“อนุทิน” สั่งบอกเลิกสัญญา 2 โครงการ พร้องขึ้นบัญชีดำ “อิตาเลียนไทย”

ข่าวเวิร์คพอยท์
“อนุทิน” สั่งบอกเลิกสัญญา 2 โครงการ พร้องขึ้นบัญชีดำ “อิตาเลียนไทย”

“อนุทิน” สั่งคมนาคม เดินเรื่องบอกเลิกสัญญาโครงการ 2 โครงการกับ “อิตาเลียนไทย” ทันที ไม่สนดำเนินการไปเกิน 80% แล้ว พร้อมขึ้นแบล็กลิสต์-ดำเนินคดี

(15 ม.ค. 69) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างเส้นทางคมนาคม จากกรณีเครนก่อสร้างถล่มว่า การประชุมหารือได้มีการประชุมหารือกระบวนงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทางฝ่ายกฏหมาย และผู้ปฏิบัติการรวมถึงผู้ควบคุมระเบียบต่างๆ โดยกระทรวงคมนาคมจะเป็นผู้รับไปดำเนินการ เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สะเทือนขวัญพี่น้องประชาชน และก่อให้เกิดความเสี่ยงอย่างมากมายต่อชีวิตทรัพย์สิน ของประชาชนและสาธารณะ

.

โดยสองกรณีนี้ ได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคม ไปบอกเลิกสัญญากับผู้รับจ้าง และดำเนินคดีตามข้อกฎหมายทั้งหมดที่มี รวมถึงขึ้นบัญชีดำ ซึ่งจะเป็นผลสืบเนื่องจากการบอกเลิกสัญญา โดยได้รับข้อแนะนำจากกฤษฎีกาและอัยการสูงสุด ซึ่งรัฐบาลจะดำเนินการตามเพื่อประโยชน์ของสาธารณะ และความปลอดภัยตลอดจนสร้างความมั่นใจให้ต่างต่างประเทศ

.

ส่วนจะมีการตรวจสอบโครงการอื่นๆ อีกหรือไม่ นายกรัฐมนตรีระบุว่า เอาวันนี้ก่อน เพราะหากขอให้ไปดูกฎระเบียบอื่นๆ ในภายภาคหน้า วันนี้จะไม่มีผลแบบนี้ออกมา เพราะมัวไปนั่งคิดต้องแก้กฎกระทรวง กฎหมาย เพราะวันนี้ไม่มีสภาฯ ต้องรอรัฐบาลหน้าเข้ามาทำ วันนี้ขอเอาเหตุที่กระทบกระเทือนขวัญต่อประชาชนไว้ก่อน พร้อมย้ำว่ากระทรวงคมนาคม รับทราบเรื่องการบอกเลิกสัญญาแล้ว โดยต้องมีการเตรียมเหตุ ในการบอกเลิกสัญญา ซึ่งมีการกำหนดไว้ในกฎหมายอยู่แล้ว โดยการส่งคมนาคม จะรับไปดำเนินการในส่วนของรายละเอียดต่อไป

.

เมื่อถามว่าจะรวมไปถึงกรณีที่ตึก สตง. ถล่มด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตัวผู้บริหารได้รับโทษไปแล้ว แต่ตนได้ถามในที่ประชุมว่าขณะนี้ตึกหายไปแล้วแต่ทำไมยังไม่ยกเลิกสัญญา จะไปส่งงวดงานที่ไหน และจะปรับสัญญาอย่างไร ในเมื่อไม่มีตึกแล้ว ซึ่งจะปล่อยลอยๆ ไปไม่ได้ โดยทาง สตง. คงดำเนินการตามระเบียบ

.

แต่ตนมองว่าการเกิดเหตุการณ์ 3-4 ครั้ง และเป็นผู้รับเหมารายเดียว รัฐคงไม่สบายใจที่จะให้ผู้รับเหมาแบบนี้ทำงานให้กับรัฐต่อไป

.

ส่วนงานก่อสร้างที่เหลือหลังจากนี้ ที่คืบหน้าไปแล้ว 80% ก็ต้องหาคนมาทำงานต่อ แต่หากมีความเสียหายเกิดขึ้น ก็ต้องไปยึดเอาจากหลักประกัน เพราะโดยปกติในสัญญามีการหักประกัน และหนังสือค้ำประกันธนาคาร หากรัฐจะต้องใช้จ่ายงบประมาณเพิ่มเติมก็ยังสงวนสิทธิ์ที่จะไปเรียกร้องกับผู้ที่ทิ้งงานได้ 

.

พร้อมย้ำว่าขอพูดถึงแค่ 2 กรณีนี้ ว่าทำอย่างไรที่จะยกเลิกสัญญาไม่ให้เกิดความเป็นภัย และอันตรายต่อสาธารณะ เพราะทั้ง 2 โครงการนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นมีความชัดเจน โดยรายละเอียดเรื่องการตรวจสอบ กระทรวงคมนาคม เป็นผู้ดำเนินการ ตนสั่งในฐานะหัวหน้ารัฐบาล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง