“สมศักดิ์” เหน็บรัฐบาลเก่าบริหารน้ำผิดพลาด

“สมศักดิ์” เหน็บรัฐบาลเก่าบริหารน้ำผิดพลาด

“สมศักดิ์” เหน็บรัฐบาลเก่าบริหารผิดพลาด กำชับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติวางแผนบริหารจัดการน้ำปี 67 อย่างรัดกุม เหน็บรัฐบาลก่อนบริหารผิดพลาด

(9 ต.ค. 66) วานนี้(8 ต.ค.) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรีดูแลงานสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ลงพื้นที่ศึกษาปัญหาเตรียมกำหนดแผนร่วมกันกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกำหนดแผนด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นรูปธรรม แบบแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน เพื่อรอการจัดสรรเงินงบเพื่อแก้ปัญหาถาวร ในปีงบประมาณใหม่

โดยตนที่ดูแล สทนช.เข้ามาทำหน้าเป็นเจ้าภาพฯ ซึ่งต้องรัดกุม ไม่ให้เกิดความผิดพลาดเช่นอดีตที่รัฐทำงานผิดพลาด ใช้งบประมาณเกินกว่าครึ่งของทั้งหมดต่อปีมาบริหารจัดการแค่เรื่องน้ำ ซึ่งจะไม่ให้ความผิดพลาดเช่นนั้นเกิดขึ้นอีก

โดยตอนนี้ต้องรอรัฐบาลเตรียมจัดสรรงบประมาณในปี 2567 เข้ามาบูรณาการบริหารจัดการแก้ปัญหาเบ็ดเสร็จ ซึ่งจะเป็นมาตรการที่จะใช้ ร่วมกันทั่วทั้งประเทศ ในการแก้ปัญหา รวมทั้งการแก้ปัญหา น้ำท่วมขังพื้นที่ร้อยเอ็ด ไม่ว่าจะเป็นจากลำน้ำยัง หรือลำน้ำชี ซึ่งครอบคลุม ทั้ง 3 จังหวัด คือจังหวัด กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และยโสธร มีความยาว 222 กิโลเมตร 

Ffpได้รับรายงานว่ามีปริมาณน้ำเฉลี่ยปีละ 1336 ล้านลบ.ม. ต่อปี ก็เป็นหนึ่งในเป้าหมาย ที่ต้องรอการจัดสรรงบประมาณ เข้ามาแก้ไขปัญหา ให้ ในคราวเดียวกัน จึงจะสามารถเข้ามาแก้ปัญหาถาวร ให้กลับ ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ยโสธร และรวมทั้งพื้นที่อื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการเกิดอุทกภัย ก็จะได้รับการแก้ไข จากรัฐบาล ไปในคราวเดียวกัน ส่วนการแก้ปัญหาระยะสั้น เฉพาะหน้า ก็ได้แต่มอบหมายให้ ส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ใช้แนวทาง ของงบประมาณที่มีอยู่ เข้ามาดูแลแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ให้กับประชาชน และพื้นที่ ที่ประสบภัย เป็นการเฉพาะหน้าไปก่อน

เพราะการจัดสรรงบ ต้องเป็นไปตามลำดับขั้นตอน ในฐานะที่ตนเองดูแล สทนช. ดูแผนการบริหารจัดการน้ำ จะต้องรู้ข้อมูลทั้งหมด อย่างเช่นน้ำท่วมอีสาน วันนี้ก็พาข้าราชการที่เกี่ยวข้อง มาดูภาพเพื่อเห็นภาพทั้งหมด แล้วเวลาไปมองข้อมูลในกระดาษ แล้วก็จะมองข้อมูลทะลุ เพื่อให้รู้ว่าสามารถหรือจะทำอย่างไร ให้รู้ว่าการแก้ปัญหาจะต้องทำอะไรยังไง ในขั้นตอนเร่งด่วน ซึ่งจะมีผลไปถึงการแก้ปัญหาความแห้งแล้งด้วย เพราะ สังเกตดูแล้ว พบว่าถึงจะมีน้ำมาก แต่หลังจากลอยกระทงแล้ว ก็จะเริ่มแล้ง หรือประสบกับปัญหา ภัยแล้ง จึงต้องมีการศึกษาว่าจะเก็บน้ำไว้ใช้อย่างไร

“ส่วนแผนการฟื้นฟูเยียวยาแก้ปัญหา การเกิดน้ำท่วมขัง และอุทกภัย การจัดสรรงบประมาณ ช่วยเหลือแก้ปัญหาด้าน อุทกภัย ต้องเป็นการจัดสรรงบประมาณต้องมีการวางแผนทั้งประเทศ ซึ่งทั้งประเทศฝนตกลงมาประมาณ 700,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ต้องมีแผนเบ็ดเสร็จ ที่จะต้องเก็บกักน้ำไว้ใช้ 

แต่เป็นรัฐบาลที่ต้องเริ่มต้นใหม่ ต้องลงมาดูให้เห็นข้อเท็จจริง ที่ชัดเจนโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงที่มีน้ำท่วมเพื่อกำหนดแผนทั้งระยะยาว ระยะกลาง และระยะเร่งด่วน ที่แตกต่างกัน ต้องหาข้อมูลที่ชัดเจนเชื่อถือได้ จากแต่ละภูมิภาคที่ไม่เหมือนกัน และใช้ข้อมูลย้อนหลังของปัญหาเข้ามาประเมินที่ความเสียหายและการสูญเสียที่ไม่เท่ากัน แล้วจึงเตรียมแผนป้องกันไม่ให้เกิดเหตุและเกิดความสูญเสีย หากไม่รัดกุมก็จะใช้งบผิดพลาด ที่เคยมีมากถึงครึ่งหนึ่งของงบประมาณบริหารประเทศทั้งหมด ซึ่งจะไม่ให้เกิดขึ้นอีก ซึ่งจะต้องวางแผนและวิธีการที่รัดกุม 

แต่อย่างไรก็ตามการแก้ปัญหาในช่วงที่ไม่สามารถจัดสรรงบประมาณ หลังจากนี้ ซึ่งต้องรอการจัดสรรงบประมาณในปีงบประมาณปี68 เข้ามาใช้แก้ปัญหา ภายใต้ 5 ขั้นตอนในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยไม่ก้าวข้ามลำดับปัญหา ซึ่งตนเพิ่งทราบปัญหา ช่วงที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งใหม่ ก็ต้องเป็นไปตามกลไกจะต้องขับเคลื่อนเริ่มต้นจากการนับหนึ่งใหม่ ไม่ใช่เร่งกดดันผู้แทนและรัฐมนตรีให้เร่งรัดการทำงาน ซึ่งจะกระโดดข้ามขั้นไปสู่ขั้นตอนที่6แบบข้ามกระโดด ก็เป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ 

ซึ่งจะต้องมีการประชุมทุกฝ่ายให้มีการบริการจัดการที่ดี แล้วแก้ปัญหาในพื้นที่ ที่ทำได้ก่อนก็เป็นเรื่องที่ทำได้. ซึ่งทุกฝ่ายต้องช่วยและร่วมมือกัน โดยที่ตนดูแล สทนช.อยู่ ก็เป็นเหมือนเจ้าภาพ ที่จะเป็นคนเข้ามาวางแผนเพื่อปฎิบัติร่วมกันตามขั้นตอน ที่ไม่ก้าวข้ามเรื่มจากนับหนึ่งก่อนแล้วดำเนินการไปตามลำดับของการกำหนดแก้ปัญหาด้านการบริหารจัดการน้ำไปด้วยกัน”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง