แม่น้ำปราจีนวิกฤต ผักตบแน่นทำกระชังปลาเสียหาย

ข่าวเวิร์คพอยท์
แม่น้ำปราจีนวิกฤต ผักตบแน่นทำกระชังปลาเสียหาย

แม่น้ำปราจีนวิกฤต ผักตบชวาขยายพันธ์แน่นเต็มผิวน้ำ ทำออกซิเจนในน้ำลดต่ำ กระทบกระชังปลา เสียหายหลายล้านบาท

(15 พ.ค. 69) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชังในแม่น้ำปราจีนบุรี พื้นที่ตำบลบางพลวง อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ว่ากำลังประสบความเดือดร้อนอย่างหนักจากปัญหาปลาทับทิมน็อคน้ำทยอยลอยตายเป็นจำนวนมาก จากการลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณหมู่ 4 พบปลาทับทิม รวมถึงสัตว์น้ำขนาดเล็กและกุ้ง ลอยตายเกลื่อน ภาพถ่ายมุมสูงเผยให้เห็นแพผักตบชวาขนาดใหญ่หนาแน่นปกคลุมปิดกั้นลำน้ำปราจีนบุรีเป็นระยะทางยาว ส่งผลให้ออกซิเจนในน้ำลดลงต่ำจนเกิดเหตุน้ำเน่าเสีย

.

นายจิตรกร แก้วไทรเลิศ นายก อบต.บางพลวง เปิดเผยว่า เบื้องต้นพบความเสียหายแล้วประมาณ 50 กระชัง สาเหตุหลักเกิดจากผักตบชวาที่หนาแน่นจนอุดกั้นแสงแดดและอากาศ ทำให้ออกซิเจนไม่สามารถหมุนเวียนลงสู่ก้นแม่น้ำได้ ประกอบกับช่วงหน้าแล้งมีการดึงน้ำไปใช้ทางต้นน้ำจำนวนมาก ทำให้กระแสน้ำไม่ไหลเวียนและผักตบชวาไหลย้อนกลับขึ้นมาสะสมในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ได้ประสานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดและประมงจังหวัด เพื่อลงพื้นที่เร่งสำรวจความเสียหายและหาแนวทางเยียวยาเกษตรกรอย่างเร่งด่วนแล้ว

.

ด้านผู้ประกอบการแพปลาและเจ้าของกระชังต่างโอดครวญกับความสูญเสียในครั้งนี้ โดยนายพรณรงค์ อายุ 59 ปี เจ้าของแพปลาเจริญรัตน์ ระบุว่า ปกติปลาทับทิมมีราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 80 บาท แต่ปลาที่น็อคน้ำเริ่มเน่าเสียจนไม่สามารถนำไปบริโภคได้ ต้องเร่งตักขายเลหลังในราคาเพียงกิโลกรัมละ 8-30 บาท ซึ่งแพปลาส่วนใหญ่ก็เริ่มปฏิเสธการรับซื้อแล้ว ประเมินความเสียหายเฉพาะแพของตนไม่ต่ำกว่าครึ่งล้านบาท ขณะที่นางยุรีพัน อายุ 64 ปี เจ้าของกระชังปลา 17 กระชัง เผยว่าความเสียหายรอบนี้เป็นแสนก็ไม่อยู่ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าส่วนหนึ่งเกิดจากการที่หน่วยงานนำเครื่องจักรมาสับผักตบชวาจนเศษซากเน่าเปื่อยส่งกลิ่นเหม็นและลอยมาอุดตันตาข่ายกระชังปลา

.

ก่อนหน้านี้ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปราจีนบุรี ภายใต้การอำนวยการของนายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาผักตบชวากีดขวางทางน้ำเพื่อรองรับฤดูฝนปี 2569 โดยมีการส่งเครื่องจักรกลสาธารณภัย อาทิ รถแบคโฮแขนยาว และเรือกำจัดผักตบชวาจำนวน 5 ลำ เข้าไปขุดลอกคลองและตักวัชพืชในพื้นที่อำเภอเมืองและอำเภอบ้านสร้างอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการว่าจ้างบริษัทเอกชนให้ทำแนวเชือกกั้นและผลักดันผักตบชวาให้ระบายไปตามลำน้ำ

.

อย่างไรก็ตาม แผนการแก้ไขปัญหาในระยะต่อไป ทางจังหวัดและองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (อบจ.) ได้มีแนวทางร่วมกันที่จะใช้นวัตกรรมโดรนการเกษตรเข้ามาฉีดพ่นยากำจัดผักตบชวาในจุดวิกฤต ระยะทางประมาณ 350-400 เมตร ตั้งแต่สะพานบางพลวงร่วมใจไปจนถึงวัดหัวไผ่ เพื่อตัดวงจรการขยายพันธุ์ของวัชพืชอย่างเร่งด่วน ควบคู่ไปกับการเปิดทางระบายน้ำ เพื่อเร่งฟื้นฟูสภาพสมดุลของแม่น้ำปราจีนบุรีและช่วยยับยั้งไม่ให้กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนไปมากกว่านี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง