เด็ก ป.5 ร้อง ทำการบ้านไม่เสร็จ ถูกตีก้น 70 ทีจนเข้าโรงพยาบาล

ผู้ปกครองพาเด็กชายชั้น ป.5 เข้าร้องเรียนกับ “สายไหมต้องรอด” หลังถูกครูลงโทษด้วยการตีก้น 70 ที เนื่องจากการบ้านไม่เสร็จ โดยเด็กชายแจงที่การบ้านไม่เสร็จเพราะเป็นข้อที่ทำไม่เป็น ตั้งใจเอาไปให้ครูช่วยสอน ขณะที่ครูโต้เลื่อนวันส่งให้เกือบ 1 เดือน และบอกแล้วว่าให้มาถามได้
(1 ธ.ค. 66) ที่ ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด เขตสายไหม ผู้ปกครองของ ด.ช.เอ (นามสมมุติ) อายุ 11 ปี นักเรียนชั้น ป.5 เดินทางจาก จ.บุรีรีมย์ เข้าร้องขอความช่วยเหลือ กับ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งกลุ่มสายไหมต้องรอด และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หลังน้องเอถูกครูตี จำนวน 70 ครั้ง โดยอ้างว่าเด็กทำการบ้านไม่เสร็จ 70 ข้อ จึงถูกตี 70 ที ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย. ที่ผ่านมา
นายเอกภพ เปิดเผยว่า ผู้ปกครองน้องเอ (นามสมมุติ) ด.ช.อายุ 11 ปี นักเรียนชั้น ป. 5 เดินทางมาร้องเนื่องจากช่วงปิดเทอม คุณครูภาษาไทยโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ จ.บุรีรัมย์ ได้สั่งให้ทำการบ้านในช่วงปิดเทอมทั้งหมด 107 หน้า ซึ่งต้องทำให้เสร็จก่อนเปิดเทอม น้องทำไปได้ 37 หน้า เหลืออีก 70 หน้า แต่น้องทำไม่เป็น ประกอบกับที่คุณแม่ไม่รู้หนังสือ น้องและคุณแม่จึงรอให้น้องมาถึงโรงเรียน เพื่อที่จะให้คุณครูสอน

หลังจากเปิดเทอม น้องมาโรงเรียนตามปกติ น้องได้เจอคุณครู คุณครูจึงได้คุยกับน้องว่าขยายเวลาให้อีก 5 วัน หากทำไม่เสร็จจะถูกทำโทษ แต่ยืนยันว่าน้องก็ทำไม่เป็น ก็จึงถูกทำโทษโดยการใช้ไม้ไผ่ตี 70 ครั้ง หลังจากน้องถูกตีน้องถึงขั้นเป็นไข้ ต้องนอนพักรักษาตัว
พี่สาวของน้องเอกล่าวเสริมด้วยว่าได้โทรคุยกับคุณแม่ แม่บอกว่าทางคุณครูได้พาน้องชายไปคลินิกแห่งหนึ่ง และบังคับให้น้องชายบอกกับหมอว่าหกล้มเอง ซึ่งการกระทำนี้ ตนคิดว่าเป็นพฤติกรรมที่รับไม่ได้ วันนี้จึงอยากเดินทางเข้าร้องกับเพจสายไหมต้องรอด เพราะต้องการให้คุณครูรายดังกล่าวออกมารับผิดชอบกับการกระทำของตนเอง และกลัวว่าหลังจากนี้น้องชายจะไม่ได้เข้าโรงเรียน เพราะช่วงนี้เป็นช่วงกลางเทอมพอดี
ขณะที่ก่อนหน้านี้ทางโรงเรียนให้เหตุผลกับผู้ปกครองว่าการบ้านดังกล่าวสั่งมาตั้งแต่วันที่ 4 ก.ย. มีกำหนดส่งวันที่ 1 พ.ย. โดยที่ให้เด็กทำมาล่วงหน้าเพราะในช่วงภาคเรียนที่ 2 จะมีกิจกรรมเยอะ กลัวที่จะสอนไม่ทัน โดยการบ้านที่ให้ไปนั้นนักเรียนสามารถค้นคว้าหาความรู้ในอินเตอร์เน็ตได้

นอกจากนั้นเมื่อเปิดเรียนและถึงกำหนดส่งแล้วพบว่ามีนักเรียนอีกจำนวนมากที่ทำไม่เสร็จ ก็มีการผ่อนผันเรื่อยมา มีการตกลงกันแล้วว่าถ้าหากทำไม่เสร็จจะถูกตีตามจำนวนหน้าที่เหลือ โดยทางครูผู้สอนมีการกระตุ้นเตือนเสมอว่าให้รีบทำ และหากไม่เข้าใจตรงไหนสามารถมาถามคุณครูได้ เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว(24 พ.ย.) ก็มีการเตือนอีกครั้งว่ากำหนดส่งวันสุดท้ายคือวันอังคารนี้(28 พ.ย.) เมื่อถึงกำหนด คนที่ทำไม่เสร็จจึงโดนลงโทษตามที่ตกลงไว้
ล่าสุดทีมข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อไปหา ผู้อำนวยการ โรงเรียนดังกล่าวแล้ว เบื้องต้นทางโรงเรียนยังไม่พร้อมออกมาชี้แจงถึงกรณีที่เกิดขึ้น โดยบอกว่าขอปรึกษากับทางต้นสังกัดก่อน แต่ที่ผ่านมาหลังจากเกิดเหตุ ทางโรงเรียนได้ติดต่อหาฝั่งผู้ปกครองตลอด และได้มีการตั้งกรรมการสอบวินัยคุณครูรายดังกล่าวแล้ว เบื้องต้นคุณครูให้การยอมรับว่า ได้ทำโทษเด็กจริง ซึ่งไม่ได้มีเจตนาที่คิดทำร้ายแต่อย่างใด ทุกอย่างมาจากอยากให้เด็กได้ดี ทั้งนี้ทางโรงเรียนอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบเรื่องราวที่เกิดขึ้น และส่งเรื่องไปยังต้นสังกัดต่อไป
เบื้องต้น นายเอกภพ มองว่าการตีเด็กถึง 70 ที ไม่ใช่เป็นการตีด้วยความรักหรือตีเพื่อสั่งสอนแบบครูกระทำต่อเด็กนักเรียน แต่พฤติกรรมแบบนี้มันคือการทำร้ายร่างกาย ต้องถูกดำเนินคดีทั้งทางวินัยและอาญา จึงได้ประสานไปยัง นายพิษณุ พลธี เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อขอให้ทาง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น หากพบว่าครูทำเกินกว่าเหตุก็ขอให้มีการลงโทษทางวินัยครูและผู้บริหารโรงเรียนต่อไป จากนั้น นายเอกภพ ได้พาผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.สายไหม เพื่อให้มีการสอบสวน ประสานตำรวจพื้นที่เกิดเหตุ จ.บุรีรัมย์ ดำเนินคดีในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป




