เสียงสะท้อนคนไร้บ้านถึงนโยบาย"เงินดิจิทัลวอลเล็ต"ถ้าใช้ยากก็ไม่อยากได้

คนไร้บ้านกังวลนโยบายแจกเงิน"เงินดิจิทัลวอลเล็ต" 1 หมื่นบาท หวั่นเข้าไม่ถึง ไม่มีโทรศัพท์มือถือ บัตรปชช. หากใช้ยากก็ไม่อยากได้
(12ก.ย.66) เวลา 17.30 น. ที่ จ.นนทบุรี ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สอบถามประชาชนตามชุมชนกรณีรัฐบาลประกาศนโยบาย"เงินดิจิทัลวอลเล็ต"ให้คนไทยทุกคนที่อายุ 16 ปีขึ้นไปด้รับเงิน 10,000 บาทแต่ต้องกลับไปใช้ในรัศมี 4 กิโลเมตรใกล้บ้าน
นายอภิเดช เจ้าของร้านขายของชำ เล่าว่า ถ้าเข้าถึงก็ต้องอยู่ที่ทางรัฐบาลเขากำหนดอย่างเช่น ร้านค้าที่เข้าร่วมและได้ซื้ออะไรอย่างไรบ้าง เช่นไม่ให้ซื้อของมึนเมา เหล้า บุหรี่ อย่างร้านโชห่วยก็อยากให้รัฐบาลมีมาตราการให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายและใกล้บ้าน แต่ถ้าจะไปไกล ๆ เช่นห้างก็อาจจะไปซื้อของอย่างอื่นไม่ใช่ของกินของใช้ในครัวเรือน ถ้าเป็นในเรื่องระบบต้องเข้าถึง ถ้ารัฐบาลเข้าไม่ถึงในระบบของร้านโชห่วยในพื้นที่ก็จะไม่ทำให้เกิดการกระจายรายได้ของชุมชน
นายอภิเดช กล่าวต่อไปว่า ถ้าเข้าถึงอย่างเช่นชุมชนที่แออัดประชากรเยอะ ถ้าเกิดว่ามีมาตราการที่กระจายรายได้เข้ามาในชุมชนโดยใช้"เงินดิจิทัลวอลเล็ต" 10,000 บาท ตนคิดว่าเป็นการกระจายที่ดี ในฐานะที่ตนเป็นผู้ใหญ่เลยได้สัมผัสประชาชนหลาย ๆ พื้นที่ ตนเป็นห่วงที่สุดคือที่ต่างจังหวัด กรณีที่อยู่ต่างจังหวัด ทางรัฐบาลกำหนดระยะทางการใช้ 4 กิโลเมตร ถึงตัวจะอยู่นนทบุรี แต่ทะเบียนบ้านอยู่ที่ต่างจังหวัด ก็ต้องไปใช้ที่ต่างจังหวัด สมมุติไป 1 ครั้ง ยังไม่ทราบว่าให้ซื้ออะไรได้บ้าง จะต้องไปหลายครั้งหรือไม่ถึงจะใช้ได้หมด อันนี้รัฐบาลต้องทำให้ชัดเจนขึ้น
นายอภิเดช บอกอีกว่า ยิ่งเป็นคนแก่ผู้สูงอายุถ้าที่ต่างจังหวัด ให้ระยะทางในการใช้เงิน 4 กิโลเมตรเพราะบางที 4 กิโลเมตร ยังไม่เจอร้านค้าเลย ตนก็ขอฝากรัฐบาลน่าจะมีมาตราการอะไรที่ดีกว่านี้ อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องสำคัญคนบางกลุ่มใช้โทรศัพท์ไม่เป็น ไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีแอป ตนยกตัวอย่างคนจิตไม่ปกติที่ตนได้ดูแลอยู่ ถ้าเกิดรัฐบาลสนับสนุนช่วยมาเขาก็ใช่ไม่ได้หรือใช้ไม่เป็น ถ้าแบบนี้ต้องให้คนที่ดูแลซื้อของให้ตามที่เขาต้องการหรือไม่ หรือผู้สูงอายุ คนติดเตียง ผู้พิการ ผู้พิการทางสายตา ก็ต้องมีมาตราการเอื้อให้เขาด้วย มีมาตราการไว้รองรับผู้ที่ไม่สามารถออกจากบ้านได้
"ตนก็ขอฝากให้ทางรัฐบาลที่คิดโครงการนี้ขึ้นมา เป็นโครงการที่ดีมากเพื่อที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจจะได้โต แต่ก็ต้องมองหลาย ๆ มิติที่จะให้ทุกคนได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึง" นายอภิเดช กล่าว
ต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่หอนาฬิกาท่าน้ำนนทบุรีเข้าสอบถามกลุ่มคนเร่ร่อน พบนายสมบัตร อายุ 64 ปี เล่าว่า "เงินดิจิทัลวอลเล็ต" จำนวน 10,000 ที่ทางรัฐบาลจะให้มาก็ดี แต่จะมีปัญหาเรื่องที่ต้องใช้จ่ายเงินเพราะต้องใช้เงินภายในรัศมี 4 กิโลเมตรใกล้บ้านด้วย และอีกอย่างต้องใช้ผ่านทางแอปซึ่งตนก็ไม่มีโทรศัพท์แบบนั้นยังใช้แบบกดโทรเข้าโทรออกยังไม่มีไลน์เลย ส่วนมากคนที่มานอนพักที่ท่าน้ำไม่มีโทรศัพกันทั้งนั้นถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ทางรัฐบาลจ่ายเป็นเงินสดจะสะดวกกว่า
นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวได้สอบถามกลุ่มคนเร่ร่อนหลายคนพูดคำเดียกันว่าใช้เงินแบบนี้ลำบากอยากได้เป็นเงินสด ถ้าใช้ยากมากนักก็ไม่อยากได้ เพราะส่วนมากคนเร่ร่อนจะไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน




