เปิดใจผู้กำกับ สร้างแรงบันดาลใจคนรุ่นใหม่ ในงาน BTFP Showcase 2025

แอดมิน Cherbell
เปิดใจผู้กำกับ สร้างแรงบันดาลใจคนรุ่นใหม่ ในงาน BTFP Showcase 2025

กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ได้จัดงาน BTFP Showcase 2025 ณ ศูนย์การค้าสามย่าน มิตรทาวน์ เมื่อวันก่อน เพื่อเผยแพร่ผลสำเร็จและนวัตกรรมจากงานวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนทุน หนึ่งในกิจกรรมไฮไลต์คือ Short Talk การร่วมวงพูดคุยในหัวข้อ "พลังการสร้างสรรค์ของคนเบื้องหลัง" นำโดยทีมผู้กำกับภาพยนตร์คนรุ่นใหม่และนักแสดง ได้แก่ ปราโมทย์ แสงศร, ศิวโรจน์ คงสกุล, และ อวัช รัตนปิณฑะ ซึ่งได้เปิดเผยถึงเทคนิค เคล็ดลับ และมุมมองการผลิตภาพยนตร์ในปัจจุบัน

ปราโมทย์ ผู้กำกับฯ เน้นย้ำถึงแนวทางของตน ที่ให้ความสำคัญอันดับแรกคือ เรื่องใจต้องมาก่อน ต้องรู้ว่าอยากทำอะไรและเข้าใจสิ่งที่ต้องการทำจริงๆ “สำหรับผม ต้องรู้ว่าใจเราอยากทำอะไรและเข้าใจสิ่งที่จะทำจริงๆ อีกเรื่องที่สำคัญคือ ต้องเข้าใจว่าทุกอย่างมีจังหวะ  ต้องรู้จักการรอคอย การเร่งรีบไม่ได้ทำให้ประสบความสำเร็จ น้องๆ รุ่นใหม่อาจจะเก่ง มีเทคนิคดี แต่หากใจร้อนอยากไปถึงจุดหมายเร็วๆ ความสำเร็จต้องมีการรอคอย ซึ่งการทำหนังมีการแก้ปัญหาไปเรื่อยๆ ไม่มีสูตรสำเร็จ   ผู้กำกับมาดเซอร์ กล่าว

สำหรับการหาจังหวะที่ใช่ของตัวเองนั้น ศิวโรจน์ หรือ กานต์ ผู้กำกับซีรีส์ สืบสันดาน เสนอให้ “ลงมือทำไปก่อน” และมองตนเองเป็นเหมือนนักกีฬาที่ต้องซ้อมไปตลอด  

“ผมว่าต้องลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ เวลาคนมองจากข้างนอกเข้ามาก็จะเห็นในชิ้นงานที่ประสบความสำเร็จ แต่จริงๆ คนทำจะมีชิ้นงานที่ไม่ประสบความสำเร็จด้วย เพียงแต่ไม่ได้เอาออกมาพูดทั้งหมด  ความสำเร็จ เป็นเรื่องที่คนภายนอกมอบให้เรามากกว่า เราเป็นเหมือนนักกีฬาที่ต้องซ้อมทำแล้วทำอีก เป็นการฝึกฝน เรียนรู้ เดี๋ยวข้างนอกเขาให้รางวัลเอง” ขณะที่ อวัช หรือ “อัด” นักแสดงเจ้าของรางวัลจากภาพยนตร์ ดอยบอย เชื่อว่าแม้จะไม่มีสัญญาณชัดเจนของความสำเร็จ แต่การล้มแล้วลุก ล้มแล้วลุก เรื่อยๆ จะนำไปสู่การเรียนรู้และเข้าใจตัวตนของเรามากขึ้น 

ส่วนประเด็นผลกระทบของเทคโนโลยีอย่าง AI และ VR (Virtual Reality) คือ เทคโนโลยีที่สร้างโลกเสมือนจริงแบบ 360 องศาต่อคนทำภาพยนตร์ ศิวโรจน์ มองว่าเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นเพียง เครื่องมือมากกว่า แก่นแท้ของเราไม่น่าเปลี่ยน หากผู้สร้างเข้าใจตัวเองและสร้างสรรค์งานอย่างซื่อสัตย์กับหัวใจ เขายังชี้ด้วยว่า AI ไม่สามารถบันทึกความละเอียดซับซ้อนและอารมณ์ของคนทำหนัง ณ ขณะนั้นได้

ด้าน อวัช ในฐานะนักแสดง เห็นว่าไม่สามารถปฏิเสธเทคโนโลยีได้ แต่แก่นหลักของการเป็นนักแสดงคือ การเข้าใจตัวละคร การทำงานร่วมกับผู้คน กับทีมงาน เข้าใจมนุษย์ ทั้งนี้เขายังคาดการณ์แนวโน้มภาพยนตร์ไทยในตลาดโลกด้วย โดยย้ำว่าต้องกลับมามองที่ คอนเทนต์ซึ่งเป็นหัวใจหลัก

“หากผู้สร้างมี voice ของตัวเอง เรื่องราวนั้นอาจจะไปถึง Global audience ได้ไหม ไปทัชใจของคนดูคนใดคนหนึ่งที่อยู่คนละซีกโลกกับเราก็ได้ มันมีเสน่ห์หลายๆ อย่างเพราะทุกคนที่ทำก็มีเรื่องราวของแต่ละคน ผมมองว่าเป็น point หนึ่งที่สำคัญที่สุดของการใช้มันเป็น Marketing value ได้ แต่ต้องกลับมาที่แก่นของเรื่องก่อนที่จะไปเสริมเรื่องมูลค่าตลาดว่าจะใช้อะไรเป็นเครื่องมือขยายตรงนี้ ถ้าคนสร้างรู้ว่าอยากถ่ายทอดอะไร สิ่งนั้นมันทัชกันได้แล้วกระบวนการหลังจากนั้น มีปัจจัย มีเครื่องมืออีกมากมายที่จะพาไปตรงจุดนั้น หรือสามารถกำหนดทิศทางไปสู่ตลาดโลกได้เช่นกัน  แต่เราไม่มีสิทธิไปตัดสินว่าใครถูกใครผิดเรื่องใครอยากทำงานเพื่อ serve โลก หรือ serve ตัวเอง เริ่มได้หมด คนสร้างทุกคนมีความต้องการที่แตกต่างกัน”

ด้าน ศิวโรจน์ สรุปว่าสิ่งที่สำคัญกว่าเทรนด์ของหนังคือ “เรื่องของหัวใจมนุษย์ซึ่งตรงนั้นเป็นสะพานเชื่อมที่ง่ายที่สุด”

จากนั้น ปราโมทย์ ทิ้งท้ายว่า เทรนด์โลกเกิดจากการสื่อสารที่ซื่อสัตย์จากจิตใจของเขาและไม่ว่าจะทำแนวไหน ในโลกจะมีทางให้คุณเสมอ

“จริงๆ แล้วผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องผิดถ้าทำตามโจทย์หรือตามใจของเรา แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ การบาลานซ์ของมันที่นำสองอย่างมารวมกันได้ก็เป็นสิ่งที่ยากกว่าการทำตามใจตัวเองด้วยซ้ำ และสุดท้ายผมคิดว่าไม่ว่าจะทำหนังแนวไหนในโลกจะมีทางให้คุณเสมอ ขอให้ใช้หัวใจ คุณไม่โดดเดี่ยวแน่นอน”

แท็ก:BTFP Showcase 2025

ข่าวที่เกี่ยวข้อง