รวบสาวรับจ้างเปิดบัญชีม้า 5 หมายจับ 5 หมาย คดีติดตัวอีก 18 คดี

CIB รวบสาวรับจ้างเปิดบัญชีม้า พบมีหมายจับ 5 หมาย คดีติดตัวอีก 18 คดี
(9 ก.ย.68) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย ร.ต.อ.ภิเชศ นาเมืองรักษ์ รอง สว.ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล., ร.ต.ท.ศิริพงษ์ ฉ่ำศิริ , ร.ต.ต.อนิวรรต ปิ่นเพชร รอง สว.(ป) ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล., ด.ต.ธีระ สมหวัง , ด.ต.จุฬาวุธ กองดวง , จ.ส.ต.เกียรติสถาพร กฐินเทศ , ส.ต.ท.ภานุวัตร สิงห์สมบัติ ผบ.หมู่ ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล. ร่วมกันจับกุม น.ส.ภิตา (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี สัญชาติไทย ที่บริเวณหน้าบ้านพักแห่งหนึ่ง ม.2 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ตามฐานความผิด ดังนี้
1. ตามหมายจับศาลจังหวัดระยอง ที่ 271/2568 ลงวันที่ 13 พฤษภาคม 2568 กระทำความผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่คอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จฯ และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้องฯ”
2. หมายจับศาลจังหวัดชัยภูมิ ที่ 137/2568 ลงวันที่ 21 พฤษภาคม 2568 กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริต , ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”
3. หมายจับศาลแขวงพัทยา ที่ 117/2568 ลงวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์”
4. หมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น ที่ 583/2568 ลงวันที่ 16 มิถุนายน 2568 กระความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์
ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”
5. หมายจับศาลแขวงพัทยา ที่ 292/2568 ลงวันที่ 18 สิงหาคม 2568 กระทำความผิดฐาน “ยักยอกทรัพย์”

สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชลบุรี ได้สืบสวนติดตามจับกุม น.ส.ภิตา บริเวณหน้าบ้านพักหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดระยอง ที่ 271/2568 ลงวันที่ 13 พฤษภาคม 2568 ดังกล่าว ซึ่งเมื่อช่วงประมาณปลายเดือน พ.ค.68 น.ส.ภิตา ได้รับการชักชวนจากเพื่อนไปรับจ้างเปิดบัญชีธนาคาร ให้กับกลุ่มสแกมเมอร์ชาวจีน ที่มาซ่อนตัวในพื้นที่พัทยา ซึ่งหลังจากเปิดบัญชีเพียงวันเดียว ได้มียอดเงินโอนเข้ามากว่า 2 ล้านบาท โดยอ้างว่า ไม่ทราบแหล่งที่มาของยอดเงินดังกล่าว
นอกจากนี้ น.ส.ภิตา ยังรับจ้างเปิดบัญชีอีกหลายบัญชี ให้กับกลุ่มสแกมเมอร์ชาวจีนอีกหลายกลุ่มอยู่เรื่อยมา เพื่อใช้หลอกหลวงเหยื่อให้โอนเงิน จนมีผู้เสียหายจำนวนหลายราย เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ นำมาซึ่งการถูกออกหมายจับ และหลบหนีมาอยู่ในพื้นที่สัตหีบ
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม สืบสวนข้อมูลเพิ่มเติมทราบว่า ยังมีผู้เสียหายถูกหลอกลวงให้โอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าว และพบคดีอีก 18 คดี อยู่ระหว่างพิจารณาการออกหมายจับ ซึ่ง น.ส.ภิตา ถือว่าเป็นผู้ต้องหารายสำคัญที่อาจเชื่อมโยงถึงกลุ่มสแกมเมอร์อีกหลายกลุ่ม จากนั้น นำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายที่ สภ.เมืองระยอง
โดยข้อกล่าวหาข้างต้นมีโทษตามกฎหมาย ดังนี้
1. เป็นผู้สนับสนุนฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง โทษจำคุกไม่เกิน 1-10 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท
2. พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(1) โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท
3. พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2566 มาตรา 9 โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาท
- ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน -




