ชาวนาบางระกำยื่นหนังสือนายกฯ ไม่เอา “ปุ๋ยคนละครึ่ง”

ชาวนาบางระกำรวมตัวยื่นหนังสือถึง “เศรษฐา” แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วย “ปุ๋ยคนละครึ่ง” ชี้ไม่ได้ช่วยชาวนาอย่างที่คิด
(9 ก.ค. 67) ที่ ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลกจังหวัดพิษณุโลก ชาวนาหลายตำบลของอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ได้รวมตัวกันมาเพื่อยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก และสภาเกษตรจังหวัดพิษณุโลก เรื่อง ไม่เห็นด้วยกับโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง
โดยครั้งนี้ นายภูสิต สมจิตต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้มอบหมายให้ นายนิสิต สวัสดิเทพ ปลัดจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย นายมนัส เสียงก้อง เกษตรจังหวัดพิษณุโลก นางจิรนันท์ วาสุเทพรังสรรค์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก นายทวีศักดิ์ ทิมคล้าย หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดพิษณุโลก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาร่วมรับหนังสือ แสดงเจตนารมณ์ ไม่เห็นด้วยกับโครงการปุ๋ยคนละครึ่งของรัฐบาล ของกลุ่มชาวนาอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก นำโดย นายสมยงค์ จ้อยทอง ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอบางระกำ สมาชิกสภาเกษตรจังหวัดพิษณุโลก และเกษตรกร จำนวนกว่า 40 คน

โดยหนังสือดังกล่าวระบุว่า ตามที่รัฐบาลได้มีมาตรการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ ได้มีมติเห็นชอบหลักการโครงการสนับสนุนปุ๋ยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายปัจจัยการผลิตลดต้นทุนการผลิตข้าวแก่เกษตรกร โดยจะสนับสนุนปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยชีวภัณฑ์ ไม่เกินไร่ละ 500 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 20 ไร่ ให้เกษตรกรผู้ปลูกเข้า ปี พ.ศ 2567/68 ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร เป้าหมาย 4.68 ล้านครัวเรือน วงเงินงบประมาณ 29,994.3445 ล้าน โดยมีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร รับผิดชอบค่าใช้จ่าย นั้น

นายสมยงค์ จ้อยทอง บอกว่า ชาวนาอำเภอบางระกำ ไม่เห็นด้วยกับโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง เกษตรกรต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ 1,000 บาท รายละไม่เกิน 20 ไร่ และไม่ต้องการปุ๋ยไร่ละ 500 บาท จึงขอพิจารณาช่วยเหลือชาวนาเป็นค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ 1,000 บาท รายละไม่เกิน 20 ไร่ เหมือนรัฐบาลที่ผ่านมา การที่มีนโยบายที่ดี ถึงแม้ว่าจะเป็นผลงานของรัฐบาลชัดที่แล้ว รัฐบาลชุดนี้ก็ควรทำต่อ

โดยขอให้คำนึงถึงผลประโยชน์ของชาวนาเป็นหลัก การใช้นโยบายปุ๋ยคนละครึ่งถือว่าเป็นนโยบายที่ไม่ได้ช่วยเหลือชาวนา โดยตรงเพราะว่า ชาวนาจะต้องหาเงินไปซื้อปุ๋ยอีกครึ่งหนึ่ง




