กลับคำให้การ 4 ทรชน ขืนใจสาวม.4 เหยื่อเครียดจัดถูกเพื่อนบูลลี่ซ้ำ

กลับคำให้การ 4 ทรชน ขืนใจสาวม.4 เหยื่อเครียดจัดถูกเพื่อนบูลลี่ซ้ำ

4 ทรชน ขืนใจสาวม.4 กลับคำให้การปฏิเสธในชั้นศาล ได้ประกันตัวใส่กำไล ห้ามเข้าใกล้เหยื่อระยะ 1 กม. เหยื่อเครียดจัดถูกเพื่อนบูลลี่ จนต้องขอย้ายรร. คิดสั้นหลายครั้ง สพม.โคราช ช่วยแก้ไข

(4ก.ย.66) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี หญิง วัย 16 ปี นร.ชั้นม.4 ถูกเพื่อนและญาติของแฟนหลอกมอมสุราก่อนรุมโทรม เหตุเกิดปลายเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา โดยคดีไม่มีความคืบหน้า สภาพจิตใจย้ำแย่คิดสั้นหลายครั้ง จนต่อมาได้เข้าร้องเรียน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. และนำมาสู่การจับกุมชายทั้ง 4 ราย ว่า นายสวาท ฦาชา ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครรราชสีมา ได้มอบหมายให้ ว่าที่ ร.ต.ภควัต อยู่พร้อม รอง ผอ.สพม.นครราชสีมา พร้อมด้วยผอ.กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา เจ้าหน้าที่ศูนย์ความปลอดภัย และนิติกร ลงพื้นที่เพื่อติดตามเหตุการณ์นักเรียนถูกล่วงละเมิดทางเพศ และตรวจสอบข้อเท็จจริง ณ โรงเรียนที่เกิดเหตุ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการพูดคุยทำความเข้าใจระหว่างผู้บริหารโรงเรียน คณะครูกับเด็กผู้เสียหายและผู้ปกครอง ก็ทำให้ทราบว่าเป็นเรื่องของการสื่อสารที่ไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน ทางฝ่ายผู้ปกครองก็ไม่ติดใจเอาความ พร้อมฝากทางโรงเรียนในการดำเนินการสอบสวนนักเรียนบางรายที่มีพฤติกรรมการบูลลี่ในโรงเรียน หลังจากที่มีการว่าวานจากกลุ่มผู้กระทำความผิดให้นำข่าวมาปล่อยในโรงเรียน จนทำให้ผู้เสียหายได้รับความอับอายจนไม่สามารถเรียนต่อไปได้ เกิดเป็นความเครียดสะสมคิดสั้นจะฆ่าตัวตายอยู่หลายครั้ง โดยหลังจากนี้เด็กผู้เสียหายจะได้ทำเรื่องขอย้ายสถานที่เรียน พร้อมขอเรียนออนไลน์ไปจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

และนอกจากนี้ยังได้รับการประสานจากอัยการจังหวัดพิมาย หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ห้วยแถลง ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 มาส่งฟ้องแล้วเป็นที่เรียบร้อย โดยขอให้ผู้เสียหายเข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อเขียนคำร้องประกอบในการส่งฟ้อง และจัดหาทนายอาสาให้ช่วยเหลือทางคดี หลังจากทราบว่าครอบครัวผู้เสียหายไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอในการว่าจ้างทนาย 

นางนลิน โรจนวัทธิกร เจ้าหน้าที่องค์กรช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติ(NRO) รับมอบอำนาจจากครอบครัวผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ในชั้นศาลผู้ก่อเหตุได้กลับลำให้การปฏิเสธขอสู้คดี แต่ก็ยังมีความประสงค์ในการจ่ายเงินเยียวยาอยู่เช่นเดิมตามที่ตกลงกันแต่แรก ซึ่งทางอัยการและผู้เสียหายได้ยื่นคัดค้านการประกันตัว แต่ดุลยพินิจของศาลเห็นว่ายังไม่เข้าข่ายจึงพิจารณาให้ประกันตัวได้ แต่ให้ติดกำไล EM โดยมีข้อแม้ว่า ห้ามเข้าใกล้ผู้เสียหายในระยะ 1 กิโลเมตร แต่ทางผู้เสียก็ยังกังวลเรื่องความปลอดภัย จึงได้มีประสานให้เจ้าหน้าที่องค์กร NRO ลงพื้นที่เพิ่มเติมเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยจนกว่าจะมีการตัดสินพิจารณาคดีแล้วเสร็จ และแน่ใจว่าครอบครัวผู้เสียหายปลอดภัยสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างปกติสุข ซึ่งก็ถือว่าคดีดำเนินการไปได้อย่างรวดเร็วยิ่งกว่าจรวดทางเรียบแล้วในขณะนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง