ศาลอาญาสั่งจำคุก "อานนท์-พวก" หมิ่นเบื้องสูง ลดโทษให้เหลือคนละ 2 ปี 8 เดือน

อานนท์ นำภา

ศาลอาญาสั่งจำคุก "อานนท์" กับพวก หมิ่นเบื้องสูงคนละ 4 ปี ลดโทษให้เหลือคนละ 2 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา ด้านทนายเผย "อานนท์" โดนศาลสั่งจำคุกหลายสิบคดีรวม 38 ปี

(30 ต.ค. 69) ที่ห้องพิจารณา 804 ศาลอาญา เมื่อเวลา 10.00 น. ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมิ่นเบื้องสูงหมายเลขดำ อ.403/2567 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ฟ้อง นายอานนท์ นำภา อาชีพทนายความแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน (หลบหนี) นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ (หลบหนี) น.ส.วรรณวลี ธรรมสัตยา หรือตี้, นายพงศธรณ์ ตันเจริญ หรือบอย, นายพรหมศร วีระธรรมจารี หรือฟ้า และนายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา หรือแอมป์ ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-7 คน ในความผิดฐานดูหมิ่นสถาบัน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112

กรณีกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และกลุ่มเยาวชนปลดแอก ร่วมกับผู้ชุมนุมประมาณ 2,000 คน รวมตัวชุมนุมกันหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่แขวงและเขตจตุจักร กทม. (#25พฤศจิกาไปSCB) เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 เพื่อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีขณะนั้นลาออก รวมถึงเรียกร้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ การปฏิรูปสถาบัน โดยแกนนำผู้ชุมนุมสลับกันขึ้นเวทีปราศรัยขับไล่รัฐบาล ดูหมิ่นใส่ร้ายสถาบัน

โดยวันนี้ศาลเบิกตัว นายอานนท์ กับพวก จำเลยที่ไม่ได้รับการประกันตัวจากเรือนจำมาฟังคำพิพากษา ขณะที่วันนี้มี นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และกลุ่มผู้สนับสนุนเดินทางมาให้กำลังใจ โดยจำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ล้วนเบิกความสอดคล้องมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ไม่มีเหตุปรักปรำใส่ร้ายจำเลย ส่วนข้อต่อสู้ของพวกจำเลยที่อ้างว่าเป็นสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญนั้นเป็นการกระทำเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เป็นการให้ร้ายดูหมิ่นสถาบัน พยานหลักฐานจำเลยไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือพอที่จะหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้

พิพากษาว่า การกระทำของจำเลยที่ 1, จำเลยที่ 4, 5, 6 และ 7 เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ให้จำคุกจำเลยที่ 1, 4, 5, 6 และ 7 คนละ 4 ปี คำเบิกความพวกจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาบ้างลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยทั้ง 5 ไว้คนละ 2 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้ในนัดตรวจพยานหลักฐาน ศาลอาญาได้มีคำสั่งจำหน่ายข้อหาอื่นๆ ที่เข้าข่ายได้รับนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 ออกไป คงเหลือไว้เพียงการพิจารณาในข้อหาฐานดูหมิ่นสถาบันตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112

ต่อมา นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความสิทธิมนุษยชน เป็นทนายความจำเลยในคดีนี้ ให้สัมภาษณ์ว่า คดีนี้อัยการฟ้องความผิดเรื่องมาตรา 112 สมัย พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยคนละ 2 ปี 8 เดือน แล้วก็มีจำเลยบางคนไม่ได้เดินทางมาศาล เช่น เพนกวิน และไมค์ ส่วนนายอานนท์ ก่อนหน้านี้เคยถูกศาลพิพากษาจำคุกหลายคดี รวมคดีนี้ไปด้วยเป็นจำคุก 38 ปี เฉพาะนายอานนท์ ยังมีคดีอีกหลายคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล ส่วนมากจะเป็นมาตรา 112 เนื่องจากข้อหาอื่นที่มาจากการชุมนุมได้ยื่นเกี่ยวกับเรื่อง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข เข้าไปด้วย ที่ศาลจำคุกเป็นความผิดเกี่ยวกับมาตรา 112 อย่างเดียว ทั้งนี้ เตรียมยื่นประกันตัวจำเลยที่ไม่มีหมายขังคดีอื่นเพื่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง