เตือน “เท้ง” อย่าโลกสวย! ระวังเปิดประตูให้คนทำลาย “บัตรทอง”

“ชมรมแพทย์ชนบท” สะกิดแรง! เตือน “เท้ง” อย่าโลกสวย ระวังไปเปิดประตูในคนคิดทำลายระบบ “บัตรทอง” - ซัดความไร้เดียงสาทางการเมืองกำลังพา “สิทธิพลเมืองชิ้นสุดท้าย” ของคนไทยไปเสี่ยงบนแผงเนื้อในสภา ถามลืมบทเรียน “การแก้รัฐธรรมนูญ” แล้วหรือยัง?
(27 ก.ค. 69) ชมรมแพทย์ชนบท โพสต์ข้อความบนเพจเฟซบุ๊ก วิพากษ์วิจารณ์การเคลื่อนไหวของพรรคประชาชน ในประเด็นสิทธิรักษาพยาบาลถ้วนหน้า หรือสิทธิบัตรทอง ที่ทางพรรคพยายามออกมาสื่อสารว่าไม่ใช่การล้มระบบบัตรทอง โดยชมรมแพทย์ชนบท ระบุว่า
.
“คำเตือนถึงคุณ ‘เท้ง ณัฐพงษ์’ และพรรคประชาชน อย่าโลกสวยจนกลายเป็น "ผู้เปิดประตูให้กลุ่มคนต้านระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ระบบรัฐราชการ และทุนการเมือง ครอบงำ ทำให้ระบบบัตรทองต้องสูญสิ้นไป"
.
ตามที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้โพสต์ย้ำยืนยันว่า "ไม่มีแนวคิดล้มบัตรทอง" และจะ "ไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายที่ลดสิทธิของประชาชน" โดยหวังจะใช้กลไกสภาแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อปฏิรูประบบให้ยั่งยืนนั้น
.
ชมรมแพทย์ชนบท ในฐานะคนทำงานที่ยืนหยัดปกป้องระบบนี้มาตลอด 2 ทศวรรษ ขอพูดตรงๆ แบบไม่เกรงใจว่า ข้อเสนอของพรรคประชาชนคือความอ่อนด้อย ไร้เดียงสาทางการเมือง และกำลังพา "สิทธิพลเมืองชิ้นสุดท้าย" ของคนไทยไปเสี่ยงบนแผงเนื้อในสภา!
.
บทเรียนสภาไทย "เสียงข้างมาก... ก็ลากไปกิน"
.
พรรคประชาชนอาจจะฝันหวานว่า ตนเองจะสามารถควบคุมทิศทางกฎหมายให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่สวยหรูได้ แต่ ความเป็นจริงอันเจ็บปวด ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในสภาแห่งนี้คืออะไร?
.
ลืมบทเรียนเรื่อง "การแก้รัฐธรรมนูญ" แล้วหรือยัง? ที่พรรคของประชาชน ผลักดันแทบตาย ยอมยกมือให้จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย สุดท้ายก็โดนอำนาจ "สีน้ำเงิน" และฝ่ายอนุรักษนิยมฮั้วกันคว่ำจนไม่เหลือชิ้นดี!
.
การประกาศ "เปิดประตูแก้กฎหมายบัตรทอง" เท่ากับเป็นการ "เปิดช่อง" ให้กลุ่มอำนาจเก่า กลุ่มทุนสุขภาพ และระบบรัฐราชการ เข้ามารุมทึ้งและแก้กฎหมายตามใจชอบ
.
เมื่อกฎหมายเข้าสู่สภา พรรคประชาชนควบคุมเสียงข้างมากไม่ได้! กลไกสภาจะสับเปลี่ยนไส้ใน ปรับสัดส่วนบอร์ด สปสช. ให้ฝั่งข้าราชการและกลุ่มทุนครองอำนาจ และยัดไส้ระบบ "การร่วมจ่าย (Co-payment)" เข้าไปจนได้ สุดท้ายก็ทำได้แค่ยกมือไม่เห็นด้วย แต่งูเห่าและเสียงข้างมากก็จะลากมันผ่านออกมาอยู่ดี!
.
เมื่อรู้สึกตัวอีกที ก็สายไปเสียแล้ว
.
บัตรทองไม่ใช่แค่สวัสดิการ แต่มันคือ "สิทธิพลเมืองและมนุษยธรรมชิ้นสุดท้าย ที่พึ่งพิงของประชาชน"
.
ในประเทศที่ความเหลื่อมล้ำสูงติดอันดับโลก ที่ซึ่งไร้สวัสดิการรัฐที่ถ้วนหน้า ระบบบัตรทองคือ "ปราการด่านสุดท้าย" ที่รักษาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนยากจนเอาไว้ มันคือสิ่งเดียวที่ทำให้คนไม่มีเงิน ไม่ต้องนอนรอความตายอยู่บ้าน
.
การที่เสนอให้ปรับกลไกการคลัง เปิดช่องให้ประกันเอกชน หรือดึงกลไกตลาดเข้ามาเบียดบัง แม้จะตั้งใจดี แต่ในทางปฏิบัติ มันคือการ "ติดเครื่องสูบน้ำ ออกจากนาคนจน ไปใส่นาคนรวย"
.
ทันทีที่ระบบเปิดช่องให้ "จ่ายเพิ่มได้" หรือ "รัฐราชการกลับมาคุมงบ" ระบบบัตรทองจะถูกลดเกรดกลายเป็น "ระบบอนาถา" สำหรับคนยากไร้ทันที ความเท่าเทียมที่สร้างมา 20 กว่าปีจะพังทลายลงในพริบตา
.
หยุดเอา "ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์" ของประชาชนไปเสี่ยงโชค! กับกลไกรัฐสภาที่กุมอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ
.
การอ้างว่า “จะเข้าไปสู้ในสภา ไม่เห็นด้วยก็ค่อยโหวตสวน” คือ การเดิมพันที่ประมาทที่สุด
.
ถ้าพรรคประชาชนยังมองไม่เห็นว่ากลุ่มอิทธิพลการเมืองและกลุ่มทุนจ้องจะล้ม "ระบบเหมาจ่ายรายหัว" และ "กลไกคานอำนาจของ สปสช." เพื่อดึงงบแสนล้านกลับเข้ากระเป๋ารัฐราชการและทุนเอกชนขนาดไหน... พรรคก็ไม่พร้อมที่จะนำพาการปฏิรูปสาธารณสุข!
.
จงอยู่กับความเป็นจริง!
.
"ในสภาไทย... เมื่อคุณเปิดประตูบ้านไว้ แม้คุณจะบอกว่า 'เปิดเพื่อระบายอากาศ' แต่โจรที่มีอาวุธและพวกมากกว่า จะเดินเข้ามาขนทรัพย์สินในบ้านคุณไปจนหมด โดยที่คุณทำได้แค่นั่งมอง"
.
ชมรมแพทย์ชนบทขอเตือนพรรคประชาชนอย่างจริงใจ
.
อย่าโลกสวย กับระบบการเมืองและสภาที่เต็มไปด้วยการตอบแทนผลประโยชน์
.
อย่าเปิดประตูให้แก้ พ.ร.บ.บัตรทอง ในสภาชุดนี้เด็ดขาด เพราะผลลัพธ์สุดท้าย ประชาชนคนยากจนจะเป็นผู้รับกรรมเต็มๆ
.
จงปกป้อง "สิทธิพลเมืองและมนุษยธรรมชิ้นสุดท้าย" ของคนไทยไว้ อย่าให้คำว่าปฏิรูปกลายเป็น "ตั๋วช้าง" ให้กลุ่มอำนาจเข้ามาปอกลอกระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าอีกเลย!
.
ชมรมแพทย์ชนบท
26 กรกฎาคม 2569”




