พบเบาะแสสำคัญ เจ้าของร้านของเก่าเผยนาทีคนร้ายเอาซาเล้งมาขาย เจอเด็กมาด้วย ไม่มีท่าทีตกใจ

ข่าวเวิร์คพอยท์
พบเบาะแสสำคัญ เจ้าของร้านของเก่าเผยนาทีคนร้ายเอาซาเล้งมาขาย เจอเด็กมาด้วย ไม่มีท่าทีตกใจ

ขอให้เจอน้องโดยเร็ว พบเบาะแสสำคัญเจ้าของร้านรับซื้อของเก่าบอกเด็มาด้วยตอนคนร้ายมาขายรถซาเล้ง ไม่มีท่าทีตกใจ ภาพสุดท้ายเห็นขึ้นรถตู้สายลพบุรี - สระบุรี ออกไป

(23ก.ย.66) ที่ จ.สระบุรี นายสุรพล ม่วงจีน อายุ 69 ปี เป็นเจ้าของร้านรับซื้อของเก่าที่รับซื้อรถซาเล้งที่ใช้ก่อเหตุของคนร้ายลักพาตัวเด็กชาย วัย 14 ปี ชาวม้ง หายไปจากพื้นที่สิงห์บุรี ว่า ตนเองรู้จักกับคนร้ายมาก่อน ซึ่งเมื่อ 1 ปีที่ผ่าน เคยนำรถซาเล้งมาขายให้ตน แต่คันนี้นำมาขายให้ตนเองในราคา 3,600 บาท ซึ่งตอนที่มาขายก็มีเด็กนั่งหน้ารถมาด้วย ซึ่งเด็กที่มาด้วยก็ไม่มีอาการหวาดกลัวใด ๆ ดูแล้วเหมือนลูก 

"แต่ดูดี ๆ ก็ไม่น่าจะใช่ โดยเด็กก็นั่งเล่นโทรศัพท์ ดูผิวพรรณแล้วเด็กมีผิวขาว ถ้าเป็นพ่อจริงก็ผิวดำ มองดูแปลก ๆ ซึ่งหลังจากขายรถซาเล้งแล้วคยนร้ายก็ได้ขึ้นรถตู้โดยสาร สายลพบุรี - สระบุรี ออกไป โดยไม่ได้บอกว่าจะไปไหนต่อ 

สำหรับ นายปิยะพงษ์ หรือ พัน น้องเฆ่ อายุ 36 ปี ชาวปราจีนบุรี ได้นำรถซาเล้งมาขายให้กับนายสุรพล ม่วงจีน เจ้าของร้านเก็บของเก่า จ.สระบุรี เมื่อวันที่ 19 ก.ย. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 14.00 - 15.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ก.ย. ที่ผ่านมา เหตุเกิดบริเวณหลังวัดแห่งหนึ่ง หมู่ที่ 1 ต.ชีน้ำร้าย อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ต่อมาพระครูปลัดสุรพล ปภาโส ผู้ดูแลเด็กได้แจ้งคนหายไว้กับ พ.ต.ท.ชยุต แสงมณี สว.(สอบสวน) สภ.อินทร์บุรี

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้มีการแกะรอยกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าหลบหนีคนร้าย ก่อนจะมาพบเบาะแสว่าคนร้ายนำรถซาเล้งที่ก่อเหตุมาขายให้ร้านของเก่าในวันที่ 19 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าเด็กยังมีชีวิตและไม่ได้ถูกทำร้าย อีกทั้งยังไม่ได้มีอาการตกใจ ตามคำให้การของเจ้าของร้านรับซื้อเก่า ในจุดนี้ยืนยันได้ว่าระหว่าวันที่หายตัวไปจนถึงวันที่ 19 ก.ย. เด็กยังมีชีวิตอยู่ 

อย่างไรก็ดีทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามหาเบาะแสต่า ๆ เพื่อหาตัวคนร้ายและเด็กให้เจอโดยเร็ว 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง