"รุทธพล"รมว.ยุติธรรม เผย"ดีเอสไอ"เรียก สส.สมชาติ พรรคประชาชน แจงปม"นอมินี"

"รุทธพล"รมว.ยุติธรรม เผย"ดีเอสไอ"เรียก สส.สมชาติ พรรคประชาชน แจงปม"นอมินี" ปัดดองคดี"เขากระโดง" ย้ำ"คดีฮั้ว สว." ไม่เกี่ยวนายกฯ
(20ส.ค.69) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ชี้แจงถึงประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในหลายคดีสำคัญ โดยยืนยันว่าในฐานะผู้บริหารไม่มีการแทรกแซง สั่งอุ้มพวกพ้อง หรือดองคดีใด ๆ ทั้งสิ้น พร้อมปฏิเสธกระแสวิจารณ์ที่ดีเอสไอถูกมองว่าพุ่งเป้าสืบสวนเฉพาะนักการเมืองจากพรรคประชาชนเป็นหลัก โดยย้ำว่าทุกอย่างดำเนินการไปตามพยานหลักฐานที่มีอยู่จริง
สำหรับกรณีที่ดีเอสไอออกหมายเรียก นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ให้มาชี้แจงปมถือหุ้นบริษัทเอกชนที่ส่อเข้าข่ายนอมินีต่างชาติในวันที่ 31 ส.ค. รวมถึงคดี Forex ที่เชื่อมโยงกับนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ (สส.ป้อม) นั้น รมว.ยุติธรรม ระบุว่า ตนไม่ทราบรายละเอียดเชิงลึกเพราะเป็นหน้าที่ของดีเอสไอ แต่กรณีของ สส.สมชาติ นั้นมีสื่อท้องถิ่นร้องเรียนมานานแล้ว ไม่ได้เป็นการตั้งธงเล่นงานพรรคการเมืองใด ส่วนเส้นทางการเงิน 33 ล้านบาทในคดี Forex ก็เป็นการรับรายงานในเบื้องต้นเท่านั้น
ส่วนกรณีที่ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ ทวงถามความคืบหน้าคดีบุกรุกที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ พร้อมกล่าวอ้างว่ามีคำสั่งจากรัฐมนตรีให้ "ดองคดี" นั้น พล.ต.ท.รุทธพล ปฏิเสธว่า "ไม่มีทาง" โดยระบุว่าดีเอสไอได้เริ่มกระบวนการสอบสวนไปตั้งแต่ก่อนที่ตนจะเข้ามารับตำแหน่ง และตนได้สั่งการกำชับลงไปแล้ว หากต้องการติดตามความคืบหน้าเชิงลึกขอให้ไปสอบถามกับทางดีเอสไอโดยตรง
ขณะที่ความคืบหน้าคดีฮั้ว สว. ซึ่งอยู่ในช่วงรอยต่อที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมสรุปสำนวนผู้ถูกกล่าวหา 229 ราย และทางดีเอสไอเตรียมพิจารณาสั่งฟ้องคดีอั้งยี่ - ฟอกเงินเพิ่มเติมนั้น พล.ต.ท.รุทธพล ย้ำว่าตนไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายหรือลงลึกในรายละเอียดของสำนวนได้เพราะผิดกฎหมาย รวมถึงประเด็นที่มีการเปิดโปงเส้นทางการเงินต่าง ๆ ตนก็ขอปล่อยให้เป็นหน้าที่การพิจารณาตามพยานหลักฐานและกรอบอำนาจของ กกต. และ ดีเอสไอ
นอกจากนี้ รมว.ยุติธรรม ยังทิ้งท้ายถึงเรื่องคดีความทางการเมืองต่าง ๆ ที่อยู่ในความสนใจของสังคมขณะนี้ว่า ตนไม่เคยนำเรื่องเหล่านี้ไปหารือหรือพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีเลยแม้แต่น้อย เนื่องจากคดีต่าง ๆ เช่น คดีฮั้ว สว. ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับตัวนายกรัฐมนตรี ทุกกระบวนการจึงต้องเป็นไปตามขั้นตอนการสอบสวนของหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง




