ชัยภูมิแล้งหนัก น้ำแล้ง-เขื่อนแห้ง หวังฝนตกหนัก 18-21 ส.ค. นี้

“ภาวะโลกเดือด” กระทบหนัก ชัยภูมิเจอน้ำแล้ง-เขื่อนแห้ง บางพื้นที่ขาดน้ำดิบทำประปาหมู่บ้าน น้ำไม่ไหลมา 3 เดือนแล้ว ฝากความหวัง 18-21 ส.ค. นี้ จะได้เจอมรสุมช่วยเติมน้ำให้แหล่งน้ำ - อดีต สส.พรรคประชาชน ลงพื้นที่หาแนวทางช่วยเหลือ
(18 ส.ค. 69) จ.ชัยภูมิ ชาวบ้านในพื้นที่ต่างได้แต่รอความหวังจากฝนฟ้าที่จะตกลงมา หลังทางกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศแจ้งว่าจะมีฝนตกหนัก-หนักมากในพื้นที่ช่วง 18-21 ส.ค.นี้ ที่ประชาชนในพื้นที่ได้แต่หวังว่าฝนจะตกลงมาช่วยเติมน้ำในเขื่อนได้อีกมากน้อยเพียงใด แต่หากไม่มีฝนเพิ่มน้ำในเขื่อนได้ ต่างขอฝากวิงวอนทุกหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งช่วยเตรียมรับมือวิกฤตหนักมากแบบไม่เคยเจอมาก่อนตั้งแต่เกิดมาเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ด้วย
.
ซึ่งที่ จ.ชัยภูมิ มีรายงานล่าสุดต่อสถานการณ์น้ำและปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ปีนี้ยังส่งผลกระทบหนักต่อเนื่องหลังปีนี้เกิดภาวะโลกร้อน(เดือด)หนัก รวมทั้งเกิดภาวะเอลนีโญฝนทิ้งช่วงหนักมายาวนานตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนเกษตรกรชาวนา ประสบปัญหาภัยแล้งนาข้าวขาดน้ำยืนต้นตายได้รับความเสียหายมาต่อเนื่องแล้วนับแสนไร่ จนปัจจุบันที่ยังมีปริมาณน้ำในเขื่อนอ่างเก็บน้ำทั้งขนาดกลางเล็กที่มีทั้งหมดทั้งจังหวัดรวม 14 แห่ง ระดับน้ำเก็บกักลดฮวบจาก 100 % เหลือใช้ได้ไม่เกิน 37 % ในขณะนี้ด้วยแล้ว
.
จนล่าสุดเมื่อช่วงตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา ในโซนเทือกเขาภูแลนคา ที่มีพื้นที่เขื่อนรับน้ำมีปริมาณน้ำเก็บกักเหลือล่าสุด ในเขื่อนลำปะทาวตอนบน เหลือน้ำเก็บกักเหลือไม่เกินร้อยละ 22 % เขื่อนลำปะทาวล่าง เหลือไม่เกิน 31 % ที่เหลือปริมาณน้ำในเขื่อนลำปะทาวทั้ง 2 แห่ง ได้อีกไม่เกิน 25 % ที่เป็นพื้นที่ใช้น้ำด้านการประปารอยต่อเขต อ.เมืองชัยภูมิ และ อ.แก้งคร้อ ที่เริ่มจะส่งผลขาดแคลนน้ำมาช่วยด้านการเกษตรและประปาหมู่บ้านขยายวงหนักขึ้นในเขต อ.แก้งคร้อ ตามมาหนักขึ้นจากนี้ต่อไปด้วย
.
รวมทั้งในส่วนที่เหลืออีกจุดรับน้ำจากเทือกเขาภูแลนคา อีกแห่งที่บริเวณอ่างเก็บน้ำช่อระกา ที่ปัจจุบันเกิดวิกฤตแห้งขอดหนักสุดกว่าทุกพื้นที่เขื่อนและอ่างเก็บน้ำทั้งจังหวัดทั้ง 14 แห่ง ที่ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำช่อระกา เกิดวิกฤตแห้งขอดหนักเหลือน้ำไม่ถึงร้อยละ 15 % ที่ปัจจุบันไม่สามารถปล่อยระบายน้ำจากอ่างลงมาช่วยพื้นที่การเกษตรและนาข้าว ในพื้นที่ ต.นาฝาย ในหลายหมู่บ้าน เขต อ.เมืองชัยภูมิ ที่ประสบปัญหานาข้าวขาดน้ำยืนต้นตายมาต่อเนื่องไปนับหลายหมื่นไร่แล้ว
.
รวมทั้งล่าสุดเกิดปัญหาชาวบ้านในพื้นที่ หมู่บ้านหนองนกเขา ต.นาฝาย อ.เมืองชัยภูมิ ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากไม่มีน้ำดิบมาช่วยผลิตน้ำประปาหมู่บ้านได้แล้ว ต้องประสบปัญหาขาดน้ำประปาทั้งหมู่บ้านหลายร้อยครอบครัว ขาดน้ำประปาใช้มานานเกือบ 3 เดือน แล้วทั้งต้นทุนน้ำในจุดบ่อบาดาลในหมู่บ้านอีก 2 จุด ก็เกิดแห้งขอดไม่มีน้ำออกมาช่วยด้านการผลิตประปาหมู่บ้านได้แล้ว ที่ชาวบ้านบางส่วนต้องซื้อน้ำใช้เองมาต่อเนื่อง และการรอการแก้ปัญหาระยะสั้น จาก อบต.นาฝาย ที่จะจัดให้มีรถขนน้ำจากห้วยสแบงมาช่วยชาวบ้านในพื้นที่ต่อเนื่องแต่ก็ยังไม่เพียงพอในปัจจุบันได้
.
ที่ล่าสุดด้าน นางสาวนัฏฐิกา โล่วีระ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชน ในพื้นที่ได้ลงพื้นที่ในการหาแนวทางช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ต.นาฝาย ในขณะนี้อีกทางด้วย ที่ชาวบ้านในพื้นที่เรียกร้องฝากไปถึงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการมีแนวทางลงมาช่วยการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ต.นาฝาย เร่งด่วนที่สุดในขณะนี้และในระยะยาวต่อไปด้วย เพราะขณะนี้พี่น้องประชาชนในพื้นที่พากันใช้น้ำอย่าง ประหยัดใช้น้ำอาบได้เพียงวันละไม่เกิน 3 ขันในทุกๆวันแล้ว ที่ต้องทนทุกขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคในพื้นที่มานานแล้วเกือบ 3 เดือนแล้ว
.
รวมทั้งขอให้หน่วยงานเกี่ยวข้อง ช่วยเร่งลงมาดำเนินการเจาะบ่อน้ำบาดาลเพิ่มแหล่งน้ำใช้ให้ประชาชนในช่วงนี้ให้ได้เพิ่มขึ้นอีกบ้างในขณะนี้เป็นการด่วนด้วย
.
ซึ่งขณะนี้ชาวบ้านในพื้นที่ต่างๆใน จ.ชัยภูมิ ได้แต่รอความหวังจากฝนฟ้าได้เท่านั้น หลังทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศแจ้งว่าจะมีฝนตกหนัก-หนักมากในพื้นที่ช่วง 18-21 ส.ค.นี้ ที่ยังมีความหวังว่าฝนตกจะมาช่วยเติมน้ำในเขื่อนได้อีกมากน้อยเพียงใด หากไม่มีฝนเพิ่มได้ จึงขอฝากวิงวอนทุกหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งช่วยเตรียมรับมือวิกฤตหนักถึงขั้นชาวบ้านต้องขาดแคลนหนักมากที่รุนแรงกว่าทุกปีที่ผ่านมา ที่ยังรอความหวังการช่วยขุดบ่อน้ำบาดาลใช้เอง แต่ก็ยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าขุดบ่อบาดาลไปแล้ว จะมีน้ำใต้ดินให้ใช้ได้อีกมากน้อยขนาดไหนในวิกฤตหนักภาวะโลกเดือดร้อนในปีนี้ที่ชาวนา ประชาชนในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ส่วนใหญ่กล่าวว่าส่งผลกระทบรุนแรงหนักมากแบบไม่เคยเจอมาก่อนตั้งแต่เกิดมาในชีวิตเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ด้วย




