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วย” สนับสนุนให้ผู้เสพเข้ารับการบำบัดรักษาอย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง โดยมีกระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนด้านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ด้วยการพัฒนารูปแบบการเข้ารับบริการที่เชื่อมโยงตั้งแต่ศูนย์คัดกรอง สถานพยาบาลยาเสพติด สถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด และศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคม ภายใต้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 และได้กำหนดให้เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของกระทรวงสาธารณสุขที่จะต้องเร่งรัดดำเนินการให้เห็นผลภายใน 100 วัน (Quick win)
เป้าหมายการดำเนินการ 3 เรื่อง คือ
1.จัดตั้งมินิธัญญารักษ์ ดูแลผู้ป่วยยาเสพติดระยะยาวให้ครอบคลุม 76 จังหวัดทั่วประเทศ ปัจจุบันมีโรงพยาบาลชุมชนที่ประสงค์จัดตั้งมินิธัญญารักษ์ 146 แห่ง รองรับผู้ป่วยยาเสพติดได้ทั้งสิ้น 1,957 เตียง แบ่งเป็น รูปแบบ Intermediate Care 692 เตียง และ Long Term Care 1,265 เตียง โดยจะเปิดบริการผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดในรูปแบบมินิธัญญารักษ์ทั่วประเทศ ในวันที่ 1 ธันวาคม 2566 นี้
2.มีหอผู้ป่วยจิตเวชทุกจังหวัด โดยปัจจุบันมีเตียงจิตเวช 7,796 เตียง หอผู้ป่วยจิตเวช (Ward) 69 แห่งใน 58 จังหวัด หรือคิดเป็นร้อยละ 76.32 ของจังหวัดทั่วประเทศ
3.มีกลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติดทุกอำเภอ ปัจจุบันโรงพยาบาลชุมชนทั้งหมด 776 แห่ง มีกลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติดแล้ว 626 แห่ง (ร้อยละ 80.67) ที่เหลืออีก 150 แห่ง อยู่ระหว่างการดำเนินการ ซึ่งการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ จะช่วยสร้างความเข้าใจในนโยบายการดำเนินงานบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด เกิดการพัฒนารูปแบบการดำเนินงาน “มินิธัญญารักษ์” และการบำบัด รักษาผู้ติดยาเสพติด โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน (Community Based Treatment : CBTx) ที่ชัดเจนในทุกจังหวัด เพื่อให้ผู้ป่วยได้เข้าถึงบริการคุณภาพตั้งแต่ระยะแรก และสามารถกลับไปใช้ชีวิต
สำหรับนิยามตามกฎหมายผู้เสพ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ผู้เสพคือ ผู้ป่วย คาดการณ์ว่ามีประมาณ 1.5 ล้านคน มีประมาณ 3 กลุ่ม คือเป็นผู้ใช้ ผู้เสพ และผู้ที่ติดแล้วทั้ง 3 กลุ่มคือผู้เสพที่เราต้องดูแล
นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ตอนนี้ให้ทีมพิจารณาเชิงวิชาการ มิติสังคม เชิงเศรษฐกิจ และการบังคับใช้กฎหมาย กำลังทำกฎกระทรวงซึ่งเป็นหน้าที่สาธารณสุขต้องออก คือจะอยู่ที่ 10 เม็ด โดยการครอบครองต่ำกว่า 10 เม็ดถือเป็นผู้เสพ มากกว่า 10 เม็ดถือเป็นผู้ค้า แต่นั่นเป็นมุมของผู้ปราบปราม แม้จะ 1 เม็ด แต่มีพฤติกรรมขายก็ต้องเป็นผู้ค้า นั่นเป็นหน้าที่ของท่าน แต่ในมุม สธ.ไม่ว่ากี่เม็ดเราก็ดูแลหมด แม้เราจะเป็นผู้ประกาศกฎกระทรวง แต่ไม่ว่ากี่เม็ด จะ 1 เม็ด 2 เม็ด 11 12 หรือ 13 เม็ดก็เป็นหน้าที่เราต้องบำบัดรักษา
เมื่อถามถึงเหตุผลที่จะออกกฎกระทรวงกำหนดจำนวนยาบ้าไม่เกิน 10 เม็ดเป็นผู้เสพ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า กฎหมายมอบให้เป็นหน้าที่ของ สธ.ออกกฎกระทรวงประกาศจำนวนเม็ดยาที่เข้าข่ายว่าเป็นผู้เสพแยกกับผู้ค้า เป็นมาตรการด้านกฎหมาย ไม่เกี่ยวกับการดูแล เรากำลังให้คณะกรรมการของเราร่วมกับ ป.ป.ส.พิจารณาจำนวนเม็ด ซึ่งเสนอมาแล้วเหลือขั้นตอนการประกาศในกฎกระทรวง สรุปอยู่ที่ 10 เม็ด ซึ่งมีเหตุผลรองรับ เราใช้ทุกมิติ ทั้งการแพทย์ ฤทธิ์ของยาที่เกิดผลต่อผู้เสพ มิติด้านเศรษฐกิจ เรื่องการบังคับใช้กฎหมาย และพฤติกรรมของผู้ค้า เอา 4 อย่างมารวมกัน พฤติกรรมผู้ค้าส่วนใหญ่จะทำแพคเกจจิ้ง 10 เม็ดในการค้า จึงเป็นเหตุผลรวม โดยเกิน 10 เม็ดทั่วไปถือว่าเป็นผู้ค้า ถ้าตัดน้อยกว่า 10 เม็ดเป็นผู้เสพ
เมื่อถามว่า การออกประกาศกฎกระทรวงจำนวนเม็ดยาจะอยู่ใน 100 วันควิกวินด้วยหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ขั้นตอนการประกาศกฎกระทรวงไม่ได้ยุ่งยาก แต่ถ้าคณะกรรมการพิจารณาแล้วเมื่อเป็นข้อตกลงยุติแล้ว ทางรัฐมนตรีก็ออกประกาศเป็นกฎกระทรวงได้ มั่นใจว่าเราจะทำได้ภายในปลายเดือนนี้หรือเดือน ธ.ค.




