“ผู้ว่าฯ เซมเบ้” เปิดใจหลัง ครม. ย้ายนั่งรองปลัด มท. ยันไม่ใช่คู่ขัดแย้งใคร

“ผู้ว่าฯ เซมเบ้” เปิดใจหลัง ครม. ย้ายนั่งรองปลัด มท. ยันไม่ใช่คู่ขัดแย้งใคร แย้มชนวนเหตุเพราะ “เตือนน้องๆ ห้ามเรียกรับผลประโยชน์” จนทำบางฝ่ายไม่พอใจ
(16 มิ.ย. 69) ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ให้สัมภาษณ์กรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ว่ารับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยระบุว่า เดี๋ยวขอคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อน และตนเคารพการตัดสินใจของผู้บังคับบัญชาเสมอ
เมื่อถามว่าการถูกย้ายครั้งนี้ทำให้เสียกำลังใจในการทำงานหรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า ไม่ ตนเคารพการตัดสินใจ
เมื่อถามย้ำว่าสรุปแล้วเป็นปัญหาการทำงานร่วมกันในพื้นที่หรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า “ผมไม่ได้มีปัญหากับใครเลย ผมเป็นคนที่ลงไปแก้ปัญหาความขัดแย้ง ไปดูในเพจข่าวต่างๆ ดีๆ ความขัดแย้งมันมีมาก่อนที่ผมจะไปอยู่ที่ภูเก็ต ผมไปเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้ง ไปทำหน้าที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่ได้เป็นพวกของใครคนใดคนหนึ่ง คนที่เชื่อผมเขาก็ปรับตัว คนไม่เชื่อผมก็ไม่ปรับตัว แล้วเมื่อผมคอนโทรลไม่ได้ ควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ ก็จะต้องถูกกระทรวงมหาดไทยพิจารณาถูกปรับย้าย ผมเคารพการตัดสินใจของปลัดกระทรวงมหาดไทยและนายกรัฐมนตรี“
นายนิรัตน์ กล่าวต่อว่า ที่ตนเดินทางมาวันนี้เพื่อมารายงานสถานการณ์ให้นายกรัฐมนตรีรับทราบ เพราะหลายๆ อย่างมีความคืบหน้า ไม่ใช่ว่าแก้ปัญหาอะไรไม่ได้ เรื่องมาเฟียต่างชาติตอนนี้นิ่งและจบแล้ว ส่วนความขัดแย้งภายในของคนในพื้นที่ตนยังแก้ปัญหาไม่ได้ เพราะเป็นปัญหาระดับกระทรวง จึงต้องมารายงานตามข้อเท็จจริง
เมื่อถามว่าท้อใจไหมที่โดนปรับย้ายเช่นนี้ นายนิรัตน์ กล่าวว่า ไม่ท้อครับ เดินหน้าทำงานและตั้งใจทำงานในหน้าที่ให้ดีที่สุด และรักษาความถูกต้อง ทำได้เท่าไหร่ก็อยู่ที่ผู้บังคับบัญชาประเมิน ถ้าบางเรื่องเราทำไม่สำเร็จก็ต้องยอมรับไป
เมื่อถามถึงกรณีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเรื่องดังกล่าว นายนิรัตน์ กล่าวว่า ในความเห็นของคนในพื้นที่ ตนมองว่าควรจะมีกรรมการมากกว่ากรมใดกรมหนึ่งลงไปสอบ เพราะมันเป็นเรื่องระดับรองผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเป็นเรื่องของกระทรวงมหาดไทย ฉะนั้นกระทรวงมหาดไทยก็ควรจะส่งกรรมการลงไปสอบ โดยการนำของรองปลัดกระทรวง เพื่อให้สามารถเรียกทุกกรมทุกหน่วยในสังกัดมาพูดคุยและตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ได้
เมื่อถามว่า เมื่อมีการย้ายทั้งผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ แล้ว ปัญหาความขัดแย้งภายในจังหวัดจะจบลงหรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า ความขัดแย้งต้องแยกก่อน คือ ความขัดแย้งเรื่องการมองผลประโยชน์ในพื้นที่ อันนี้เป็นหน้าที่ของคนที่มีหน้าที่ ณ ปัจจุบันต้องไปแก้ไข แต่ปัญหาเรื่องความขัดแย้งระหว่างบุคคล ถ้าบุคคลที่ถูกอ้างว่าขัดแย้งถูกย้ายออกไป อันนี้ก็หมดไปพร้อมกับบุคคล
เมื่อถามว่า การย้ายไปเป็นผู้ว่าฯ ที่ภูเก็ต เหมือนถูกรองผู้ว่าฯ ภูเก็ตรับน้องใหม่ มองประเด็นนี้อย่างไร นายนิรัตน์ กล่าวทิ้งท้ายอย่างดุเดือดว่า “ผมเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นซี 10 ปีที่ 9 อาวุโสที่สุดในประเทศไทย ผมไม่ใช่น้องของใคร ผมเห็นทุกคนเป็นน้อง และมีหน้าที่ช่วยให้เขาทำในสิ่งที่ถูกต้อง ผมได้เตือน ลองไปหาข่าวดูในพื้นที่ ผมได้สั่งห้ามทำอะไรที่นอกกฎหมายและห้ามไปเรียกรับจากใคร อย่าไปเบียดเบียนใคร และได้เตือนเมื่อมีการปะทะกัน งัดวัดพลังเกิดขึ้น ผมได้เตือนในที่ประชุมอย่างเปิดเผย ในที่สาธารณะอย่างชัดเจน ย้ำว่าผมไม่ใช่น้องของใคร ผมเป็นของข้าราชการทุกคนในจังหวัด และไม่ใช่คู่ขัดแย้ง“
เมื่อถามย้ำว่า การที่เราไปเตือนเรื่องผลประโยชน์แบบนี้ ทำให้เป็นชนวนเหตุที่ทำให้เขาไม่พอใจใช่หรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวตอบสั้นๆ ว่า “แน่นอน”




