เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งขาวพอใจเงินชดเชยราคากุ้งกิโลละ 20 บาท

เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งขาวพอใจเงินชดเชยราคากุ้งกิโลละ 20 บาท อยากให้ขยายโครงการเพิ่มหลังขาดทุนต่อเนื่อง สาเหตุเชื่อว่ามีการลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ
(12ก.ย.66) น.ส.สุภากิตติ์ เกลี้ยงสงค์ พาณิชย์จังหวัดตรังพร้อมด้วยนายณัฐรัฐ พรเดชอนันต์ ประมงจังหวัดตรัง นายช่างตวงวัด ผู้แทนสหกรณ์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจ.ตรังและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบการซื้อขายกุ้งขาวหรือกุ้งแวนาไมของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งใน ต.ทุ่งกระบือ อ.ย่านตาขาวและต.สุโสะ อ.ปะเหลียน จ.ตรังจำนวน 2 ราย หลังรัฐบาลออกโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งปี 66 เพื่อแก้ปัญหาราคากุ้งตกต่ำ โดยจ่ายเงินชดเชยราคา 20 บาทต่อกิโลกรัม รายละ 2.608 ตัน ซึ่ง จ.ตรังมีเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งเข้าร่วมโครงการดังกล่าวจำนวน 115 ราย ได้รับการจัดสรรงบประมาณจำนวน 9,270,000 บาท เป้าหมายกุ้งขาวปริมาณ 300 ตัน ขนาดน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 100 ตัวต่อกิโลกรัม โดยมีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม-30 กันยายนนี้
เกษตรกรทั้ง 115 รายที่เข้าร่วมโครงการ ได้ทยอยจับกุ้งขายไปแล้วกว่า 28 ราย ส่วนที่เหลือได้เร่งจับกุ้งขายให้ทันเวลาที่กำหนด ทำให้ขณะนี้มีปริมาณกุ้งออกสู่ตลาดเพิ่มมากขึ้น ขณะที่เกษตรกรหลายรายบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า ราคากุ้งตกต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี จาก 100 ตัวต่อกิโลราคา 160 บาทเหลือเพียง 100 บาท หายไปถึง 60 บาทต่อกิโล ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจำเป็นต้องชะลอการเลี้ยงกุ้ง ชั่วคราว และมีหลายรายหยุดกิจการถาวรเพราะทนแบกรับภาระขาดทุนไม่ไหว
ที่ จ.ตรัง มีเกษตรกรหยุดการเลี้ยงกุ้งทั้งแบบชั่วคราวและแบบถาวรไปแล้วนับ 100 ราย แต่ราคากุ้งปากบ่อก็ยังไม่ขยับขึ้น ขณะที่ต้นทุนทั้งค่าจ้างแรงงาน ค่าอาหารและค่าอุปกรณ์มีราคาสูงขึ้น ซึ่งเกษตรกรเชื่อว่าสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการลักลอบนำเข้ากุ้งจากต่างประเทศ แม้หันมาเลี้ยงกุ้งชีวภาพเพื่อลดต้นทุนจนได้รับเครื่องหมาย GAP แต่ราคาก็ยังตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง เกษตรกรจึงวอนรัฐบาลขยายโครงการช่วยเหลือฯ เพื่อให้เกษตรกรสามารถอยู่ได้อีกระยะ
นายกฤษณวิทย์ วินสน เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งหมู่ที่ 7 ต.ทุ่งกระบือ อ.ย่านตาขาว จ.ตรังกล่าวว่า การที่รัฐบาลเข้ามาพยุงราคาพอใจในระดับหนึ่ง เพราะอยากให้ช่วยในระยะต่อไป โดยอยากจะมีเฟส 2 ในการประกันราคากุ้ง ซึ่งราคากุ้งตอนนี้ตกต่ำที่สุด สาเหตุคาดว่าโรงงานจะมีการนำเข้าจากต่างประเทศ จากที่เลี้ยงกุ้งมานานปีแรก ๆ ได้ราคา 160 บาทต่อกิโลปีนี้ได้แค่ 100 บาท ซึ่งเกษตรกรช่วยกันเลี้ยงแบบลดต้นทุนมากขึ้น โดยใช้เกษตรอินทรีย์หรือปุ๋ยอินทรีย์ไม่ใช้สารเคมี ลดต้นทุนได้เยอะและยังปลอดภัยต่อผู้บริโภคด้วย ส่วนผู้เลี้ยงกุ้งลดลงครึ่งต่อครึ่ง
ด้าน น.ส.สุภากิตติ์ เกลี้ยงสงค์ พาณิชย์จังหวัดกล่าวว่า รัฐจัดสรรให้จ.ตรังตามโครงการนี้จำนวน 300 ตันโดยให้กิโลกรัมละ 20 บาทคนละ 2.608 ตัน และให้ผู้รวบรวมหรือผู้กระจายกุ้งคนละ 10 บาทต่อกิโล เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงที่ราคากุ้งตกต่ำ
ส่วนนายณัฐรัฐ พรเดชอนันต์ ประมงจ.ตรังกล่าวว่า กุ้งขาวในจ.ตรังตอนนี้มีเกษตรกรที่เพาะเลี้ยงกุ้งอยู่ 503 รายโดยมี 2 กลุ่มใหญ่ กลุ่มแรกคือผู้ที่สังกัดสหกรณ์ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจ.ตรังซึ่งมีสมาชิกอยู่ 210 ราย และอีกกลุ่มเป็นของชมรมผู้เลี้ยงกุ้งจ.ตรังซึ่งมีสมาชิกประมาณ 260 ราย ซึ่งผลผลิตกุ้งต่อเดือนประมาณ 1,600 ตัน ซึ่งถือว่าล้นหรือมากกว่าราคาที่กำหนดให้ เพราะเราช่วยได้แค่ 300 ตัน
ขณะที่นายมานิต อินทองปาน ประธานสหกรณ์ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจ.ตรังกล่าวว่า ณ ตอนนี้ราคากุ้งตกต่ำอย่างต่อเนื่องมาหลายเดือน ซึ่งมากกว่าทุกปีที่ผ่านมาหรือในรอบ 10 ปีก็ว่าได้ จึงอยากจะให้กำลังใจเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ณ ตอนนี้อยากเพิ่งเลิกเลี้ยง ช่วยกันให้กำลังใจซึ่งกันและกัน อย่างพาณิชย์มาช่วย ประมงมาช่วย ภาคราชการก็ได้ยื่นมือมาช่วย อย่างน้อยก็แบ่งเบาภาระไปได้ระดับหนึ่ง ซึ่งหลังจากนี้ตนมั่นใจว่าราคากุ้งน่าจะดีขึ้น ซึ่งตอนนี้มีข้อมูลว่ามีเกษตรกรเลิกเลี้ยงกุ้งไปแล้วนับ 100 ราย จากที่ขึ้นทะเบียนไว้ 503 ราย ส่วนสาเหตุหลักเชื่อว่า ความไม่เสถียรภาพในเรื่องราคา เพราะหลังจากโควิดเป็นต้นมา ไม่ได้มีการส่งออกไปต่างประเทศหรือมีก็น้อยลงไปมาก ทำให้ตลาดแคบลง




