"สุริยะ"วาง 5 มาตรการบริหารน้ำเชิงรุกรับมือเอลนีโญ-ฝนทิ้งช่วงลากยาวถึงปี 70

"สุริยะ"วาง 5 มาตรการบริหารน้ำเชิงรุกรับมือเอลนีโญ-ฝนทิ้งช่วงลากยาวถึงปี 70 ย้ำพื้นที่ EEC ต้องไม่ขาดน้ำ เตรียมรถน้ำสแตนด์บายช่วย ปชช.
(17พ.ค.69) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำโครงการคลองระบายน้ำภักดี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.เมือง จ.จันทบุรี และรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ณ อ่างเก็บน้ำประแสร์ อ.วังจันทร์ จ.ระยอง โดยมี นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ว่า ไทยมีความเสี่ยงฝนน้อยกว่าค่าปกติในบางช่วงตั้งแต่กลางปี 2569 ต่อเนื่องปี 2570 จากความผันผวนของสภาพอากาศและอิทธิพลเอลนีโญ จึงได้สั่งการกรมชลประทาน รวมถึงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการ “บริหารน้ำเชิงรุก” ทันที ครอบคลุมเก็บกัก จัดสรร และใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ รองรับทั้งเกษตรกร ประชาชน และอุตสาหกรรม สำหรับพื้นที่ EEC ต้องดำเนินการสูบผันน้ำเชื่อมโยงระหว่างคลองและอ่างเก็บน้ำให้เพียงพอกับความต้องการ โดยในส่วนของการรับมือสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูฝน และสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงในปีนี้ ได้ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามข้อมูลฝนและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด รวมถึงเตรียมความพร้อมเครื่องจักร - เครื่องมือเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรและพี่น้องประชาชนได้ทันที
นายสุริยะ กล่าวต่อว่า ในกรณีที่เกิดน้ำท่วม ให้ทุกหน่วยงานช่วยกันป้องกันพื้นที่สำคัญ ทั้งโรงพยาบาล วัด โบราณสถาน และสถานที่สำคัญของจังหวัดและชุมชน ให้เกิดความเสียหายและได้รับผลกระทบ “น้อยที่สุด” ถ้ามีเหตุการณ์ฝนทิ้งช่วง ได้มอบหมายให้ กรมชลประทานเข้าจัดหารถบรรทุกน้ำและเครื่องสูบน้ำเข้าช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนทันที น้ำไม่ใช่แค่ต้นทุนการผลิต แต่คือโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจไทย โดยพื้นที่ EEC ต้องมีความมั่นคงด้านน้ำควบคู่พลังงานและโลจิสติกส์ เพื่อรองรับการลงทุน
นายสุริยะ ยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้มองเป็นวิกฤต แต่ได้ “เร่งเตรียมพร้อมล่วงหน้า” เพื่อบริหารความเสี่ยงทั้งหมดผ่าน 5 มาตรการ เชื่อว่าหากทุกภาคส่วนร่วมมือกันใช้ข้อมูลวิทยาศาสตร์ และการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพประเทศไทยจะสามารถผ่านความผันผวนของภูมิอากาศครั้งนี้ได้ และเปลี่ยนความเสี่ยงให้เป็นโอกาสในการยกระดับภาคเกษตรและเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น
#ข่าวเวิร์คพอยท์23




