แย่งที่วางรองเท้าจองคิว! “ไทยช่วยไทยพลัส” ด่านขุนทดป่วน

ข่าวเวิร์คพอยท์
แย่งที่วางรองเท้าจองคิว! “ไทยช่วยไทยพลัส” ด่านขุนทดป่วน

แย่งที่วางรองเท้าจองคิว! “ไทยช่วยไทยพลัส” ด่านขุนทดป่วน ยายเซ็งวอนรัฐแจกเหมือนเงินคนแก่

(26 พ.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เป็นวันที่ 2 ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาอำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา พบว่ามีชาวบ้านเดินทางมาเข้าคิวเพื่อลงทะเบียนและยืนยันตัวตนเข้าร่วมโครงการฯ เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มที่ระบบมีปัญหา เช่น ต้องแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล เปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์ เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ใหม่ รวมไปถึงคนที่ทำซิมการ์ดหาย จำรหัสผ่านเข้าแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ไม่ได้ และกลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่สันทัดระบบโซเชียลทำให้ลงทะเบียนเองไม่เป็น จึงพากันเดินทางมาต่อคิวที่ธนาคารตั้งแต่เช้าตรู่ โดยบางรายมารอตั้งแต่เวลา 04.00 น. เพราะกังวลว่าจะไม่ได้คิวและเสียสิทธิการช่วยเหลือจากรัฐบาล

เนื่องจากมีประชาชนมารอคิวเป็นจำนวนมาก และต้องรอนานกว่าธนาคารจะเปิดแจกคิวในเวลา 07.30 น. ชาวบ้านจึงปิ๊งไอเดียนำรองเท้า ขวดน้ำ หรือแม้กระทั่งตะกร้าหมากมาวางเรียงต่อกันเพื่อจองคิวเอาไว้ ส่วนตัวชาวบ้านหลบไปนั่งพักผ่อน กินข้าวกินน้ำรออยู่ตามร่มไม้ใกล้ๆ โดยไม่ต้องมายืนเบียดเสียดตากแดด แต่ก็ไม่วายเกิดปัญหาโต้เถียงกันจนได้ เนื่องจากมีคนหยิบรองเท้าที่วางไว้ไปใส่ชั่วคราว หรือรองเท้ามีลักษณะคล้ายกันจนเกิดความสับสน รวมไปถึงมีบางรายอาศัยจังหวะที่ช่องว่าง ตีเนียนนำรองเท้ามาวางแทรกคิว จนเกิดการกระทบกระทั่งปากเสียงกันพอหอมปากหอมคอ

ขณะที่ชาวบ้านรายอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ต่างนั่งดูเหตุการณ์และบ่นเป็นเสียงเดียวกันถึงขั้นตอนที่ยุ่งยากลำบาก โดย นางกาบ อายุ 75 ปี เปิดเผยว่า “ลูกหลานพาเดินทางมาธนาคารตั้งแต่ตี 4 มากันสองคน ข้าวปลาอาหารเช้าก็ยังไม่ได้กิน ต้องตื่นมารอคิวตั้งแต่ไก่โห่หวังจะได้สิทธิ ขั้นตอนมันยุ่งยากและลำบากคนแก่มาก อยากฝากถึงรัฐบาลว่าน่าจะแจกเงินตามฐานข้อมูลเดิมเหมือนเงินผู้สูงอายุไปเลยจบ ถ้าจะแจกแล้วปล่อยให้คนเฒ่าคนแก่ต้องมาลำบากทนทุกข์แบบนี้ ก็ไม่ต้องแจกเสียยังจะดีกว่า”

ต่อมาเวลา 07.30 น. ช่วงที่เจ้าหน้าที่ธนาคารเปิดประตูบริการรับคิว ก็เกิดความโกลาหลขึ้นอีกรอบ เมื่อชาวบ้านต่างพยายามเบียดเสียดออเพื่อเข้าประตูด้านข้างธนาคารจนเกิดการผลักดันกัน ทางผู้จัดการธนาคารจึงต้องแก้ปัญหาด้วยการสั่งการให้เจ้าหน้าที่จัดระเบียบใหม่ โดยปล่อยให้ชาวบ้านทยอยเข้าธนาคารได้ทีละ 5 คน เพื่อลดความแออัดและให้การดำเนินงานขั้นตอนต่างๆ ดำเนินต่อไปได้ตามปกติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง