ซ้อนแผนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกมารับเงินสดก่อนรวบ

ตำรวจราชบุรีซ้อนแผนแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกหญิงชราลงทุนคริปโตสูญ 1 ล้าน โดยนัดออกมารับเงินสด 888,800 บาท ก่อนแสดงตัวเข้ารวบ
(25 ก.ย. 68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา พ.ต.อ.ภุชงค์ ณรงค์อินทร์ ผกก.สภ.โพธาราม จ.ราชบุรี พ.ต.ท.ศิริสุข คำสุข รอง ผกก.สส พร้อมชุดสืบสวนของสภ.โพธาราม ได้วางแผนจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่จะมารับเงินสดจากผู้เสียหาย บริเวณวัดแห่งหนึ่งใน ต.คลองตาคต อ.โพธาราม หลังได้รับแจ้งจากหญิงวัย 70 ปี ชาวบ้านต.คลองตาคต ว่าถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้ลงทุนในสกุลเงินดิจิตัล
โดยต้องให้เปิดพอร์ทที่ทางแก๊งคอล จะสอนในการเปิดรหัสในการเปิดเข้าไปดูเงินในพอร์ททำให้หลงเชื่อ ซึ่งครั้งแรกที่ลงทุนใช้วิธีโอนเงินไป แล้วได้กำไรพร้อมกับเงินที่ลงทุนไป แต่ครั้งต่อไปไม่สามารถโอนเงินได้ ทางแก๊งคอลจึงขอมารับเงินสดเพื่อนำไปเข้าในพอร์ทให้กับผู้เสียหาย โดยครั้งแรกมารับเงินสดจำนวน 500,000 บาท
ซึ่งหลังจากรับแล้วยอดเงินในพอร์ทของผู้เสียหายก็ขึ้นมาจริง จึงทำให้มีการหลอกให้ร่วมลงทุนเพิ่มอีกครั้งที่ 2 จำนวนเงิน 500,000 บาท และมานัดรับที่วัดเดิม ต่อมาผู้เสียหายจะเบิกเงินทุนที่ลงไปคืน แก๊งคอล ก็อ้างว่าจะต้องลงทุนอีก 888,800 บาท เพื่อจะได้ถอนเงินออกมาได้ทั้งหมดจำนวน 3 ล้านบาท แต่ดูเหมือนว่าลักษณะจะถูกหลอก ทำให้ผู้เสียหายต้องมาแจ้งความกับตำรวจ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ซ้อนแผนด้วยการถ่ายสำเนาธนบัตรไว้ทั้งหมดแล้ว จากนั้นหลอกให้แก๊งคอลมารับเงินในจุดเดิม โดยให้ตำรวจชุดสืบสวนเข้าซุ่มจับกุม ภายหลังมอบเงินให้ตามที่นัดหมาย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมได้ 2 คน คือนายกฤตภาส และนายปัณณวิชญ์ พร้อมของกลางเงินสดที่ผู้เสียหายนำไปให้ และตรวจยึดรถยนต์ ยี่ห้อ BMW สีขาว หมายเลขทะเบียน ฌม-423 กรุงเทพฯ เป็นรถที่ใช้ในการกระทำความผิดไว้ด้วย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันฉ้อโกง ฉ้อโกงประชาชน โดยหลอกลวง นำเข้าระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดจะเกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย
ด้านนายเอ(นามสมมติ) ลูกชายของหญิงวัย 70 ผู้เสียหาย เล่าว่า เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แม่ของตนได้รับการติดต่อทางไลน์เรื่องการขายรถยนต์ แม่ของตนก็ปฎิเสธบอกว่าไม่ได้ขายรถ ทำให้มิจฉาชีพขอโทษ และอ้างว่าอาจจะเข้าใจผิด หลังจากนั้นก็มีการพูดคุยกันเรื่อยมา มีการสอบถามสารทุกข์สุกดิบ พูดจาดีออดอ้อนแม่ ขอให้รับเป็นลูกชายอีกคน ส่งข้อความเป็นห่วงแม่มาทุกวัน
จนวันหนึ่งก็ชักชวนให้แม่ลงทุนให้สกุลเงินดิจิทัล โดยบอกว่าเป็นระบบที่ถูกกฎหมาย สอนให้แม่สมัครพอร์ตก่อนและมีรหัสเปิดเข้าเป็นของตนเองซึ่งจะต้องสมัครผ่าน ไลน์ชื่อ E-krona(yoyo) อีกัวน่าโยโย่ และให้แม่ลองโอนเงินไปครั้งแรกโอนไป 20,000 บาท หลังจากนั้นก็ได้รับเงินต้นและดอกเบี้ยคืนมา โดยโอนเข้าบัญชีแม่ ทำให้แม่หลงเชื่อ
และครั้งต่อมาก็ชวนลงทุนอีก 30,000 บาท แต่เนื่องจากบัญชีธนาคารของแม่จำกัดวงเงิน ทางแก๊งคอลก็แนะนำให้แม่ไปขอเพิ่มวงเงินที่ธนาคาร แต่ธนาคารไม่อนุมัติเพราะเห็นว่าอายุมากแล้ว ทำให้แก๊งคอลเปลี่ยนจากการโอนเป็นขอมารับเงินสดแทนโดยจะขอมารับเงินสดจำนวน 500,000 บาท แทนเพื่อนำไปเข้าในพอร์ตของแม่
เมื่อแก๊งคอลมารับเงินสดไปแล้วแม่ก็เข้าไปเช็คในพอร์ตก็พบว่ามียอดเงินจำนวน 500,000 บาทจริง และยังมีดอกเบี้ยเพิ่มมาอีก ต่อมาแก๊งคอลก็ขอให้แม่ลงทุนอีกเพราะตอนนี้ดอกเบี้ยกำลังดี ทำให้แม่หลงเชื่อและนัดมารับเงินสดจำนวน 500,000 บาท อีกครั้งที่วัดเดิมรวมเป็นเงินสดที่ให้แก๊งคอลไปจำนวน 1 ล้านบาท
แม่ก็เริ่มรู้สึกว่าเงินมากเกินไปจึงอยากจะถอนเงินออกจากพอร์ต แต่แก๊งคอลก็บอกว่าต้องนำเงินเข้าไปในพอร์ตอีกจำนวน 888,800 บาท เพื่อจะทำการปลดล็อคแล้วสามารถถอนเงินได้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยรวม 3 ล้านบาท แต่เนื่องจากแม่ไม่มีเงินแล้ว จึงมาปรึกษากับลูก ทำให้ลูก ๆ ของแม่รู้เรื่องและเชื่อว่าน่าจะเป็นแก๊งคอลแน่ จึงได้มาแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและทำการซ้อนแผนให้แก๊งคอลมารับเงินสดที่วัดเดิม และสามารถจับกุมแก๊งคอลได้ 2 คน ดังกล่าว
ลูกชายของผู้เสียหายบอกอีกว่า อยากจะเตือนผู้สูงอายุว่าอย่าไปหลงเชื่อคนที่มาชักชวนให้ลงทุนหากมีคนมาชักชวนให้สอบถามลูกหลานก่อนอย่าเพิ่งรีบตัดสินใจ




