ไม่หวั่นดราม่า! "นกน้อย อุไรพร" หนุน "ป๋อ ณัฐวุฒิ" ลั่น หมอลำไม่จำเป็นต้องใช้คำหยาบ

"นกน้อย อุไรพร" หนุน "ป๋อ ณัฐวุฒิ" พูดถูก บอกการนำเพลงมาแปลงสารแล้วร้องสองแง่สองง่ามไม่ใช่วัฒนธรรม รับงงทำไมตนโดนด่าแรง ไม่หวั่นดราม่าเพราะไม่ได้ทำอะไรเสียหาย แต่ถ้าพูดอะไรผิดไปพร้อมขอโทษสังคม

จากกรณีนักแสดงดัง "ป๋อ ณัฐวุฒิ" ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงเรื่องไม่ได้โลกสวย แต่ไม่เข้าใจว่าเพลงที่มีเนื้อเพลงหยาบคาย มีคำที่เป็นอวัยวะเพศหญิงอยู่ในเพลง ทำไมคนถึงให้ความสำคัญ ซึ่งถึงแม้ในการแสดงความคิดเห็นของ ป๋อ จะพูดรวมๆ ไม่ได้เอ่ยชื่อเพลงหรือเจาะจงว่าเป็นเพลงอะไร แต่ ป๋อ ก็โดนดราม่าทันที จนต่อมาได้มีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยชื่อดัง ออกมาตอบกลับ ป๋อ ว่า "เพลง คนจนมีสิทธิ์ไหมคะ ที่ติดหูและถูกใจโลกโซเชียลอย่างล้นหลาม เพราะเพลงได้สะท้อนความเหลื่อมล้ำทางสังคม และความเหลื่อมล้ำทางเพศ แม้ผ่านไป 30 ปี แต่ความจริงนี้ก็ยังดำรงอยู่ในสังคมไทย และยุคที่พระเอกละครไทยข่มขืนนางเอก ที่หากพิจารณาแล้ว มันเลวร้ายกว่าหยาบโลนหลายพันเท่า" ทำให้ ป๋อ ต้องออกมาลบโพสต์ที่เป็นดราม่า และโพสต์ข้อความชี้แจงเพิ่มเติม พร้อมกับขอโทษ "เดือนเพ็ญ เด่นดวง" กับเรื่องเข้าใจผิดที่เกิดขึ้น

ล่าสุด เจ้าแม่หมอลำเสียงอีสาน "นกน้อย อุไรพร" ได้มีการออกมาพูดถึงประเด็นนี้ระหว่างไลฟ์เฟซบุ๊ก เพราะมีคนเข้ามาถามถึงเรื่องนี้ โดย แม่นกน้อย กล่าวว่า "มีสื่อโทรมาสัมภาษณ์ว่าขอถามเรื่อง คนจนมีสิทธิ์ไหมคะ แม่ก็งงว่าคืออะไร แม่ก็บอกว่าหมอลำคือวัฒนธรรมของคนอีสาน ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ถ้าเป็นแม่ แม่ก็เป็นหมอลำอยู่ในวัฒนธรรมของคนอีสานเช่นกัน แม่ก็มองเหมือนกัน เราไม่ได้มองคนภาคกลางที่มองเราว่าไม่รู้จักวัฒนธรรมลำซิ่ง แต่มองว่าไม่ว่าจะลำซิ่งหรือต่างๆ เราสามารถใช้คำไม่หยาบได้ คำสองแง่สองง่ามใช้ได้ แต่เราจะไม่ใช้ตรงขนาดนั้น"
"ภาษาเพลงต้นฉบับสวยงามอยู่แล้ว แต่เราเอามาดัดแปลงร้องสองแง่สองง่ามแม่ว่าเป็นการทำร้ายเพลงมากกว่า ขอโทษด้วยนะคะถ้าเป็นการถูกใจแต่ไม่ถูกต้อง แม่แค่พูดตามความรู้สึก แม่ไม่จำเป็นต้องกลัวดราม่า เพราะแม่ไม่ได้พูดเรื่องเสียหาย ใครจะดราม่าก็แล้วแต่ คนอีสานถูกสอนมาดี ให้ใช้ภาษาที่งดงาม พ่อแม่ไม่ได้สอนให้พูดคำหยาบ"
ทั้งนี้ แม่นกน้อย ยังได้เผยต่ออีกว่า "แม่ได้เข้าไปดูเนื้อข่าวที่ ป๋อ โพสต์แล้ว ก็ไม่มีอะไรเสียหาย ป๋อเขาก็พูดถูก ภาษาอีสานเป็นภาษางดงาม หมอลำก็เป็นภาษางดงามจากพ่อจากแม่อยู่แล้ว เรื่องนี้ก็ควรปล่อยผ่าน เอาจริงๆ มันเป็นเรื่องนิดเดียวเองไม่มีอะไรเลย สื่อถามมาแม่ก็ตอบไป แล้วแม่ก็ตอบในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ได้ตอบอะไรเสียหาย ตอบถึงความงดงามของภาษา ความจริงเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับแม่เลย ก็ไม่รู้ทำไมสื่อถึงโทรมาสัมภาษณ์แม่ แม่ก็แค่ตอบไปตามความเป็นจริง ก็แล้วแต่คนที่นำมาแปลงสารค่ะ"

หลังจากนั้น แม่นกน้อย ก็ได้ออกมาไลฟ์เพื่อชี้แจงถึงเรื่องดราม่าดังกล่าวอีกครั้งว่า "แม่อยากถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น เกิดอะไรคะลูกขา ยายนกงงแรง ตอนแรกไลฟ์ไปแล้วรอบนึง แล้วมีคนบอกว่า แม่คะตอนนี้ข่าวแม่กำลังดังนะ แม่ก็อ้าว ข่าวอะไร แม่แค่ไลฟ์ชิลๆ ของแม่ไป มีสื่อโทรศัพท์มาหาแม่ว่ามีความคิดเห็นยังไง ที่พี่ 'ป๋อ ณัฐวุฒิ' ออกมาพูดถึงเรื่องเพลงคนจนมีสิทธิ์ไหมคะ หรือวัฒนธรรมอีสานที่ออกมาใช้คำสองแง่สองง่าม มีอาจารย์ออกมาโต้กัน แม่นี่งงค่ะ ช่วงนี้แม่ไม่ได้เข้าสื่อออนไลน์ต่างๆ เลย แม่มุ่งทำงานอย่างเดียว แม่เลยไม่ได้เข้ามาในเพจ ไม่เห็นความเคลื่อนไหวโลกออนไลน์ว่าเป็นยังไง พอสำนักข่าวมาถามแม่ก็งง ว่าทำไมต้องถามเรา แม่ก็เลยถามลูกว่าตอนนี้มีข่าวอะไร ลูกก็บอกว่ามีข่าวเพลงคนจนมีสิทธิ์ไหมคะ"
"บอกเลยว่าดังข้ามชั่วโมงเลย ด่าบ้าง ออกมาปกป้องยายนกมากกว่าด่า มากกว่าดราม่า แม่ก็เข้าดูข่าวทันทีในยูทูบ แต่จริงๆ แล้วไม่ได้มีอะไรเลยนะในการที่เราจะให้เครดิตเรื่องนี้ แต่ในเมื่อเขามองแม่ว่าแม่นกน้อยคือศิลปินอาวุโส เป็นที่ปรึกษาภาคีเครือข่ายหมอลำรุ่นเก่าก่อน แม่ก็เลยตอบไปตามความรู้สึกของตัวเอง ตอบด้วยเรื่องวัฒนธรรมของภาษาอีสาน เพราะนักข่าวถามแม่ว่าภาษาอีสานนี่คือวัฒนธรรมเหรอ การที่นำเพลงมาแปลงสารแล้วร้องสองแง่สองง่าม แม่ก็ตอบว่าอันนี้มันไม่ใช่วัฒนธรรมลูก แม่อยู่มาขนาดนี้ พ่อแม่ก็สอนให้รักภาษา จรรโลงหมอลำ ภาษางดงามตามภาษาถิ่น นี่คือสิ่งที่แม่ตอบ"

"ตามความคิดเห็นของแม่ การที่เราจะแปลงหรืออะไรต่างๆ ก็มีอีกหลายวิธีที่เป็นกุศโลบาย ที่จะต้องใช้ความงดงามของภาษาถิ่น คนก็เข้ามาบอกว่า ยายนกน้อยไปอยู่ไหนมา นี่เป็นวัฒนธรรมหมอลำซิ่ง แม่ก็อยู่นี่แหละลูก แม่ก็คลุกคลีอยู่กับหมอลำ ลูกจ๋าจะเชื่อไหม วันไหนที่ตลกได้หลุดคำพูดนี้ออกมา ตลกคนนั้นต้องหนาวเลย ยายนกจะเรียกขึ้นรถเขียว ตลกคนนั้นจะต้องคิดแล้วว่าทำผิดอะไรไป หรือพูดอะไรออกไปแบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ในยุคของตลกรุ่นบุกเบิก ตลกที่พูดคำสองแง่สองง่ามก็มีนะในวงหมอลำเสียงอีสาน มีพระเคยเตือนว่าตลกของเจ้าในช่วงนั้น ไม่เอานะ มันหยาบเกินไป มันไม่ใช่วัฒนธรรม"
"ถ้าเกิดตลกของหมอลำเสียงอีสานมีหลุดออกไปบ้าง ที่มีคนบอกว่าก่อนที่จะวิจารณ์คนอื่น ไปดูวงของตัวเองก่อนว่าก็มีใช้คำพูดสองแง่สองง่ามเหมือนกัน ถ้าเขาว่ามาแบบนั้นแม่ก็ต้องขอโทษด้วยนะ ไม่ได้บอกว่าไม่มีนะ แต่วันไหนที่ตลกได้หลุดคำนี้ออกไปก็เตรียมหนาวเหมือนกัน ต้องมีการเรียกประชุมแล้ว คำว่าสองแง่สองง่ามมีได้ไหม ก็มีได้ อันนี้แม่พูดเรื่องของแม่ ไม่ได้เอ่ยพาดพิงใครนะ ที่มีข่าวเกิดขึ้นวันนี้ก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่มีนักข่าวมาถาม ถ้าให้ค่าให้เครดิตแม่นกน้อยในนามศิลปินอาวุโสก็ยินดีมาก และสิ่งที่แม่ตอบไป ถ้าไม่ถูกใจแต่ถูกต้อง หรือถูกใจแต่ไม่ถูกต้อง อันนี้ไม่รู้ว่ามาบวกลบคูณหารกันแล้วมันคือยังไง แต่ถ้ายายนกพูดผิดก็พร้อมขอโทษสังคม แต่แม่มองในความเป็นแม่ เป็นศิลปินอาวุโส แม่เข้าไปอ่านข่าวแล้ว ข่าวไม่ได้มีอะไรเลยนะ งงแรง กับที่บางคนมาด่า แม่งงมาก"

"ย้อนกลับไปยุคที่ กบว.ตรวจแล้วไม่ผ่าน เชื่อไหมว่าเพลง 'มันต้องถอน' ของ 'ปอยฝ้าย มาลัยคำ' ไม่ได้ร้องนะ ไม่ได้ออกทีวีนะ การแปลงเพลงต้องส่งฝ่ายแผนกตรวจ แต่ยุคนี้เป็นยุคโลกโซเชียล เหมือนเป็นยุคเปิด แม่อ่านข่าวแล้ว แต่เขาจั่วหัวข่าวว่า 'แม่นกน้อยเดือด การนำเพลงมาแปลงสองแง่สองง่าม' แม่จะเดือดทำไม แม่ไม่รู้เรื่องเลย แล้วนักร้องที่เป็นกระแสอยู่ตอนนี้แม่ก็ไม่รู้จัก มันไม่มีอะไรเลยนะ อาจเป็นที่พาดหัวข่าวนั่นแหละ ไม่ได้หมายความว่าสื่อต้องมาขอโทษแม่นะ เนื้อหาข่าวเป็นเรื่องราวที่แม่พูด ไม่มีอะไรเสียหาย"
"เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้มีอะไรเลย แต่แม่นกน้อย อุไรพร ก็ยังเป็นตัวแทนเสียงอีสานแหละ พอข่าวนี้ออกมา เลือดเนื้อเสียงอีสานก็ยิ่งต้องควรระวัง เราคือหมอลำวัฒนธรรม ถ้าเรื่องนี้แม่พูดผิด แม่ก็ขอโทษเอฟซี ขอโทษลูกเต้าทุกคน หมอลำเสียงอีสานก็ยังคงเป็นวัฒนธรรมเสียงอีสาน จรรโลงไว้ซึ่งความงดงาม ภาษาถิ่น ที่เขาสืบทอดมาให้เราได้ทำมาหากิน วันนี้ไม่มีดราม่าแล้ว จบแล้ว"
"จะเชื่อไหม แม้แต่กองละครโทรมาหาแม่ว่าเกิดอะไรขึ้น มันเสียหายนะ ละครเราจะออนแอร์อยู่แล้ว แม่ก็บอกว่ามันไม่ได้เสียหาย แม่จะออกมาไลฟ์ชี้แจง แม่ไม่ได้ทำอะไรเสียหาย ฟ้องไหมก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แค่พาดหัวข่าวแล้วตีความแปลงสารเท่านั้นเอง ฉะนั้นแม่ขอโทษทุกคน หากสิ่งที่พูดไปผิดมหันต์ขนาดนั้น แม่ขอโทษทุกคนเด้อ ขอบคุณค่ะ"





