กู้ 2 แสน ส่งดอก 9 แสน เจอขู่ฆ่าเพราะส่งดอกช้า 2-3 วัน

นักธุรกิจหญิงร้องการเงินมีปัญหาตัดสินใจกู้เงิน 2 แสนมาหมุนในธุรกิจ เจ้าหนี้แตกสัญญาเป็นหลายฉบับ ฉบับนึงระบุเงินต้น 30,000 ให้จ่ายดอกวันละ 3,500 จ่ายมา 3 เดือน เสียดอกรวมเฉียดล้าน ล่าสุดขาดส่งแค่ 2-3 วัน เจอขู่ถึงครอบครัว
(6 ม.ค. 67) น.ส.อุไรวรรณ อายุ 40 ปี นักธุรกิจซื้อขายสัตว์เลี้ยงชาว จ.อุทัยธานี ร้องขอความช่วยเหลือจากกลุ่ม “สายไหมต้องรอด” โดยเธอระบุว่าเมื่อวันที่ 26 ก.ย. ที่ผ่านมา เธอได้ไปกู้เงินจากนายทุนรายหนึ่งตามคำแนะนำของญาติ เพื่อนำเงินมาหมุนในธุรกิจของเธอ ยอดรวมของเงินกู้ทั้งหมดอยู่ที่ 200,000 บาท
แต่นายทุนรายดังกล่าวได้มีการแบ่งสัญญาเป็นหลายฉบับ ยอดหนี้ต่างกัน และข้อตกลงในการจ่ายดอกเบี้ยต่างกัน โดยแบ่งเป็นงวดรายวัน ราย 5 วัน ราย 7 วัน และ ราย 10 วัน โดยหนี้ก้อนที่ต้องจ่ายดอกรายวันนั้นมีเงินต้นอยู่ที่ 30,000 บาท ต้องจ่ายดอกวันละ 3,500 บาท ที่ผ่านมาเธอส่งดอกมาแล้ว 3 เดือนกว่า ยอดดอกเบี้ยทั้งหมดทุกสัญญาที่ส่งไปอยู่ที่มากกว่า 9 แสนบาท จากยอดเงินต้น 2 แสนบาท
ล่าสุดเธอมีปัญหาเงินขาดมือ ทำให้ขาดส่งดอกเบี้ยของสัญญารายวันไปราว 2-3 วัน กลับถูกฝั่งเจ้าหนี้โทรมาข่มขู่ นอกจากขู่ตนแล้ว ยังขู่ว่าจะเข้าไปที่บ้านของตนเพื่อเจอพ่อแม่ตนด้วย
น.ส.อุไรวรรณยืนยันว่าเธอมีความตั้งใจที่จะใช้หนี้อย่างแน่นอน แต่อยากขอให้รัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยหนี้ให้ด้วย ตนยินดีใช้หนี้แต่รับไม่ได้กับการข่มขู่เช่นนี้
ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งกลุ่มสายไหมต้องรอดและที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ระบุว่าได้ประสานไปยังหัวหน้าคณะทำงาน นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ที่รับผิดชอบดูแลในพื้นที่ จ.อุทัยธานี เพื่อช่วยแก้ไขปัญหา จากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียหายจ่ายดอกเบี้ยเกินเงินต้นไปแล้ว 5 เท่า ในระยะเวลา 3 เดือน ตามเงื่อนไขแก้ปัญหาหนี้นอกระบบของรัฐบาลเห็นว่าควรหยุดจ่ายได้แล้ว ส่วนเรื่องการข่มขู่ทางกลุ่มจะพาผู้เสียหายไปแจ้งความไว้ และจะตรวจสอบเรื่องการปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหดของเจ้าหนี้รายนี้ต่อไป




