เมียซาวด์เอนจิเนียร้อง ผัวสาหัส-โรงเบียร์ไม่เหลียวแล

เมียซาวด์เอนจิเนียร์ร้อง ผัวเจ็บสาหัสจากเหตุไฟไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ตอนนี้ย้ายกลับมารักษาตัวที่ลพบุรี ตั้งแต่เกิดเหตุทางโรงเบียร์ยังไม่เข้ามาดูแล ทั้งๆ ที่เป็นพนักงานของร้านมานาน 3 ปี
(18 ก.ค. 69) ผู้สื่อข่าว จ.ลพบุรี ติดตามอาการของ นายภานุวัฒน์ อายุ 32 ปี ซาวด์เอ็นจิเนียร์ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ซึ่งถูกส่งตัวย้ายจากโรงพยาบาลเปาโลมารักษาต่อที่โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช จังหวัดลพบุรี ตามสิทธิ์บัตรทองตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยทีมแพทย์เปิดเผยว่าผู้ป่วยถูกไฟไหม้ตามร่างกายกว่า 60% และมีการบาดเจ็บที่ระบบทางเดินหายใจ จำเป็นต้องอยู่ในห้องวิกฤตปลอดเชื้อและใช้ท่อช่วยหายใจอย่างใกล้ชิด คาดว่าต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาบาดแผลนานกว่า 90 วัน
.
ทางทีมแพทย์โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราชยืนยันความพร้อมของเครื่องมือและบุคลากรในการดูแลรักษา โดยมีการประสานงานกับคณะแพทย์จากส่วนกลางและได้รับสนับสนุนเนื้อเยื่อจากสภากาชาดไทย แม้อาการยังอยู่ในขั้นวิกฤต แต่ในภาพรวมพบว่าสัญญาณชีพดีขึ้นและอาการไตวายเริ่มทุเลาลงจนสามารถปัสสาวะเองได้ ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีในการตอบสนองต่อการรักษา โดยมีทีมแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง
.
ด้าน น.ส.ประภารักษ์ ภรรยาของผู้ได้รับบาดเจ็บ กล่าวด้วยน้ำตาว่า ขณะนี้สามีเริ่มมีอาการตอบสนองและสื่อสารผ่านสายตาได้บ้าง แต่ตนยังต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเพียงลำพัง ทั้งการหยุดงานเพื่อมาเฝ้าไข้ รวมถึงดูแลลูกทั้งสองคน โดยได้รับความช่วยเหลือเบื้องต้นจากมูลนิธิองค์กรทำดีของ “บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” มอบเงินช่วยเหลือ 20,000 บาท เพื่อใช้จ่ายระหว่างรักษาตัวที่ลพบุรี
.
ทั้งนี้ ภรรยาผู้บาดเจ็บเปิดเผยความอัดอั้นใจว่า ตั้งแต่เกิดเหตุทางโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าวไม่เคยติดต่อสอบถามอาการหรือส่งตัวแทนเข้ามาดูแลช่วยเหลือแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งที่สามีปฏิบัติหน้าที่เป็นซาวด์เอ็นจิเนียร์ให้กับทางร้านมานานกว่า 3 ปี จึงอยากวิงวอนขอให้ทางโรงเบียร์แสดงความรับผิดชอบและดูแลพนักงานที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ แทนการปล่อยให้ครอบครัวต้องเผชิญชะตากรรมอย่างโดดเดี่ยวในยามวิกฤตเช่นนี้




