“ภราดร” แจง ระบบไม่ได้ถูกแฮ็ก ที่ข้อมูลรั่วเพราะมีรหัสผ่านหลุด

“ภราดร” แจง ระบบไม่ได้ถูกแฮ็ก ที่ข้อมูลรั่วเพราะมีรหัสผ่านหลุด

“ภราดร” สรุปปมข้อมูลภาครัฐรั่ว ไม่ได้เกิดจากระบบถูกเจาะ แต่ต้นตอมาจากข้อมูลรหัสผ่านที่มีการหลุดรั่วออกไปก่อนหน้านี้ แล้วผู้ก่อเหตุใช้ข้อมูลรหัสผ่านชุดดังกล่าว เข้าไปดึงข้อมูลตามระบบปกติ - เดินหน้ายกระดับระบบรัฐสู่การยืนยันตัวตนหลายชั้นภายใน 30 วัน

(6 ส.ค. 69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เชิญสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) หน่วยงานด้านการสืบสวนสอบสวน หน่วยงานเจ้าของฐานข้อมูล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาหารือและรับฟังรายงานความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีการเผยแพร่ข้อมูลทะเบียนรถและข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนบนสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อประมวลข้อเท็จจริงและกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

.

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการเจาะระบบหรือการดึงฐานข้อมูลของหน่วยงานรัฐออกไปทั้งระบบ แต่เกิดจากการนำชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านที่รั่วไหลอยู่ก่อนแล้วมาเข้าสู่ระบบตามสิทธิการใช้งานปกติ ก่อนสืบค้นข้อมูลเป็นรายกรณี โดยขณะนี้พบผู้ถูกสืบค้นข้อมูลประมาณ 800 ราย และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้จากข้อมูลการใช้งานในระบบ

.

นายภราดรได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งยกระดับมาตรการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยกำหนดให้ระบบที่จัดเก็บข้อมูลประชาชนใช้การยืนยันตัวตนแบบหลายชั้น (Multi-Factor Authentication) ครอบคลุมทั้งระบบใหม่และระบบเดิม พร้อมเร่งดำเนินการให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 30 วัน รวมทั้งให้จัดทำระบบติดตามการใช้งาน (Audit Log) และติดตามหน่วยงานที่ได้รับการแจ้งเตือนเรื่องบัญชีผู้ใช้และรหัสผ่านรั่วไหลให้เร่งดำเนินการแก้ไข

.

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลยืนยันว่าจะเร่งยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้รหัสผ่านซ้ำหลายบริการ และเปิดใช้การยืนยันตัวตนสองชั้นในบัญชีสำคัญ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานดิจิทัล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง