ตะวันออกกลางตึงเครียด โต้กลับฐานทัพสหรัฐฯ หลายประเทศ

ข่าวเวิร์คพอยท์
ตะวันออกกลางตึงเครียด โต้กลับฐานทัพสหรัฐฯ หลายประเทศ

ตะวันออกตึงเครียดจัด อิหร่านโต้ตอบสหรัฐฯและอิสราเอล ด้วยการเล็งเป้าโจมตีฐานทัพของสหรัฐฯ อย่างน้อย 6 แห่ง ใน กาตาร์, คูเวต, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, บาห์เรน, จอร์แดน, และอิรัก

(28 ก.พ. 69) สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอีกระลอก หลังอิหร่านประกาศว่าได้โจมตีฐานทัพทหารของสหรัฐฯ ในหลายประเทศแถบอ่าวเปอร์เซีย พร้อมยิงขีปนาวุธถล่มอิสราเอล เพื่อตอบโต้ภายหลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีเป้าหมายทางทหารและหน่วยงานรัฐบาลของอิหร่านเมื่อเช้าวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น

.

เสียงระเบิดดังสนั่นในหลายประเทศทั่วภูมิภาค ขณะที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศถูกนำมาใช้สกัดขีปนาวุธที่พุ่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

.

สำนักข่าว Nour News ซึ่งมีความใกล้ชิดกับ Islamic Revolutionary Guard Corps (IRGC) รายงานว่า อิหร่านยิงขีปนาวุธพิสัยไกลแบบบอลลิสติกหลายสิบลูก มุ่งหน้าไปยังอิสราเอล เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต

.

ด้าน IRGC ระบุว่า เป้าหมายการโจมตีรวมถึงฐานทัพอากาศอัล อูเดอิด ในกาตาร์, ฐานทัพอากาศอัล ซาเลม ในคูเวต, ฐานทัพอากาศอัล ดาฟรา ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และฐานทัพเรือสหรัฐฯ ในบาห์เรน นอกจากนี้ สื่อทางการอิหร่านยังรายงานว่า มีการโจมตีฐานทัพมูวาฟฟัก อัล ซาลตี ในจอร์แดน รวมถึงฐานทัพสหรัฐฯ ทางตอนเหนือของอิรักด้วย

.

ขณะเดียวกัน ความเสียหายจากการโจมตียังคงอยู่ระหว่างการประเมิน โดยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ระบุว่า ขีปนาวุธหลายลูกที่ยิงเข้ามาถูกสกัดไว้ได้ อย่างไรก็ตาม เศษซากขีปนาวุธบางส่วนตกลงในพื้นที่ที่อยู่อาศัย ส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิต 1 ราย ตามรายงานของสำนักข่าวทางการของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

.

มีรายงานว่าขีปนาวุธหนึ่งลูกพุ่งชนสถานที่ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในรัฐบาห์เรน แต่ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

.

เจ้าหน้าที่กาตาร์เปิดเผยว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดขีปนาวุธของอิหร่านได้ 2 ลูกเหนือท้องฟ้าประเทศ ขณะที่เสนาธิการทหารคูเวตแถลงว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศได้ตอบโต้ขีปนาวุธที่พุ่งเข้ามาเช่นกัน

.

ด้านกองทัพจอร์แดนระบุว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถยิงสกัดขีปนาวุธพิสัยไกลได้สำเร็จ 2 ลูก ซึ่งมีเป้าหมายโจมตีราชอาณาจักร

.

เหตุการณ์ล่าสุดยิ่งตอกย้ำความเสี่ยงที่สถานการณ์ในภูมิภาคอาจลุกลามเป็นความขัดแย้งในวงกว้าง ท่ามกลางการเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดจากประชาคมโลก

.

(ภาพ: AFP)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง