นัดแรกคดี 44 สส.ก้าวไกล ศาลสั่งสอบพยานปากแรก 25 ส.ค. นี้

นัดแรกคดี 44 สส.ก้าวไกล ศาลไม่รับคำร้องกรณีมีผู้ร้องขอให้สั่ง “เท้ง” หยุดปฏิบัติหน้าที่ พร้อมเรียกไต่สวนพยานฝ่าย ป.ป.ช. 17 ปาก 25 ส.ค. นี้
(30 มิ.ย. 69) เวลา 09.30 น. ที่ ศาลฎีกา สนามหลวง ศาลนัดพิจารณาคดีครั้งแรกในคดีหมายเลขดำ คมจ.1/2569 กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยว่า อดีตและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 44 คน ของพรรคก้าวไกล กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากการร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
.
ทั้งนี้ ผลการพิจารณานัดแรก องค์คณะผู้พิพากษามีจำนวน 5 คน และมีคำสั่งกำหนดวันไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้อง คือ ป.ป.ช. จำนวน 17 ปาก รวม 3 นัด ได้แก่ วันที่ 25 สิงหาคม 2569 วันที่ 22 กันยายน 2569 และวันที่ 27 ตุลาคม 2569 โดยฝ่ายผู้ร้องมีนายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นผู้แทนเข้าร่วมการพิจารณา สำหรับการกรอบดำเนินกระบวนพิจารณาในคดีนี้มีการกำหนดภายในระยะเวลา 1 ปี
.
สำหรับการพิจารณาในวันนี้ มีฝ่ายผู้คัดค้าน คือ 44 สส. พรรคก้าวไกล แกนนำส่วนใหญ่ วันนี้ได้ส่งทนายความมาเป็นตัวแทน และมี สส.บางคน ที่มาด้วยตนเอง อาทิ นายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. พรรคประชาชน พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถอดีตรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล รวมทั้งสิ้น 8 คน จากผู้คัดค้านทั้งหมด 44 คน ประกอบด้วยผู้คัดค้านลำดับที่ 3, 11, 12, 14, 19, 28, 36 และ 44
.
นอกจากนี้กรณีของ นายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006 ที่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ขอให้ศาลมีคำสั่งให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ซึ่งเป็นผู้คัดค้านที่ 35 ในคดี และเป็นหนึ่งในผู้ร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หยุดปฏิบัติหน้าที่ จากกรณีการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับการกรณีที่องคมนตรีเข้าร่วมประชุมกับคณะรัฐมนตรีเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงการวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองเกี่ยวกับพรรคขบวนการสีน้ำเงิน โดยอ้างว่าก่อนหน้านี้ศาลฎีกาได้กำหนดเงื่อนไขห้ามกระทำการซ้ำ หรือกระทำการหรือแสดงความคิดเห็นในลักษณะเดียวกับที่ถูกกล่าวหาในคำร้อง หากฝ่าฝืนศาลอาจพิจารณาสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ได้
.
อย่างไรก็ตาม ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ยื่นคำร้องคือนายนพรุจ ไม่ใช่คู่ความในคดี จึงไม่อาจรับคำร้องไว้พิจารณาได้ อีกทั้งไม่มีเหตุอื่นให้รับฟังเพื่อมีคำสั่งให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หยุดปฏิบัติหน้าที่ ศาลจึงมีคำสั่งยกคำร้องดังกล่าว




