เจ้าของสวนเงาะหันใช้แรงงาน"ไทยใหญ่"ทดแทนแรงงานกัมพูชา

เจ้าของสวนเงาะหันใช้แรงงาน"ไทยใหญ่"ทดแทนแรงงานกัมพูชา แม้เสียค่าดำเนินการแพง โอดเผชิญราคาผลผลิตตกต่ำ
(14มิ.ย.69) นายวุฒิพงศ์ รัตนมณฑ์ เกษตรกรชาวสวนเงาะรายใหญ่ในอำเภอเขาสมิง ซึ่งมีพื้นที่ปลูกเงาะนับพันไร่ เปิดเผยว่า สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และมาตรการผลักดันแรงงานกัมพูชากลับประเทศต่อเนื่องเกือบ 1 ปี ส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วน ทั้งเกษตร ประมง ก่อสร้าง และอุตสาหกรรม เนื่องจากที่ผ่านมาอาศัยแรงงานกัมพูชาเป็นหลัก โดยเฉพาะภาคเกษตรที่กำลังอยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตสำคัญ ทั้งทุเรียน เงาะ มังคุด และลองกอง ทำให้หลายสวนประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก
นายวุฒิพงศ์ กล่าวว่า เดิมมีความพยายามนำแรงงานจากประเทศลาวเข้ามาทดแทน แต่มีต้นทุนสูงทั้งค่าพาสปอร์ต ค่าเอกสาร และค่าเดินทาง อีกทั้งแรงงานส่วนใหญ่ยังไม่มีความชำนาญในการเก็บเกี่ยวผลไม้เท่ากับแรงงานกัมพูชา ทำให้เกษตรกรต้องหาทางออกด้วยตนเอง สุดท้ายต้องหันมาใช้แรงงานไทยใหญ่จากพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีประสบการณ์รับจ้างเก็บลำไยอยู่แล้ว จึงสามารถปรับตัวมาเก็บเงาะได้เป็นอย่างดี แม้จะต้องเสียค่าเอกสารและค่าดำเนินการต่อคนประมาณ 17,000-19,000 บาทก็ตาม
ปัจจุบันมีแรงงานไทยใหญ่เดินทางเข้ามาช่วยเก็บเงาะในพื้นที่อำเภอเขาสมิงรวมกันนับพันคน กระจายอยู่ตามสวนต่าง ๆ เนื่องจากผลผลิตเงาะสีทองยังคงเหลือค้างต้นอีกประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ และจำเป็นต้องเร่งเก็บก่อนผลผลิตเสียหาย อย่างไรก็ตามแม้จะสามารถแก้ปัญหาแรงงานได้บางส่วน แต่เกษตรกรยังคงเผชิญปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ โดยราคาซื้อขายเงาะ ณ วันที่ 14 มิถุนายน 2569 เงาะสีทองอยู่ที่กิโลกรัมละ 12 บาท ส่วนเงาะโรงเรียนอยู่ที่กิโลกรัมละ 22 บาท ซึ่งยังต่ำกว่าต้นทุนการผลิต




