คุมตัว “อัจฉริยะ” ฝากคดี - พบคลิปวงจรปิดคุยกับ 2 ตำรวจเรื่องคดีคนจีน

ข่าวเวิร์คพอยท์
คุมตัว “อัจฉริยะ” ฝากคดี - พบคลิปวงจรปิดคุยกับ 2 ตำรวจเรื่องคดีคนจีน

กองปราบฯ คุมตัว “อัจฉริยะ” พร้อมพวกฝากขังศาล คดีกรรโชกทรัพย์ 2.5 ล้าน พร้อมยื่นค้านประกันตัว - พบหลักฐานเด็ดพูดคุย 2 นายตำรวจเมื่อต้นปี

(22 เม.ย. 69) พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม นำตัวนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมพวกรวม 6 ราย ส่งศาลอาญาเพื่อขออำนาจฝากขัง ในข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์ พ.ต.อ.วัชรพล กาญจนกันทร ผกก.3 บช.สตม. เป็นเงิน 2.5 ล้านบาท แลกกับการไม่เปิดเผยข้อมูลการปล่อยผู้ต้องกักชาวจีน โดยเจ้าหน้าที่ใช้วิธีลำเลียงผู้ต้องหาออกทางด้านหลังลานจอดรถเพื่อหลีกเลี่ยงสื่อมวลชนที่มาปักหลักรอ พร้อมยื่นคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากคดีมีรายละเอียดซับซ้อนเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน ขณะที่ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

.

ทางด้านนายอัจฉริยะเปิดเผยว่า ได้เตรียมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 1 ล้านบาท เพื่อยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นศาล หลังจากพนักงานสอบสวนไม่อนุญาตให้ประกันตัวในชั้นสอบสวน โดยระบุว่าพนักงานสอบสวนได้แยกสอบปากคำผู้ต้องหาแต่ละรายไม่ให้พบกันเสร็จสิ้นแล้วในช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา

.

สำหรับคดีนี้ถูกแบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ส่วน คือคดีกรรโชกทรัพย์ในความรับผิดชอบของกองปราบฯ และคดีนำผู้ต้องกักชาวจีนหลบหนีในความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่ง พล.ต.ต. พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. ระบุว่าต้องพิจารณาประเด็นเรื่องเส้นทางการเงินและทรัพย์สินเป็นสำคัญในการดำเนินคดีครั้งนี้ เพื่อความเป็นธรรมและรอบคอบตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

.

นอกจากนี้ ทีมข่าวยังได้ภาพจากกล้องวงจรปิดเมื่อวันที่ 2 ม.ค. 2569 ภายในชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ซึ่งปรากฏภาพ อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ นั่งพูดคุยกับตำรวจ 2 นาย ซึ่งเป็นผู้ร้องทุกข์ดำเนินคดี โดยเป็นการพูดคุยเกี่ยวกับพฤติการณ์ของขบวนการสร้างหลักฐานเท็จ เพื่อนำผู้ต้องกักชาวจีนหลบหนี และพบเอกสารการลงบันทึกประจำวันของ อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ต่อพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2569 ระบุว่า ได้รับข้อมูลว่าจะมีผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษตนในคดีกรรโชกทรัพย์ เหตุเกิดในพื้นที่พัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ช่วงวันที่ 9–28 ก.พ. 2569 จึงเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และยืนยันความพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยขอให้มีการออกหมายเรียกเพื่อต่อสู้คดีต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง