รันทดชายชราวัย 81 นั่งรอลับมีดกลางสายฝน

ข่าวเวิร์คพอยท์
รันทดชายชราวัย 81 นั่งรอลับมีดกลางสายฝน

ชีวิตรันทดชายชราวัย 81 ปี ดวงตาฝ้าฟาง ซ้ำหูตึงแต่กำเนิด นั่งรอลูกค้ารับมีดริมถนนสุขุมวิทเพื่อหาเลี้ยงชีพ ทั้งวันฝนตกหรือแดดจ้าก็ไม่หวั่นและไม่ย่อท้อต่อโชตชะตา

(12 ธ.ค. 66) ผู้สื่อข่าว ได้เปิดเผย เรื่องราวของชีวิตชายชราผู้มีชื่อว่า นายอ่อนศรี จันทร์เกษม อายุ 81 ปี ชาวจังหวัดร้อยเอ็ด ผู้ที่ถูกชะตาชีวิตลิขิตให้ต้องมาผจญวิบากกรรม มีฐานะยากจน ดวงตาฝ้าฟาง หูตึง มาแต่กำเนิด แต่ไม่ทำให้ชีวิตชายชราผู้นี้ ย่อท้อยอมแพ้ต่อความยากลำบาก

ดวงตาที่ยังพอมองเห็น แขนและขาที่ยังสมบูรณ์ ทำให้ชีวิตลุกขึ้นต่อสู้ เดินทางออกจากถิ่นเกิดเแดนลุ่มแม่น้ำชี สู่ชายฝั่งทะเลตะวันออก อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี สองมือจับมีดไสหินลับ สองขาปั่นจักรยานตระเวนรับจ้าง สร้างอาชีพลับมีดสัญจร แลกเงินหล่อเลี้ยงชีวิตให้อยู่รอด ยึดมั่นในศักดิ์ศรีไม่ยอมแบมือขอใครกิน

รันทดชายชราวัย 81 นั่งรอลับมีดกลางสายฝน

ในทุกๆวัน ชายชราผู้นี้ จะมานั่งอยู่ริมถนนสุขุมวิท หน้าห้างสรรพสินค้า ชุมชนบ้านเตาถ่าน ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชบบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน หวังจะได้ลูกค้าจ้างงานลับมีด เพื่อมีรายได้ไว้หล่อเลี้ยงดูแลชีวิต แต่ด้วยปัจจุบัน อาชีพลับมีด แทบไม่มีปรากฏให้เห็นในสังคม เพราะแต่ละบ้านล้วนมีที่ลับมีดใช้กันเอง และภาพการเฝ้ารอ ความหวังที่จะมีลูกค้ามาใช้บริการ ท่ามกลางสายฝนอันเหน็บหนาว ได้สร้างความเวทนาใจต่อผู้พบเห็น และเป็นภาพที่สุดสลดใจยิ่งนัก

รันทดชายชราวัย 81 นั่งรอลับมีดกลางสายฝน

นายอ่อนศรี เปิดเผยถึงการเป็นนักสู้ชีวิต ด้วยความที่เกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะยากจน อยู่ในบ้านเกิดที่ห่างไกลความเจริญ ได้ออกเดินทางจากบ้านเกิดมาอาศัยอยู่กับเพื่อนในชุมชนบ้านเตาถ่าน โดยไม่มีครอบครัว ใช้ชีวิตเพียงลำพังกับรถจักรยานคู่ใจ ติดป้ายรับจ้างลับมีดสัญจร ปั่นตระเวนหาลูกค้าไปทั่วเมือง วนเวียนเป็นกิจวัตรประจำวัน เพื่อใช้อาชีพสุจริตแลกเงินซื้ออาหารหล่อเลี้ยงชีวิต และจ่ายค่าเช่าบ้าน บางวันไม่มีลูกค้า ก็ต้องยอมอดมื้อกินมื้อ แต่ไม่ยอมงอมืองอเท้าขอใครกิน มายาวนานถึง 31 ปี และจะคงปั่นรับจ้างลับมีดต่อไป จนกว่าจะถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

รันทดชายชราวัย 81 นั่งรอลับมีดกลางสายฝน

ผู้สื่อข่าวเผยว่า ด้วยความสู้ชีวิตนี้เอง แม้ไร้ลูกค้าจ้างงาน แต่ได้สร้างความประทับใจ และความเวทนาใจ ทำให้มีผู้ใจบุญเกิดความเห็นอกเห็นใจ หยิบยื่นเงินช่วยเหลือพอเป็นค่าอาหารประจำวัน และเป็นขวัญกำลังใจให้ชายชราผู้นี้ ได้มีแรงพลังสู้ชีวิตต่อไป จนทำให้อาชีพถูกขนานนามว่า “ปั่นต่อชีวิต” และจะเป็นแบบอย่างชีวิต ที่จุดประกายให้ผู้ที่กำลังท้อถอย หรือท้อแท้ต่อโชคชะตา ได้ลุกขึ้นมาต่อสู้ เพื่อให้ชีวิตก้าวเดินต่อไป ดั่งเช่น “นายอ่อนศรี” นั่นเอง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง