หญิงวัย 40 ปี ถูกกิ๊กซ้อมน่วมสิ้นใจคาบ้าน

ข่าวเวิร์คพอยท์
หญิงวัย 40 ปี ถูกกิ๊กซ้อมน่วมสิ้นใจคาบ้าน

หญิงวัย 40 ปี ถูกกิ๊กซ้อมน่วมสิ้นใจคาบ้าน พบเคยรับปากกับสามีว่าจะไม่มายุ่งกับกิ๊ก แต่สุดท้ายยังกลับมา จนกระทั่งมาเสียชีวิต

(24 มี.ค. 69) ร.ต.อ.ปรีชา เต็กสี รอง สว.(สอบสวน) สภ.ลาดหลุมแก้ว ได้รับแจ้งจากกู้ชีพ อบต.หน้าไม้ว่ามีเหตุผู้เสียชีวิต จากการถูกทำร้ายร่างกาย ที่ซอยเกาะญี่ปุ่น ม.8 ต.หน้าไม้ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่สายตรวจ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู และแพทย์เวร รพ.ลาดหลุมแก้ว

ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ ที่ชั้นล่างบริเวณหน้าบ้าน พบร่างผู้เสียชีวิต ทราบชื่อ น.ส.น้ำฝน หรือ“หน่อย” อายุ 40 ปี ตรวจสอบพบว่ามีร่องรอยฟกช้ำตามใบหน้าและร่างกายจากการถูกทำร้าย ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายสมศักดิ์ หรือ“เล็ก” อายุ 48 ปี ลูกชายเจ้าของบ้านและเป็นกิ๊กกับผู้เสียชีวิต หลังก่อเหตุได้ขับรถยนต์หลบหนี

จากการสอบถามคนในบ้าน ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืนเศษ ได้ยินเสียงทั้งคู่มีปากเสียงทะเลาะกันในบ้านอีกหลังที่อยู่ติดกัน แต่ทุกคนก็ไม่มีใครเข้ามายุ่งเกี่ยว เนื่องจากทั้งคู่ทะเลาะกันเป็นประจำ จนกระทั่งเวลาประมาณเกือบตีสองได้ยินเสียงของนายสมศักดิ์ ตะโกนร้องเรียกคนในบ้านให้ออกมาช่วย เมื่อทุกคนลงมาดูพบ น.ส.น้ำฝน นอนหมดสติอยู่ จึงได้โทรศัพท์เรียกกู้ชีพ อบต.หน้าไม้ มาทำการช่วยเหลือ เพื่อนำส่งโรงพยาบาล และเมื่อเจ้าหน้าที่กู้ชีพฯมาถึงได้ทำการ CPR แต่ไม่เป็นผล น.ส.น้ำฝน มีชีพจรอ่อนและเสียชีวิตแล้ว เจ้าหน้าที่กู้ชีพฯ จึงได้แจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบ

สำหรับ น.ส.น้ำฝน ผู้เสียชีวิต ทำงานบริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี ส่วนนายสมศักดิ์ ผู้ก่อเหตุนั้นทำงานรับจ้างทั่วไป ซึ่งทั้งคู่คบกันแบบเป็นกิ๊กมาประมาณ 3-4 เดือนแล้ว ซึ่งผู้เสียชีวิตมีสามีอยู่แล้ว และเมื่อประมาณช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผู้เสียชีวิตเคยทะเลาะกับผู้ก่อเหตุที่บ้านหลังนี้

จากนั้นได้โทรศัพท์ให้สามีมารับ พร้อมกับรับปากยืนยันกับสามีว่าจะไม่กลับมายุ่งเกี่ยวกับนายสมศักดิ์ และจะไม่มาบ้านหลังนี้อีก แต่สุดท้ายก็ยังกลับมาคบหากับผู้ก่อเหตุ จนกระทั่งมาเสียชีวิตในวันนี้

หลังจากตำรวจและแพทย์ชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นแล้วจึงได้มอบศพให้มูลนิธิฯ นำส่ง สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เพื่อผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้งและจะได้ติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง