ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) บุกทลายเครือข่ายศิลปินดัง แอบอ้าง 'ผู้ใหญ่-สถาบันการเงิน' ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หลอกเหยื่อจำนวนมากสูญเงินกว่า 2,000 ล้าน

ทลายเครือข่ายศิลปินดัง แฉพฤติกรรมหลอกตุ๋นเหยื่อ 2 พันล้าน
11 ม.ค.67 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.
พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบกป., พ.ต.อ.สุเทพ โตอิ้มรอง ผบ.ก.ป, พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผกก.2 บก.ป., ว่าที่ พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.ภาณุมาศ แสงส่ง รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.พงษ์พิทักษ์ เหล็กชูชาติ รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.พงศกร ตันอารีย์ รอง ผกก.3 บก.ป. และ พ.ต.ท.อภิมัณฑ์ บานชื่น รอง ผกก.3 บก.ป
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.รัฐมนตรี พันชูกลาง สว.กก.3 บก.ป. ,พ.ต.ท.ณัฐดนัย สีแข่ไตร สว.กก.3 บก.ป., พ.ต.ต.อัครวุฒิ จันทร์เจริญ สว.กก.2 บก.ป., พ.ต.ต.วรัท เสริมสุจริต สว.กก.2 บก.ป.,พ.ต.ต.เอื้ออังกูร ชินโชติ สว.กก.2 บก.ป., พ.ต.ต.กรพงศ์ วงษาลังการ สว.กก.2 บก.ป., พ.ต.ต.ณรงค์ หาญสันเทียะ สว.กก.4 บก.ป., ว่าที่ พ.ต.ต.พงศธร รัชตวัชรางกูร สว.กก.3 บก.ป., ว่าที่ พ.ต.ต.สันติชัย ศรีสวัสดิ์ สว.กก.3 บก.ป., พ.ต.ท.ศราวุธ ทองน้อย สว.ทล.1 กก.6 บก.ทล. และข้าราชการตำรวจ บก.ป.
ร่วมแถลงผลปฏิบัติการทลายเครือข่ายศิลปินดังแอบอ้างโครงการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ลวงเหยื่อสูญเงินกว่า 2,000 ล้านบาท โดยร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 10 คน หลังนำกำลัง เข้าตรวจค้น จำนวน 19 จุด ในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ ปทุมธานี กรุงเทพมหานคร นครราชสีมา พิษณุโลก เชียงใหม่ กำแพงเพชร และสมุทรปราการ สามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดได้ ซึ่งเป็นเครือญาติ พร้อมตรวจยึดทรัพย์สิน จำนวนกว่า 279,178,683 บาท ได้แก่
1. รถยนต์หรู จำนวน 1 มูลค่า 27 ล้านบาท
2. รถยนต์ จำนวน 6 คัน มูลค่า 6.5 ล้านบาท
3. เงินสด จำนวน 554,800 บาท
4. กระเป๋าแบรนด์เนม จำนวน 59 ใบ มูลค่า 4,515,000 บาท
5. นาฬิกาแบรนด์เนม จำนวน 6 เรือน มูลค่า 2,000,000 บาท
6. เครื่องประดับ จำนวน 41 รายการ มูลค่า 2,700,000 บาท
7. แว่นตาแบรนด์เนม จำนวน 38 รายการ มูลค่า 600,000 บาท
8. หมวกแบรนด์เนม จำนวน 20 ใบ มูลค่า 300,000 บาท
9. กีตาร์ จำนวน 3 ตัว มูลค่า 550,000 บาท
พร้อมทั้งอายัดเงินสดในบัญชีธนาคาร จำนวนกว่า 174 ล้านบาท และอายัดอสังหาริมทรัพย์ มูลค่า 60 ล้านบาท หลังจากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่ง คณะพนักงานสอบสวน บก.ป. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สืบเนื่องจาก เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม 2566 ได้มีกลุ่มผู้เสียหายจำนวนหลายราย เข้าร้องทุกข์ดำเนินคดีต่อตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ว่าเมื่อปี 2559 น.ส.รัชญา (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี -ผู้ต้องหา หรือ "ใบขวัญ รัชญา" (เสียชีวิต) เจ้าของค่ายเพลงดัง อ้างว่ารู้จักกับสถาบันการเงิน สามารถเข้าถึงโครงการเงินกู้วงเงินสูง อัตราดอกเบี้ยต่ำ โดยแอบอ้างหน่วยงานราชการต่างๆ เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ ชักชวนกลุ่มผู้เสียหายเข้าร่วมลงทุน จนทำให้สูญเงินกว่า 2,000 ล้านบาท ต่อมาภายหลังผู้เสียหายไม่ได้รับเงินตามที่ผู้ต้องหากล่าวอ้าง
จากการสืบสวนทราบว่า เมื่อต้นปี 2559 มีคนแนะนำให้ผู้เสียหายรู้จักกับ น.ส.รัชญาฯ บอกว่าสามารถติดต่อดำเนินเรื่องการกู้เงินจ่ายธนาคารเกี่ยวกับธุรกิจ SME วงเงินสูง ดอกเบี้ยต่ำ และใช้เวลาอนุมัติไม่นาน ผู้เสียหายสนใจจึงทำการติดต่อนัดพบกันวันที่ 10 ม.ค.59 น.ส.รัชญาฯ อธิบายขั้นตอนการกู้เงิน และแหล่งที่มาของเงิน โดยอ้างว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินจากธนาคารแห่งหนึ่ง ขณะนั้นได้นำเงินกู้ SME มาจากต่างประเทศ ดอกเบี้ยต่ำประมาณ 1-2 % ต่อปี ระยะผ่อนคืนประมาณ 20 ปี ใช้เวลาดำเนินการ 45 วัน ผู้เสียหายต้องการเงินไปทำธุรกิจ จึงทำสัญญานายหน้ากับ น.ส.รัชญา ในวงเงิน 50 ล้านบาท
โดยจ่ายค่ามัดจำนายหน้าแก่ น.ส.รัชญาฯ ไว้ส่วนหนึ่ง แต่เมื่อถึงกำหนด อ้างว่าติดค่าธรรมเนียม นำหนังสือเอกสารธนาคาร หน่วยงานราชการ เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ ผู้เสียหายได้โอนเงินไปยังบัญชีธนาคารของ น.ส.รัชญาฯ ต่อมาผู้เสียหาย ทำสัญญานายหน้ากับ น.ส.รัชญาฯ เพิ่มเติมอีกในวงเงิน 40 ล้านบาท โดยได้ให้ค่ามัดจำนายหน้าไว้ส่วนหนึ่งเช่นกัน
น.ส.รัชญาฯ ก็เริ่มมีการอ้างรูปแบบการเรียกค่าธรรมเนียมในการเบิกถอนเงินจากผู้เสียหายเรื่อยมา และในห้วงหลังได้มีการแอบอ้างองคมนตรี เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือแก่ผู้เสียหายมากยิ่งขึ้น

ต่อมาประมาณปี 2563 ผู้เสียหายไม่สามารถหาเงินโอนจ่ายให้แก่ น.ส.รัชญาฯ ที่อ้างว่าเป็นค่าธรรมเนียม น.ส.รัชญาฯ จึงแนะนำให้ผู้เสียหาย ชักชวนให้บุคคลอื่นมาร่วมจ่ายค่าธรรมเนียมดังกล่าว เนื่องจากผู้ต้องหาอ้างว่าอ้างว่าหากไม่ได้เงินมาตามจำนวนที่แจ้งไป จะทำให้เงินที่ผู้เสียหายเคยลงทุนนั้นสูญเปล่า จากนั้นผู้เสียหายจึงได้ทำการเชิญชวนผู้เสียหายรายอื่น ๆ เพิ่มเติมเข้ามา ต่อมาต้นปี 2564 น.ส.รัชญาฯ ได้แจ้งว่าบัญชีของตนถูก ปปง. อายัด ได้ให้ผู้เสียหายโอนค่าธรรมเนียมนั้นไปยังบัญชีใหม่ในบัญชีเครือญาติอีกจำนวนหลายบัญชี
จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 15 ม.ค.66 น.ส.รัชญาฯ ได้เสียชีวิตลงกะทันหัน ด้วยโรคประจำตัว ผู้เสียหายทั้งหมด จึงตรวจสอบว่าเงินที่ น.ส.รัชญาฯ ได้ไปดำเนินการอย่างไรต่อ จึงทราบว่าไม่มีโครงการกู้ยืมเงินดังกล่าวเกิดขึ้นแต่อย่างใด และเป็นการแอบอ้างหน่วยงานต่าง ๆ ปลอมเอกสารธนาคาร ให้มีความน่าเชื่อถือ เป็นเพียงกลอุบายของผู้ต้องหาทั้งสิ้น ตลอดระยะเวลากว่า 6 ปี ที่หลอกลวงผู้เสียหายลักษณะเดียวกันซ้ำไปซ้ำมา จึงเข้าข่ายการฉ้อโกงเป็นปกติธุระ


ตรวจสอบประวัติของ น.ส.รัชญาฯ พบว่า ก่อนเกิดเหตุ ประกอบอาชีพ ขายของออนไลน์ ภายหลังจากการมีเงินจากการหลอกลวง ได้สร้างบริษัทค่ายเพลง ร่วมงานกับศิลปินที่มีชื่อเสียงในวงการ มียอดการรับชมกว่า 8 ล้านวิว ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ในบัญชีเงินฝาก น.ส.รัชญาฯ พบว่ามีเงินหมุนเวียนกว่า 2,000 ล้านบาท โอนไปยังบัญชีธนาคารของเครือญาติ มีการซื้อทรัพย์สินต่าง ๆ รถหรู บ้าน ของแบรนด์เนม ที่น่าเชื่อว่าได้มาจากการกระทำความผิด




