สืบนครบาลช่วยพีอาร์สาว ถูกแก๊งคอลฯ หลอกให้เรียกค่าไถ่จากครอบครัว ขยายผลล่า 2 บัญชีม้าคนไทย

สืบนครบาลช่วยพีอาร์สาว ถูกแก๊งคอลฯ หลอกให้เรียกค่าไถ่จากครอบครัว ขยายผลล่า 2 บัญชีม้าคนไทย เจ้าตัวเผยกลลวงมิจฉาชีพจนทำให้ต้องตกเป็นเหยื่อ
(22 ส.ค.68) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณี ตำรวจชุดสืบสวนนครบาลนำกำลังเข้าช่วยเหลือ น้องโม (สงวนชื่อ-สกุลจริง) อายุ 24 ปี พนักงานบริษัทที่ถูกแก๊งคอลเซนเตอร์หลอกโอนเงินเรียกค่าไถ่จากครอบครัว โดยเข้าช่วยได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในอำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี โดยน้องโม อยู่ในสภาพหวาดกลัว และยังคงกำโทรศัพท์มือถืออยู่ในมือ ซึ่งกำลังคาสายวิดีโอคอลกับแก๊งคนร้าย แต่เมื่อคนร้ายเห็นตำรวจ ก็รีบตัดสายไปในทันที
ส่วนตัวน้องโมในขณะนั้น ยังไม่เชื่อว่าตนเองตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซนเตอร์ จนต้องให้คุยกับครอบครัว ว่าครอบครัวปลอดภัยดี น้องโมจึงคลายความกังวลและมีสติมากขึ้น ตำรวจจึงได้นำตัวน้องโมไปสอบปากคำต่อ ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมกับครอบครัว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
- พ่อแม่ถูกแก๊งคอลเซนเตอร์ข่มขู่เรียกค่าไถ่ อ้างจะตัดแขนตัดขาลูกสาว พ่อแม่ต้องโอนเงินกว่า 1 ล้านบาทให้

น้องโม ผู้เสียหาย เล่าว่า เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 19 ส.ค.68 ที่ผ่านมา ช่วงเย็น ขณะที่กำลังทำงานอยู่ที่ย่านสาทร ก็มีเบอร์ที่ไม่รู้จักโทรเข้ามา อ้างว่า โทรมาจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ และบอกว่าน้องโมเป็นผู้ปกครองของเด็กวัย 3 ขวบ ที่ถูกแก๊งค้ามนุษย์ทำร้ายร่างกาย ต้องผ่าตัดด่วน แม้น้องโมจะบอกว่า ไม่ได้เป็นผู้ปกครองของเด็กคนดังกล่าว แต่ปลายสายก็ยังพูดจากดดันว่า เด็กต้องได้รับการผ่าตัดภายใน 24 ชั่วโมง และโอนสายให้คุยกับเจ้าหน้าที่อีกคน โดยเจ้าหน้าที่แนะนำให้น้องโมแอดไลน์ของ สภ.ช้างเผือก และวิดีโอคอลไปแจ้งความว่า ไม่ใช่ผู้ปกครองเด็กคนดังกล่าวจริงๆ
แต่ไปๆ มาๆ ตำรวจก็บอกว่า น้องโมไปเปิดบัญชีธนาคาร ใช้รับเงินส่วนแบ่งจากแก๊งค้ามนุษย์ประมาณ 8 แสนบาท และให้น้องโมโอนเงินไปตรวจสอบ 2 แสนบาท รวมถึงต้องหาเงินมาอีก 8 แสนบาท เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยบังคับสั่งให้น้องโม หลอกครอบครัวและคนใกล้ชิด ว่าต้องการเงินไปตกแต่งบัญชีธนาคาร เพื่อยื่นขอทำวีซา สำหรับไปศึกษาดูงานที่ต่างประเทศ ขอให้ช่วยโอนเงินส่งมา
ระหว่างนั้น ก็จะสั่งน้องโมว่าห้ามบอกเรื่องนี้กับใคร ต้องรายงานตัวเป็นระยะๆ และต้องวิดีโอคอลค้างไว้ตลอด 24 ชั่วโมง มีการสั่งให้ปิดแอปพลิเคชั่น จีพีเอส ติดตามตัว และย้ายที่พักไปเรื่อยๆ โดยขู่ว่า หากครอบครัวตามตัวน้องโมเจอ จะทำให้รูปคดีเสียหาย และหากไม่สามารถหาเงินมาให้ได้ ทั้งน้องโมรวมถึงครอบครัว ก็จะต้องถูกจับดำเนินคดีไปด้วย

โดยรวมๆแล้ว น้องโมถูกบังคับให้หลอกครอบครัวและคนใกล้ชิดให้โอนเงินมาให้ ก่อนจะโอนต่อไปยังบัญชีม้ามิจฉาชีพรวมกว่า 2.9 ล้านบาท ซึ่งน้องโมบอกว่า ไม่ได้อยากทำเลย แต่จุดเริ่มต้นมาจากที่น้องโม สงสารเด็กที่อ้างว่าต้องผ่าตัดด่วน ประกอบกับคนร้ายบอกเลขบัตรประจำตัวประชาชนของน้องโมได้หมด ทำให้น้องโมเชื่อโดยสนิทใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจริง เป็นตำรวจจริง ก่อนที่สุดท้ายจะกลายเป็นความหวาดกลัว ว่าครอบครัวจะถูกทำร้ายจึงยอมทำตาม
ด้าน พลตำรวจตรี โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล บอกว่า เบื้องต้น จากแนวทางการสืบสวนเชื่อว่า แก๊งมิจฉาชีพนี้เป็นแก๊งคอลเซนเตอร์จากประเทศเพื่อนบ้าน และจะเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงไปเรื่อยๆ โดยจะเล่นกับความรู้สึกและความหวาดกลัวของเหยื่อ บางครั้งก็จะให้เหยื่อมัดมือมัดเท้าตัวเองและถ่ายรูป ไปหลอกครอบครัวเพื่อให้โอนเงนมาให้ ซึ่งตำรวจจะต้องขยายผล รวมถึงส่วนของบัญชีม้าคนไทยอีก 2 บัญชี ที่จะต้องติดตามตัวมาดำเนินคดี - ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน





