คืบหน้า 2 นักเรียนถูกไฟคลอก “ชัช ตลาดไท” ลงพื้นที่ช่วย

ข่าวเวิร์คพอยท์
คืบหน้า 2 นักเรียนถูกไฟคลอก “ชัช ตลาดไท” ลงพื้นที่ช่วย

“ชัช ตลาดไท” ลงพื้นที่ช่วยเหลือครอบครัวนักเรียนชาย ป.5 ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากไฟคลอก เพราะครูให้ช่วยเผารังแตน พร้อมประสานพูดคุยกับ ผอ.สพฐ.เขต 1 - ครอบครัวเผยผ่านมาหลายเดือน ค่าใช้จ่ายในการรักษาตัวส่วนใหญ่ครอบครัวเป็นคนรับภาระ

(4 มิ.ย. 69) ความคืบหน้าเหตุครูจุดไฟเผารังแตนภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนเป็นเหตุให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย แม้เหตุการณ์จะผ่านมานานหลายเดือน แต่ครอบครัวผู้บาดเจ็บยังคงรอความชัดเจนเรื่องการเยียวยาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

.

น.ส.ศิริขวัญ มารดาของ "น้องพรอช" อายุ 11 ปี หนึ่งในนักเรียนที่บาดเจ็บ เปิดเผยว่า ขณะนี้ลูกชายสามารถกลับไปเรียนหนังสือได้แล้ว แต่สภาพจิตใจยังย่ำแย่ มีอาการวิตกกังวล และขาดความมั่นใจจากร่องรอยบาดแผลไฟไหม้ตามร่างกาย ขณะที่ภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลและเดินทางไปรักษาตัวยังคงตกเป็นของครอบครัวเป็นหลัก โดยที่ผ่านมาได้รับเงินช่วยเหลือจากผู้อำนวยการโรงเรียนเพียง 30,000 บาท ค่าน้ำมัน 1,400 บาท และเงินจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอีกเพียง 6,000 บาทเท่านั้น

.

ด้านครอบครัวของ "น้องคิว" อายุ 11 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกราย นายวีระยุทธ ผู้เป็นบิดา ระบุว่า ปัจจุบันน้องคิวยังคงต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เข้าสู่เดือนที่ 7 แล้ว ทำให้คนในครอบครัวต้องผลัดเปลี่ยนกันไปเฝ้าไข้ ส่งผลกระทบต่อการทำมาหากินและรายได้อย่างรุนแรง ทั้งนี้ ผู้ปกครองของเด็กทั้งสองรายย้ำว่า ไม่คิดดำเนินคดีกับครูเพราะเข้าใจว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ต้องการเห็นความรับผิดชอบและการเยียวยาที่รวดเร็วและเป็นรูปธรรมมากกว่านี้

.

ล่าสุด นายชัชชัย กิตติไชย หรือ "ชัช ตลาดไท" นักธุรกิจจิตอาสาเพื่อสังคม ได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือเบื้องต้น โดยเดินทางเข้าเยี่ยมพร้อมมอบเงินช่วยเหลือให้ทั้งสองครอบครัว ครอบครัวละ 5,000 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเรื่องค่าใช้จ่ายการเดินทาง

.

นอกจากนี้ นายชัชชัย ยังได้พาครอบครัวผู้เสียหายเข้าพบ นายนพคุณ ลัคนาวิเชียร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) พระนครศรีอยุธยา เขต 1 เพื่อติดตามความคืบหน้าและการเยียวยา โดยทาง สพป.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 ชี้แจงว่า ที่ผ่านมาได้มอบหมายให้ทางโรงเรียนเป็นผู้ดูแลอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด และยอมรับว่าอาจเกิดความติดขัดในการสื่อสาร ซึ่งหลังจากนี้ทางเขตพื้นที่ฯ จะเปลี่ยนมาประสานงานตรงกับครอบครัวโดยไม่ผ่านโรงเรียน เพื่อความรวดเร็วและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง

.

"ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว โดยมุ่งเน้นไปที่การเยียวยาและการรักษาพยาบาลให้ถึงที่สุด ซึ่งการรักษาของเด็กทั้งสองคนยังไม่สิ้นสุด จึงต้องรอข้อสรุปและใบรับรองแพทย์จากทางโรงพยาบาลอย่างละเอียดเพื่อนำมาคำนวณการช่วยเหลือในอนาคต ส่วนค่าเดินทางไปรักษาตัวที่ผ่านมา ได้ประสานขอความอนุเคราะห์จากวัดและมูลนิธิในพื้นที่มาสนับสนุน ยืนยันพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่" นายนพคุณ กล่าวในท้ายที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง